ศธ.เปิดตัว‘โรงเรียนสุจริต’ ต้านคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

วันพุธ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.

 

หลักสูตรเวชกรฉุกเฉิน : โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมในหลักสูตรเวชกรฉุกเฉินระดับต้น รุ่นที่ 2 โดยมี นพ.ประยุทธ สมประกิจ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 3 และภาคใต้ พญ.ปิยาภรณ์ ทิพยะรัตน์ ประธานคณะกรรมการจัดการอบรม มอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรม ที่ รพ.กรุงเทพพัทยา

จากกระแสการคอร์รัปชั่น ทุจริต โกงกิน ที่แผ่วงกว้างไปทั่ว ทำให้เกิดคำถามตามมามากมายว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะป้องกันเรื่องนี้อย่างไร ไม่ให้กลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ใครๆ ก็ทำกัน แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ต้องดำเนินการคือ ปลูกฝังแนวคิดไม่โกงกิน ทุจริต คอร์รัปชั่นแก่เด็กซึ่งเป็นเยาวชนของชาติที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต

กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงได้จัดทำโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษาขึ้น ชื่อว่า “โรงเรียนสุจริต” (Upright School Project) จำนวน 225 โรงเรียน จากทุกภาคในสังกัดสพฐ. และคัดเลือก 12 โรงเรียนเป็นโรงเรียนต้นแบบ ทดลองวิจัยป้องกันการทุจริต เน้น 5 ด้านในการเป็นโรงเรียนสุจริต ได้แก่ มีทักษะกระบวนการคิด มีวินัย ซื่อสัตย์สุจริต อยู่อย่างพอเพียงและมีจิตสาธารณะ พัฒนาโรงเรียนสู่สากล ที่มีความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ไม่คอร์รัปชั่น โดยฝึกอบรมผู้บริหาร ครู และนักเรียนที่คัดเลือกให้เป็นโรงเรียนสุจริตนำร่อง ปลุกจิตสำนึกให้คิดถึงส่วนรวมและโรงเรียนสุจริตจะเป็นโรงเรียนที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย โดยจะผลักดันให้ “โรงเรียนสุจริต” เป็นรูปธรรม เป็นที่รู้จัก ภายใน 5 ปี

นายสุวัฒน์ ตันติพิพัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังจากเป็นประธานเปิดโครงการ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมาที่ห้องประชุมอีสเทิร์นคอนเวนชั่น ABC โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ซิตี้จอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี โดยนำนักเรียน ครู และบุคลากร ร่วมเข้าค่ายทำเวิร์กช็อปว่า โดยปกติแล้วกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายและบรรจุอยู่ในหลักสูตร และสาระต่างๆ ในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม เรื่องการสร้างความสุจริตโปร่งใส เรื่องของ Good Governance (หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี) และเรื่องป้องกันการทุจริตอยู่แล้ว แต่ว่าสิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้คือเรื่องการทุจริต ซึ่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับการทุจริตที่เกิดขึ้นในสังคมว่า ถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นต่อไปแล้ว ไม่มีการแก้ไขและป้องกัน จะทำให้ประเทศชาติล่มจมได้ กระทรวงศึกษาธิการ รับใส่เกล้าฯ จึงได้มาดำเนินการเรื่องการป้องกันการทุจริตและสร้างความสุจริตให้เกิดขึ้น ในจิตใจของนักเรียน ผู้บริหาร ครู และจะขยายขับเคลื่อนต่อไปในทุกโรงเรียน จนถึงประชาชน

“ส่วนรูปธรรมนั้นได้ทำอยู่แล้ว ในทุกโรงเรียน แต่จะสร้างเรื่องนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จึงได้คิดเป็นโครงการเรียกว่าโรงเรียนสุจริต เพื่อดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง อย่างปฏิญญา ที่ผู้ผ่านการอบรมได้รับไปนั้น มีว่า 1.จะป้องกันการทุจริตในทุกรูปแบบ ทุกขั้นตอนที่ได้พบเห็นที่เกี่ยวข้อง 2 จะขยายเครือข่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ต่อไป ทุกโรงเรียน นักเรียน ครูผู้บริหารการศึกษาและประชาชนอย่างทั่วถึง 3.การปลูกฝังความสุจริตให้กับประชาชนคนไทย ตลอดจนนักเรียน ครู ซึ่งเป็นต้นแบบ เพื่อขยายต่อไปทั่วทั้งประเทศ เพื่อให้เรื่องทุจริตมีลดน้อยลงไปและไม่ให้เกิดขึ้นก่อนที่เราจะเปิดประตูสู่อาเซียนซึ่งต้องมีการแข่งขัน มีการสร้างความเชื่อถือศรัทธา” นายสุวัฒน์ กล่าว

ส่วนความคาดหวังว่าจะสำเร็จมากน้อยแค่ไหนและติดตามประเมินผลอย่างไรนั้น นายสุพัฒน์กล่าวว่า การเตรียมการและขั้นตอนกระบวนการต่างๆ นั้น กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้เตรียมงานมาหลายเดือน คุมเข้มขบวนการทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มคิดโครงการ ตั้งชื่อ ขั้นตอนดำเนินการ การติดตามประเมินผล การแก้ไขปัญหา การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ให้ประสบความสำเร็จ จึงเชื่อมั่นว่าจะมีส่วนช่วยให้สังคมเกิดความตระหนักในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จากผลการจัดอันดับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น(Corruption Perceptions Index-CPI) ปี 20125 ประเทศไทยได้ 37 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อยู่อันดับที่ 88 จากการจัดอันดับทั้งหมด 176 ประเทศทั่วโลกโดย ตัวเลขคะแนนที่มาก หมายถึงการมีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นที่ต่ำ ส่วนตัวเลขที่ต่ำ หมายถึงการมีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นที่สูง

โดยประเทศในภูมิภาคส่วนใหญ่มีคะแนนใกล้เคียงกับประเทศไทย ยกเว้นสิงคโปร์ ที่มีคะแนนและผลการจัดอันดับสูงที่สุดในภูมิภาค ได้ 87 คะแนน เป็นอันดับที่ 5 ของโลก

ส่วนประเทศเพื่อนบ้านไทยมีคะแนนไล่เลี่ยกัน ได้แก่ มาเลเซีย 49 คะแนน ที่ 54 ของโลก, จีน 39 คะแนน ที่ 80 ของโลก, ฟิลิปปินส์ 34 คะแนน ที่ 105 ของโลก,อินโดนีเซีย 32 คะแนน ที่ 118 ของโลก, เวียดนาม 31 คะแนนที่ 123 ของโลก, กัมพูชา 22 คะแนน ที่ 157 ของโลก, ลาว 21 คะแนน ที่ 160 ของโลก และพม่า 15 คะแนนที่ 172 ของโลก