วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก (สศท.2) ได้ทำการศึกษาวิจัยสินค้าที่จะนำมาปลูกทดแทนข้าวนาปรัง เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 5 จังหวัด คือ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เพื่อมุ่งเน้นพิจารณามิติทางด้านเศรษฐศาสตร์
โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบแทนแผนการผลิตพืชใน 1 ปีการเพาะปลูก 4 ชนิด ได้แก่ ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง และถั่วเขียว
จากผลการวิจัยพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่พึงพอใจสินค้าที่เคยผลิต เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง แต่กลับเห็นด้วยในเรื่องการรวมกลุ่ม การถ่ายทอดความรู้ การปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อย เช่นเดียวกับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ภาครัฐ โดยผลการวิเคราะห์ต้นทุนผลตอบแทนพืช 4 ชนิดพบว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีผลตอบแทนสุทธิ 2,145 บาทต่อไร่ ซึ่งสูงเป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็นข้าวนาปรัง มีผลตอบแทนสุทธิ 1,549 บาทต่อไร่ ถัดมาเป็นถั่วเขียวผิวมัน ผลตอบแทนสุทธิ 1,240 บาทต่อไร่ และถั่วเหลือง มีผลตอบแทน 345 บาทต่อไร่
ดังนั้นหากเกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนและแหล่งน้ำเพียงพอ ควรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่หากมีเงินทุนหมุนเวียนและแหล่งน้ำไม่เพียงพอ ควรปลูกถั่วเขียวผิวมัน เนื่องจากเป็นพืชใช้น้ำน้อยและเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงคุณภาพดินอีกด้วย
ทั้งนี้ การศึกษาดังกล่าว ได้ศึกษาทัศนคติของเกษตรกรผู้ผลิตและผู้ประกอบการในระดับพื้นที่เกี่ยวกับความต้องการของตลาด (Demand) ปริมาณผลผลิตในแหล่งผลิตในบริเวณใกล้เคียง และในประเทศ (Supply) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ด้านการวางแผนและกำหนดนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ นำผลการศึกษาไปใช้ประกอบการพิจารณาเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการสินค้าพืชที่ปลูกทดแทนข้าว เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระดับพื้นที่สำหรับช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี