วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
สัปดาห์นี้ ราชการงานเมืองทำการกันเพียง 3 วัน- จันทร์ถึงพุธ จากนั้นวันพฤหัสบดีที่ 12 ยาวไปจนถึงวันจันทร์ที่ 16 เมษายน “ข้า”ราชการก็จะหยุดกันสบายใจ ในเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทยถึง 5 วัน ส่วนพนักงานรัฐวิสาหกิจยิ่งสบายกว่าเพราะได้หยุดยาวถึงวันอังคารที่ 17 เมษายนเลย ขณะที่ทั้งข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจจำนวนไม่น้อยก็ยังใช้สิทธิในการลาพักต่างๆตั้งแต่วันจันทร์ที่ 9 ถึงพุธที่ 11 เมษายนอีก ทำให้ได้หยุดยาวมากๆ ต่อเนื่องตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 เมษายนที่เป็นวันจักรี ไปจนถึง 16 หรือ 17 เมษายน เท่ากับหยุด 11-12 วันเลยที่เดียว ประกอบกับมีวันเสาร์-อาทิตย์ อีก 3 สัปดาห์ เท่ากับทั้งเดือนเมษายนนี้ ราชการงานเมืองทำกันแค่ประมาณครึ่งเดือนเท่านั้น ที่เหลือหยุดซะอีกครึ่งเดือน
เอาเถอะครับ การหยุดราชการตามกฎหมาย พร้อมกับวันหยุดพิเศษที่รัฐบาลใจดีแถมเพิ่มให้อีก 1 วัน คือ วันที่ 12 เมษายน แล้วยังมีการลาหยุดต่างๆอีก ถือเป็น“สิทธิ”ที่ข้าราชการพึ่งมี พึงลาได้ ก็เชิญกันตามสบาย แต่ต้องขอร้องว่า เมื่อถึงเวลาทำงาน ก็ขอให้ทำงานราชการกันให้เต็มที่อย่างซื่อสัตย์สุจริตต่อ “เวลาราชการ”และให้มีประสิทธิภาพด้วย เพื่อให้“คุ้มค่า”เงินเดือนที่มาจากภาษีประชาชน ที่พวกเขาต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ ทำมาหากินไม่ค่อยได้มีวันหยุดมากเหมือนพวกท่าน เพื่อหาเงินมาจ่ายเป็นภาษีให้รัฐเอามาเป็นเงินเดือนจ่ายให้พวกท่าน ด้วยหวังว่า งานราชการที่ออกมา จะดีพอที่จะช่วย“บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”ให้ประชาชนตาดำๆทั้งหลายได้
ว่าถึงเรื่องวันหยุดกับการทำงานราชการแล้ว ยิ่งกับข้าราชการที่ใกล้เกษียณ เหลือเวลาทำงานอีกไม่มาก โดยเฉพาะในปีสุดท้าย ยิ่งใกล้เกษียณในเดือนตุลาคม ก็ดูจะยิ่งไม่ค่อยมีแก่ใจทำงานกัน ลาได้เป็นลา พักได้เป็นพัก ยิ่งทำให้ดูเหมือนทำงาน“ไม่คุ้มค่า”เงินเดือนมากขึ้นไปอีก แม้บางคนจะเถียงว่า ก็อุตส่าห์ทำงานหนักมาทั้งชีวิตแล้ว ก่อนเกษียณอีกไม่กี่เดือน ขอทำงานสบายๆรอเวลา“หยุดยาว”บ้าง จะไม่ได้เชียวหรือ?...เรื่องแบบนี้ ก็คงขึ้นกับ“สำนึก”ของแต่ละคนแล้วล่ะครับ เพราะตราบใดที่ยังกินเงินเดือนจากภาษีประชาชน ถ้ามี“สำนึก” ก็ควรทำงานให้“คุ้มค่า”จนถึงนาทีสุดท้ายเลยทีเดียว
ที่นี่มาว่ากันเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งในปีนี้ก็น่าหวั่นใจอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นปีที่จะมีข้าราชการระดับสูง ระดับหัวหน้าหน่วยงานสำคัญๆตั้งแต่ซี 9 ขึ้นไปถึงซี 11 ปลัดกระทรวง เกษียณในเดือนตุลาคมนี้รวมกันมากถึง 134 คน ที่จะต้องมีการพิจารณาหาคนใหม่ขึ้นมาทดแทนกันต่อไป ซึ่งช่วงที่จะพิจารณาเรื่องโยกย้ายแต่งตั้งนี้ ข้าราชการประเภทตัวเต็ง ตัวเก็ง และตัวเกร็งทั้งหลาย ดูจะไม่ค่อยเป็นอันทำงาน มัวแต่“ลุ้น”ว่าจะได้ตำแหน่งที่หวังหรือไม่
