วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ถือฤกษ์‘พรหมยัญญะ’
ตอกหมุด9จุด
กำหนดเขตสร้างพระเมรุ
ถวายพระเพลิงรัชกาลที่9
เตรียมยกเสาเอกมีนาคม
พราหมณ์หลวงถือฤกษ์ “พรหมยัญญะ” จัดบวงสรวงเริ่มพิธีปักหมุด 9 จุด ด้านสนามหลวงฝั่งทิศใต้ เพื่อกำหนดขอบเขตก่อนเริ่มงานสร้างพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “ในหลวง” รัชกาลที่ 9 เผยเตรียมยกเสาเอกก่อสร้างเดือนมีนาคมปีหน้าเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่เจ็ดสิบสี่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เวลา 07.00 น พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ประธานคณะกรรมการบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา
จากนั้นเวลา 10.30 น. พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหารวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
ขณะที่บริเวณสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ประชาชนจำนวนมากเดินทางมารอเข้ากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังอย่างเนืองแน่นเช่นทุกวัน ในจำนวนนี้มีประชาชนจากจ.เชียราย ขอนแก่น จันทบุรีและชุมพร รวม 3,010 คน ที่กระทรวงมหาดไทยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่เปิดให้เข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่เวลา 04.45 น.ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพเมื่อวันที่ 25 ธันวาคมมีจำนวน 48,373 คน รวม 56 วันมี 2,293,130 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,498,383.25 บาท รวม 56 วัน เป็นเงิน 183,402,062.25 บาท
ส่วนที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) สนามหลวง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ.กอร.รส. แถลงหลังประชุมว่า
ในวันที่ 1 มกราคม 2560 ตามที่สำนักพระราชวังแจ้งปิดการเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แต่เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ตั้งแต่เวลา 07.30-17.00 น. กอร.รส.ดูแลประชาชนตามปกติ แต่จะเริ่มเปิดจุดคัดกรองให้ประชาชนเข้าพื้นที่สนามหลวงเวลา 06.00 น. เป็นต้นไป
เมื่อเวลา 15.49 น.ที่สนามหลวง กรมศิลปากรจัดพิธีบวงสรวงในการปักหมุดก่อสร้างพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพอดุลยเดช โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาเครื่องสังเวย จากนั้นพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ อ่านโองการบวงสรวง ประโคมแตรสังข์ โรยข้าวตอกดอกไม้ที่เครื่องสังเวย
จากนั้น เวลา 16.19 น. ตามฤกษ์ พล.อ.ธนะศักดิ์ประกอบพิธีปักหมุดหลัก พร้อมผู้ร่วมปักหมุดรอง 8 หลัก ประกอบด้วย รมว.วัฒนธรรม ราชเลขาธิการ เลขาธิการพระราชวัง รองราชเลขาธิการ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกรุงเทพมหานคร อดีตอธิบดีกรมศิลปากร โดยหมุดของประธานเป็นหมุดที่ทำจากไม้ทองหลาง ส่วนหมุดรองทำด้วยไม้พะยูง ทุกหมุดผ่านพิธีปลุกเสพลงอักขระแล้ว โดยไม้ที่ใช้ตอกเรียกว่า สามเกลอ ทำจากไม้สัก ที่ผ่านพิธีปลุกเสกแล้วเช่นกัน
พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณเปิดเผยว่า ฤกษ์วันนี้ถือเป็นฤกษ์พรหมยัญญะ ตามพระคัมภีร์พระเวท เป็นช่วงเวลาที่ดี อากาศโปร่ง เหมาะกับการทำพิธีบวงสรวง ซึ่งการปักหมุดถือเป็นการกำหนดขอบเขตก่อนเริ่มงานก่อสร้างพระเมรุมาศ ตามโบราณราชประเพณีเพื่อให้งานเป็นไปอย่างราบรื่น
