‘กฤษฎา’สั่งเร่งเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ ยกระดับกลุ่มพื้นบ้าน-เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนตลาด

‘กฤษฎา’สั่งเร่งเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ ยกระดับกลุ่มพื้นบ้าน-เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนตลาด

วันจันทร์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.
Tag :

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เกษตรอินทรีย์เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องการให้ทุกหน่วยงานร่วมดำเนินการ โดยขับเคลื่อนการดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 เพื่อให้มีการบูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมกันส่งเสริมทั้งกระบวนการผลิต รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือกับทุกภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ให้ขยายตัวในเชิงพื้นที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน 5 ล้านไร่ ภายในปี 2564

โดยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประกอบไปด้วย จังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยโสธร ซึ่งการดำเนินงานของทางกลุ่มจังหวัดได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ที่ครอบคลุมทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง เพื่อให้เป็นต้นแบบการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดให้มากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ไม่น้อยกว่า 8.2 แสนไร่ ในปี 2564


นายกฤษฎากล่าวต่อไปว่า ในพื้นที่จังหวัดยโสธรนี้มีการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่อง และได้กำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดมาโดยตลอด ซึ่งจังหวัดยโสธรมีพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ 40,000 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 396 กก./ไร่ สร้างรายได้จากการจำหน่าย 276,952,500 บาท และในปี 2559 จ.ยโสธรได้ถูกยกให้เป็นจังหวัดต้นแบบด้านเกษตรอินทรีย์ของประเทศ จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกทั้งจังหวัดยโสธร มีแผนการสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์เดิมและขยายพื้นที่ผลิตเกษตรอินทรีย์อีก 60,000 ไร่ ให้เป็น 100,000 ไร่ ภายในปี 2561

ปัจจุบัน สินค้าเกษตรอินทรีย์กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดผู้ที่สนใจในการดูแลรักษาสุขภาพเป็นจำนวนมาก ในปี 2561 
กระทรวงเกษตรฯมีแนวทางการส่งเสริมพัฒนาเกษตรอินทรีย์หลายมิติ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรวางแผนพัฒนาเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้เกษตรอินทรีย์ในเชิงลึก เพื่อเป็นวิทยากรหลักในการถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรได้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งให้ความรู้เรื่องการเข้าสู่ระยะปรับเปลี่ยนและการรับรองตามระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แก่เกษตรกรทั่วประเทศกว่า 5,000 ราย

สำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2560-2564 มีเป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ไม่น้อยกว่า 600,000 ไร่ เพิ่มจำนวนเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ไม่น้อยกว่า 30,000 ราย เพิ่มสัดส่วนตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศต่อตลาดส่งออก โดยมีสัดส่วนตลาดในประเทศร้อยละ 40 ต่อตลาดส่งออกร้อยละ 60 และยกระดับกลุ่มเกษตรอินทรีย์วิถีพื้นบ้านเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคือ การเพิ่มมูลค่าข้าวหอมมะลิ พืชเศรษฐกิจ ปศุสัตว์ และประมง ด้วยอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ เพื่อเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมเกษตรแปรรูปและเกษตรอินทรีย์ (Hup of innovation for Specialized and Organic Agriculture : HI-SO 
Agriculture)

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าภาครัฐมีความเอาใจใส่และสนใจในการพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์อย่างมาก เพื่อให้เป็นอาหารทางเลือกของผู้รักสุขภาพและยังเป็นผลดีให้กับเกษตรกรที่อีกทางหนึ่งด้วย ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุน การรวมกลุ่มผลิตสินค้า นอกจากนี้ ตลาดรองรับผลผลิตของเกษตรอินทรีย์ยังเปิดกว้างเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่มีเพียงแผงขายตามท้องตลาดทั่วไป แต่ปัจจุบันเป็นสินค้าขึ้นห้างตามโมเดิร์นเทรดต่างๆ ซึ่งผู้บริโภคสามารถเข้าซื้อ เข้าถึงได้ง่ายและตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าผู้รักสุขภาพอีกด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top