ขณะที่ในหมู่ผู้ที่จะเกษียณเดือนตุลาคมนี้ ผมเองก็ไม่อาจทราบได้ว่า แต่ละคนแต่ละท่านได้ใช้เวลาราชการช่วงที่เหลือไม่กี่เดือนนี้ ทำงานกันเต็มที่หรือไม่? เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่ยังมีอยู่มากมายให้กับพี่น้องเกษตรกรไทย แต่ก็เห็นมีกระแสว่า หลายๆท่านอาจมัวแต่กำลังหาช่องทางใหม่ของตัวเอง จนไม่รู้จะทำให้เสียเวลาที่ต้องทำ“งานหลัก”ไปกี่มากน้อย
อย่างเช่นที่มีกระแสว่าอธิบดีกรมวิชาการเกษตร- สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ เตรียมลาออกก่อนเกษียณเดือนตุลาคมนี้ เพื่อไปสมัครตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร(องค์กรมหาชน) หรือ สวก.ทำให้มีข่าวว่า ท่านรมว.กฤษฎา บุญราช กำลังพิจารณาจะโยกย้าย น.ส.เสริมสุข สลักเพชร เลขาฯสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) ไปเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตรแทน แล้วสลับให้นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต ผู้ตรวจราชการฯ ขึ้นเป็นเลขาธิการ มกอช.
แม้กระทั่งตัวปลัดกระทรวงเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ก็ยังมีกระแสข่าวว่า อาจจะลาออกก่อนเกษียณตุลาคมนี้ด้วย แว่วๆว่า ท่านอาจเบื่อ เพราะตอนนี้งานถนัดเรื่อง“น้ำ”ที่ท่านเคยเป็นอธิบดีกรมชลประทานมาก่อน ปรากฏว่า รัฐบาลก็ตั้งหน่วยงานใหม่“สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ”มาจัดการดูแล“เมกะโปรเจกท์น้ำ”ทั้งหลายไปแล้ว ส่วนท่านเองได้มาถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงตามฝันก็นับเป็นเกียรติยศที่น่าพอใจแล้ว เลยอาจไม่อยากแบกภาระน่าปวดหัวกับการแก้ปัญหาเกษตรกรที่ยังกองท่วมหัวอยู่ก็เป็นได้
ก็หวังว่า กระแสข่าวเหล่านี้ จะเป็นแค่เรื่องลือๆกันไป หวังว่าทุกท่านยังจะตั้งใจทำงานเต็มที่ให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจ แต่งตั้งมาดำรงตำแหน่งสำคัญๆนี้ เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร คนส่วนใหญ่ของประเทศจนถึงที่สุดต่อไป ไม่ใช่แค่มาเอาตำแหน่งเพื่อเกียรติยศส่วนตัวเท่านั้น
สุดท้าย...ในโอกาสสงกรานต์ปีใหม่ไทย ก็ขออำนวยอวยพรให้ท่านผู้อ่านแนวหน้าทุกๆท่าน ตลอดจนพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรคนไทย ขอให้มีความสุขกันตลอดไป คิดอะไรสมหวังทุกประการครับ..
สาโรช บุญแสง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี