วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ฤกษ์ดี16.19น.
ปักหมุดสร้าง‘พระเมรุ’
9หลักกลางสนามหลวง
กรมศิลป์จัดบวงสรวง
ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ
กรมศิลป์จัดพิธีบวงสรวงปักหมุดสร้างพระเมรุมาศ รวม 9 จุดกลางสนามหลวง ถือฤกษ์ 16.19 น. โดยรองนายกฯ “ธนะศักดิ์” เป็นประธาน ซึ่งเป็นไปตามโบราณราชประเพณีเพื่อให้ดำเนินงานราบรื่น ขณะที่ประชาชนยังเดินทางมารอแถวเข้ากราบพระบรมศพเนืองแน่นตลอดทั้งวันพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาเป็นวันที่เจ็ดสิบสาม เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานในสังกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระกุศลพระบรมศพ
ขณะที่บรรยากาศบริเวณรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ยังคงมีพสกนิกรจากทั่วสารทิศเดินทางมาเข้าแถวรอกราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเนื่องแน่นถึงแม้จะผ่านมาเป็นวันที่ 56 แล้วก็ตาม บางส่วนเป็นประชาชนที่มาปักหลักค้างคืนรอที่สนามหลวงและจุดบริการที่พักชั่วคราว โดยเจ้าหน้าที่เปิดให้เข้ากราบสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 04.50 น ในจำนวนนี้เป็นประชาชนจากจ.กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กำแพงเพชรและกระบี่ ที่กระทรวงมหาดไทยนำมาจังหวัดละ 750 คน รวม 3,000 คน เดินทางมาเข้ากราบพระบรมศพ นอกจากนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 24 ธันวาคมจนถึงเวลา 23.22 น.มีจำนวน 53,561 คนรวม 55 วันมี 2,244,757 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล 4,379,903.75 บาท รวม 55 วัน เป็นเงิน 178,903,679 บาท
อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้ มีหลายคนเดินทางมาเป็นครอบครัว นอกจากรอเข้ากราบพระบรมศพแล้ว ยังร่วมกันทำความดีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ อาทิ น.ส.ปนัดดา รอดเพราะบุญ ชาวจ.ชลบุรีรวมกับเพื่อนที่ทำงานโรงงานบริษัท เชโก้ ประเทศไทย จำกัด จ.ระยอง มาเปิดโรงทานที่เต็นท์ 26 ที่สนามหลวง นำอาหารและน้ำดื่มมาแจกประชาชน เช่นเดียวกับ ครอบครัวของนางจู ชัยพิทักษ์โรจน์ อายุ 69 ปี ชาวไทยเชื้อสายจีน นำลูกหลานมายืนแจกร่มสีดำ 720 คัน และพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 1,000 ใบ มาแจกให้ประชาชนบริเวณด้านหน้าราชนาวีสโมสร ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจมารอรับจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการเตรียมจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สนามหลวงด้านทิศใต้ เจ้าหน้าที่สำรวจและวางขอบเขตก่อสร้างพระเมรุมาศ จากกรมศิลปากร นำอุปกรณ์เครื่องจักร เพื่อตั้งเต็นท์พลับพลาพิธี และขุดหลุมเพื่อเตรียมปักหมุด ในพิธีปักหมุดก่อสร้างพระเมรุมาศ ที่จะมีขึ้นวันที่ 26 ธันวาคม
นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการจัดสร้างพระเมรุมาศ เปิดเผยว่า วันที่ 26 ธันวาคม จะมีพิธีพราหมณ์บวงสรวงและปักหมุดศูนย์กลางพระเมรุมาศ โดยพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดสร้างพระเมรุมาศ เป็นผู้ตอกหมุดศูนย์กลางให้กรมศิลปากร กำหนดเขตก่อสร้าง จากนั้นบุคคลสำคัญ 8 คนจะร่วมตอกหมุดอีก 8 จุด ซึ่งทำจากไม้มงคล 9 ชนิด โดยพิธีบวงสรวงก่อนลงมือปักหมุดศูนย์กลางพระเมรุมาศครั้งนี้จะจัดยิ่งใหญ่สมพระเกียรติเช่นเดียวกับพิธีบวงสรวงบูรณะพระมหาพิชัยราชรถ ขณะที่หลังปีใหม่ กรมศิลปากรจะเร่งก่อสร้างพระเมรุมาศเต็มรูปแบบ โดยช่วง 3 เดือนแรก เป็นขั้นตอนวางแผนงาน กำหนดพื้นที่จากนั้นจะเริ่มก่อสร้างตัวอาคาร เมื่อก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ กรมศิลปากรจะเสนอเปิดช่วงเวลาให้ประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศด้วย
สำหรับกำหนดการพิธีปักหมุดก่อสร้างพระเมรุมาศ 9 จุด ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สนามหลวง เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมนั้น จะมีพิธีบวงสรวงเวลา 15.49 น. จากนั้นเมื่อถึงฤกษ์เวลา 16.19 น. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานปักหมุด พร้อมด้วยตัวแทนบุคคลสำคัญร่วมปักหมุดรวม 9 จุด ซึ่งหมุดที่นำมาทำพิธีในวันดังกล่าว ทำมาจากไม้พะยูง และไม้ทองหลาง นอกจากนี้ ยังมีไม้สามเกลอขนาดเล็กที่ทำมาจากไม้สักสำหรับใช้ตอกหมุด โดยทั้งหมุดและไม้สามเกลอผ่านพิธีลงอักขระ จากวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหารมาแล้ว
ด้านนายชัยนันท์ พันธุ์ภคไพโรจน์ นายช่างสำรวจอาวุโส กรมศิลปากร ระบุว่า พิธีการดังกล่าวเป็นพิธีการสำคัญเพื่อให้การทำงานในการก่อสร้างพระเมรุมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เกิดความราบรื่น
ด้านพล.ต.ดนัย กฤตเมธาวี ผู้บัญชาการศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ (ศร.) อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์เปิดเผยว่า กองทัพบกจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ วันที่ 31 ธันวาคม ที่อุทยานราชภักดิ์เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์ทั้ง 7 พระองค์ ภายในโรงเรียนนายสิบทหารบก ตรงข้ามสวนสนประดิพัทธ์ อ.หัวหิน โดยมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เวลา 07.15 น. จากนั้นนำข้าราชการและประชาชนร่วมถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นในช่วงค่ำวันเดียวกัน เวลา 20.00 น. เริ่มกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี มีการแสดงของประชาชนในพื้นที่ สำหรับประชาชนที่เข้าร่วมสวดมนต์ให้แต่งกายชุดสุภาพไว้ทุกข์สีดำหรือสีขาว โดยอุทยานราชภักดิ์เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนมาก
ที่จ.พระนครศรีอยุธยา นายวิทยา บุรณศิริ ในฐานะนายกสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยากล่าวถึงการจัดงาน “พระราชาผู้ทรงธรรม กลางใจราษฏร์ กลางใจทุ่ง กลางใจกรุงศรีอยุธยา”ว่า ได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นที่ลานวัดพระราม ด้านหลังพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา ภายในงานมีการแสดงวงดุริยางค์กองทัพบก การแสดงช้างที่เคยไปแสดงถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงานจัดตั้งแต่วันที่ 25ธันวาคม2559 จนถึงวันที่ 1มกราคม 2560
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นายวิทยาพร้อมดร.เกษม บำรุงเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา สมาชิกและประชาชนร่วมกันนำผลไม้จำนวนมากมาร่วมเลี้ยงบุพเฟ่ต์ให้ช้าง 9 เชือก เพื่อแสดงความขอบคุณที่วังช้างแลเพนียดนำช้างไปร่วมถวายอาลัยในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี