542.jpg
'บิ๊กต๊อก'ยัน'ราชภักดิ์'ทุจริตจริง 'ตู่-เต้น'ยอมรับข้อมูลไม่สมบูรณ์

'บิ๊กต๊อก'ยัน'ราชภักดิ์'ทุจริตจริง 'ตู่-เต้น'ยอมรับข้อมูลไม่สมบูรณ์

วันพุธ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2558, 18.56 น.
Tag :

9 ธ.ค. 58 เมื่อเวลา 13.40 น. ที่กระทรวงยุติธรรม  พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังการร่วมพูดคุยกับแกนนำ นปช. นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ นายสมหวัง อัศรายี นายยศวริศ ชูกล่อมหรือ”เจ๋ง ดอกจิก” ได้เข้าพบ เพื่อขอให้มีการตรวจสอบการทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ พร้อมนำเอกสารและข้อมูลด้านการข่าวมามอบให้ โดยมีนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และพ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท)เข้ารับฟัง โดยใช้เวลากว่า 2ชั่วโมง

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่นายจตุพรและนายณัฐวุฒิได้ใช้ช่องทางนี้ในการขอให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ทำการตรวจสอบปัญหาการทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์โดยมีการนำเอกสารมาให้เพื่อประกอบการพิจารณา เป็นเอกสารข้อมูลทางการสอบสวนแต่ละเรื่อง ไม่ได้มีหลักฐานชี้ชัดว่า ใครหรือมีการทุจริตตรงไหน แต่เป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐและเอกชนที่บริจาคเงิน และการรับจ้างหล่อพระรูป โดยมีข้อสังเกตเป็นประเด็นและให้สอบแต่ละเรื่อง ซึ่งได้ข้อยุติว่าจะใช้ช่องทางนี้ในการประสานการตรวจสอบ โดยนายจตุพรและนายณัฐวุฒิ จะมาพบเป็นระยะๆและจะส่งข้อสังเกตเพิ่มเติมให้หากพบหลักฐานอีก ในส่วนของศอตช.นั้นตนได้ให้สตง.และป.ป.ท.ชี้แจงว่า ได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และแต่ละหน่วยงานมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบอย่างไร ทั้งการจัดซื้อจัดจ้างว่ามีประเด็นหรือไม่


พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อมูลที่ให้มาเป็นข้อสังเกตเพื่อนำไปสู่การตรวจสอบในแต่ละจุด ไม่ได้เป็นหลักฐานเพราะหลักฐานส่วนใหญ่อยู่ที่กองทัพ ซึ่งสตง.ได้ชี้แจงว่าตรวจสอบในแนวทางเดียวกันกับข้อสังเกตดังกล่าว โดยข้อสังเกตของคนทั้งสองจะระบุถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่บริจาคเงินไปใช้ในอุทยานราชภักดิ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเงินบริจาคไปใช้และการรับจ้างโรงหล่อพระรูป เบื้องต้นข้อมูลที่นำมาให้ก็มีประโยชน์หลายส่วน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกองทัพบก ได้ส่งข้อมูลเบื้องต้นมาให้ตรวจสอบแล้ว แต่ยังไม่ครบเนื่องจากตลอดเดือนธันวาคมนี้ กองทัพมีภารกิจสำคัญเชื่อว่าหลังเสร็จสิ้นภารกิจในวโรกาสสำคัญต่างๆ การตรวจสอบจะเดินหน้าอย่างรวดเร็วเพราะเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ

“นายจตุพร และนายณัฐวุฒิ ยืนยันว่าการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ต้องการเอาผิดคนทำทุจริตและนำมาลงโทษ ซึ่งผมเองก็ยืนยันว่าโครงการนี้มีการทุจริตแน่นอน เพราะได้รับคำยืนยันจากฝ่ายปฎิบัติและบุคคลที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานตรวจสอบที่จะต้องตรวจให้พบ ซึ่งจะตรวจไม่เจอเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อผู้ปฎิบัติออกมายอมรับแล้วว่ามีการทุจริต ทุกคนก็เชื่อว่ามีการทุจริต ถ้าวันหนึ่งถ้าผมไม่มีคุณธรรมจริยธรรม ผมก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน”พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

"ผมบอกวันนี้เลยว่า ต้องเจอคนผิด การตรวจสอบไม่มีเบี่ยงเบน เพราะผู้เกี่ยวข้องยอมรับเอง หากสตง.ไปตรวจสอบแล้วออกมาบอกว่าไม่มีทุจริต ท่านจะเชื่อหรือไม่ ประชาชนจะเชื่อหรือไม่ หากบอกว่าไม่มีทุจริตบ้านเมืองจะอยู่อย่างไร ให้บอกประชาชนไปเลยว่ามีการทุจริต แต่จะเป็นใครและเกิดขึ้นในช่วงไหน ขอให้รอการตรวจสอบให้ชัดเจนส่วนเรื่องบัญชีบริจาคของมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ที่ระบุว่าต้องมีการรับรองงบดุล แต่ขณะนี้ยังมีเงินไหลเข้ามาเรื่อยๆเพราะยังไม่ได้ปิดบัญชีจึงขอให้สตง.ขีดเส้นเพื่อปิดบัญชี เพื่อเริ่มการตรวจสอบ" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยใหม่กำลังเคลื่อนไหวเรื่องดังกล่าว ว่า ถ้ามีเวลาอยากให้มาพบในแนวทางเดียวกับนายณัฐวุฒิและนายจตุพร ถ้าตั้งใจจะตรวจสอบเรื่องนี้จริงๆก็ขอให้มาร่วมมือกัน อย่าสร้างนวตกรรมใหม่ในการตรวจสอบเพราะจะทำให้บ้านเมืองสับสน หลังจากนี้ขอให้ประชาชนตัดสินว่าผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆต้องการอะไรกันแน่ เพราะตนได้ทำให้เห็นชัดเจนแล้ว ซึ่งนายณัฐวุฒิและนายจตุพรก็พอใจจึงน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะนำไปสู่การปรองดองที่แท้จริง วันนี้ไม่อยากพูดมากเพราะนักศึกษาก็อายุมากแล้วแต่เรายังเห็นว่ายังเป็นเยาวชนจึงไม่อยากจะทำอะไรมากที่ผ่านมานายกฯก็พูดชัดว่า หลักฐานถึงใครลงโทษทันที ไม่มีการตัดตอนไปยังบุคคลที่หลบหนีคดี หากหลักฐานถึงใครก็ต้องโดนหมด ขอให้แยกแยะระหว่างคดี112 กับคดีทุจริตการก่อสร้างอุทยานฯ ซึ่งอาจจะมีบุคคลกลุ่มเดียวกันเข้าไปเกี่ยวข้องโดยคดี 112 ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้ว แต่ในคดีทุจริตฯยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบยังไม่ถึงขั้นตอนที่ปปง.จะเข้ามาตรวจสอบบอกได้ว่าขณะนี้หลักฐานทยอยเข้ามาเรื่อยๆและยังตอบไม่ได้ว่า คดีมีความซับซ้อนหรือไม่

ด้านนายจตุพร กล่าวภายหลังการพูดคุยว่ายอมรับหลักฐานที่นำมาในวันนี้นั้นไม่ครบถ้วน 100เปอร์เซ็นต์  เพราะหลักฐานส่วนใหญ่อยู่ในกลไกของกองทัพบกและหน่วยของภาครัฐ แต่หลักฐานนี้จะเป็นต้นทางในการสอบสวน และการทุจริตโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์นั้นใหญ่กว่าจะเป็นเรื่องของการเมือง และจะจบได้ต้องทำให้ความจริงปรากฏ แต่เรื่องนี้ไม่มีการแสดงรายรับ-รายจ่ายให้ปรากฏ แต่ตามที่พวกตนได้เข้าไปสืบพบสภาพจะหนักกว่าที่ปรากฏเป็นข่าวหลายเท่า โดยให้เทียบสัดส่วนโลหะเอาพระบรมนุสาวรีย์ที่เพิ่งสร้างหน้าศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ของปราจีนบุรี ซึ่งเป็นเนื้อโลหะที่สั่งจากต่างประเทศ 100 เปอร์เซ็นต์ มาเทียบก็จะรับทราบ รวมทั้งรับทราบข้อมูลในส่วนอื่นๆ    เช่น ลักษณะการบริจาคเป็นสิ่งของ และมีการโยกเงินงบประมาณพัฒนาของกองทัพบก ซึ่งรับทราบเรื่องจากบรรดานายทหารที่แสดงออกไม่พอใจโดยไม่ไปร่วมพิธีเปิดอุทยานฯจนต้องมีการนำนักเรียนนายสิบเข้าไปนั่งให้เต็มที่ ซึ่งสะท้อนให้ทราบว่าเกี่ยวโยงถึงการโยกเงินงบประมาณภายในกองทัพบกเองด้วยซึ่งยังไม่ได้รับการชี้แจงในเรื่องนี้

ตนยืนยันว่ามาวันนี้ไม่ได้ต้องการตั้งธงว่าใครเป็นคนผิด ถ้าเอาสำนวนแบบพล.อ.ประยุทธ์ คือไม่ผิดแล้วหนีทำไม แต่ว่าการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดให้มีการพูดคุยและเชื้อเชิญเปิดโอกาสว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากมีหลักฐานในช่วงจังหวะเวลาใดก็ให้นำมามอบให้ได้ทุกกรณี หรือมีข้อสงสัยอะไรก็ให้นัดหมายกันได้โดยตลอด

ขณะที่นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า การพูดคุยในวันนี้ได้ข้อสรุปตรงกันคือ การก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์นั้นเริ่มต้นจากกองทัพบก และ สตง. มีสิทธิเข้ามาตรวจสอบเงินบริจาค เพราะเงินบริจาคทั้งหมดมีการใช้จ่ายผ่านกองทุนสวัสดิการกองทัพบก และตนยังมีข้อเสนอต่อขบวนการสอบสวนของ ศอตช. โดยให้มีตัวแทนจากสื่อมวลชน นักวิชาการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการก่อสร้างรูปหล่อโลหะ รวมถึงตัวแทนจากองค์กรเอกชนที่มีบทบาทในการตรวจสอบการทุจริต เข้ามาร่วมสังเกตุการณ์การตรวจสอบในโครงการดังกล่าว โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้รับข้อเสนอดังกล่าวไว้พิจารณา

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอนุสาวรีย์บูรพมหากษัตริย์ทั้ง 7 พระองค์ เนื่องจากการยอมรับว่ามีการหักค่าหัวคิวโรงหล่อ นั้นอาจจะมีการลดคุณภาพในการก่อสร้าง และฝากถึงรัฐบาลให้อธิบายขบวนการ ขั้นตอนการตรวจให้ประชาชนรับทราบ และติดตามตัวผู้หลบหนีมารับโทษต่อไป พร้อมยืนยันว่าทางกลุ่ม นปช. ไม่มีเจตนาที่จะนำเรื่องนี้มาเป็นเงื่อนไขทางการเมืองเพื่อต่อรองกับรัฐบาล เพราะทางกลุ่มมีการเคลื่อนไหวหลังมีการยอมรับว่ามีการทุจริต ทั้งนี้ ยืนยันว่าทางกลุ่ม นปช. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของขบวนการประชาธิปไตยศึกษา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top