พล.อ.ธนะศักดิ์ ให้สัมภาษณ์หลังประกอบพิธีว่า หลังจากนี้จะมีพิธียกเสาเอก ซึ่งจะจัดพิธีบวงสรวงเพื่อสิริมงคลตามโบราชประเพณีให้การจัดสร้างพระเมรุมาศประสบผลสำเร็จ โดยจะเชิญนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการชุดใหญ่เป็นประธาน คาดจะมีพิธีเดือนมีนาคม 2560 จากนั้นจะมีพิธียกฉัตร ซึ่งเป็นเครื่องสูงตามราชประเพณี โดยทูลเกล้าฯ กราบบังคมทูลเชิญผู้นำประเทศ การดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ในการวางพื้นฐานโครงสร้างด้านวิศวกรรมสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ โดยเฉพาะพระที่นั่งทรงธรรม ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โครงสร้างต้องมั่นคงแข็งแรงมาก คาดดำเนินงานทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2560
วันเดียวกัน พล.อ.ธนะศักดิ์เป็นประธานประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 2 พร้อมแถลงว่า ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ซึ่งหลังประกอบพิธีปักหมุด กำหนดจุดกึ่งกลางสร้างพระเมรุมาศแล้ว เจ้าหน้าที่จะเริ่มตีผังตีแบบหลังวันที่ 1 มกราคม 2560 ส่วนเรื่องงบประมาณจัดสร้างคณะกรรมการฯพิจารณาให้ยึดหลักพอเพียงและสมพระเกียรติ
รองนายกฯกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อให้พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯสมพระเกียรติสูงสุด ที่ประชุมมีมติให้จัดสร้างราชรถรางปืน และพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยใหม่ เพื่อใช้อัญเชิญพระบรมโกศ และพระสรีรางคารถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยจะเสนอให้คณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานให้ความเห็นชอบ จากนั้นจะกราบบังคมทูลฯ ผ่านสำนักพระราชวังเพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัยขอพระราชทานพระนามต่อไป
ส่วนการจัดงาน “แสงเทียนแห่งสยาม สวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ ถวายเป็นพระราชกุศลพุทธศักราช 2560”นั้น รองนายกฯกล่าวว่า กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีนี้จะจัดขึ้นวันที่ 31 ธันวาคม ที่วัด สนามหลวง และสถานที่ต่างๆ โดยเวลา 21.00 น.จะมีการถวายความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยืนสงบนิ่ง 89 วินาที และเวลา 23.45 น.จะสวดมนต์ส่งท้ายปีเก่าเพื่อความเป็นสิริมงคลให้ประเทศชาติ พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ประชาชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรม เวลา 24.00 น.ลั่นฆ้องชัย 9 ครั้ง พระสงฆ์และประชาชนสวดมนต์ข้ามปีด้วยบทชยันโต และร้องเพลง “พรปีใหม่” และ “เพลงสรรเสริญพระบารมี” พร้อมฉายพระบรมฉายาลักษณ์พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร และวันที่ 1 มกราคม 2560 เวลา 00.09 น.จะมีการจุดเทียน “แสงเทียนแห่งสยาม” พระสงฆ์และประชาชนสวดมนต์รับปีใหม่บทชัยมงคลคาถา(พาหุง)และเวลา 07.00 น.มีพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อต้อนรับปี 2560
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬากล่าวเพิ่มเติมว่า จุดหลักของงานแสงเทียนแห่งสยามจะอยู่ที่สนามหลวง โดยจะแจกโคมเทียน 1 แสนโคม ส่วนต่างจังหวัดจะร่วมจัดกิจกรรมทั่วประเทศตามจุดเคาต์ดาวน์ต่างๆ ขณะที่ในกทม. โดยเฉพาะจุดเคาต์ดาวน์ใจกลาง กทม. อย่างบริเวณเซ็นทรัลเวิลด์ จะเริ่มตั้งแต่แยกปทุมวัน-แยกพร้อมพงษ์ เริ่มตั้งแต่หน้าหอศิลปวัฒนธรรม ลานสยามพารากอน ลานเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลเอ็มบัสซี่ เทอร์มินอล 21 ก็จัดกิจกรรมลักษณะเดียวกัน ซึ่งการเคาน์ดาวน์ปีใหม่ปีนี้จะต้องมีการจารึกไว้ว่าเป็นการเคาน์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ให้ทั่วโลกได้เห็น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี