546.jpg
'เทือก'แฉแม้วส่งซิก คว่ำรธน.! โอหังไม่ผ่าน-ไล่บิ๊กตู่

'เทือก'แฉแม้วส่งซิก คว่ำรธน.! โอหังไม่ผ่าน-ไล่บิ๊กตู่

วันศุกร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

‘เทือก’แฉแม้วส่งซิก

คว่ำรธน.!

โอหังไม่ผ่าน-ไล่บิ๊กตู่

อ้าง‘หมดความชอบธรรม’

ตุ๊ดตู่อัดปลุกผีทักษิณหากิน

‘มีชัย’โต้ตปท.เตือน7สิงหา

แก๊งบิดเบือนนอนคุกยกก๊วน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่นและเมียนมา แจ้งเตือนพลเมืองของตนเองที่อยู่ในประเทศไทยให้ระมัดระวังอาจมีเหตุวุ่นวายช่วงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ข้อมูลที่ได้รับและนำมาซึ่งการแจ้งเตือน อาจมีความคลาดเคลื่อน หรือมีผู้ให้ข้อมูลบิดเบือน ซึ่งหากเหตุการณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น อาจทำให้ผู้แจ้งเตือนถูกลดความน่าเชื่อถือลงได้

“ยืนยันว่าเวลานี้ยังคงควบคุมสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไว้ได้เป็นอย่างดี คสช.ขอขอบคุณในความห่วงใยจากมิตรประเทศและเช่นเดียวกันเราทราบดีถึงปัญหาภายในของมิตรประเทศเช่นกัน จึงขอทำความเข้าใจอีกครั้งว่า ปัญหาภายในของประเทศไทย คนไทยสามารถแก้ปัญหาเองได้ในเวลานี้จึงยังไม่รบกวนอะไรจากมิตรประเทศ” พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าว


บิ๊กป้อมแจงพ่นสีใต้ปมการเมือง

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่การพ่นสีข้อการลงประชามติจะขัดต่อหลักศาสนา ว่า กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องความไม่สงบในพื้นที่ แต่เป็นการแสดงออกทางการเมือง ที่อาจมีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง มองว่าไม่จำเป็นต้องเพิ่มการดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษ แต่ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้มากขึ้น ส่วนการที่ต่างประเทศเตือนพลเมืองไม่ให้เข้าใกล้คูหาลงประชามตินั้น เป็นการเตือนให้ระวังว่าจะขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

มท.สั่งแจงคลิปเสียงโยงศาสนา

ขณะที่ นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย(มท.) ได้ส่งวิทยุด่วนที่สุดถึงผู้ว่าฯทุกจังหวัดที่มีกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เรื่อง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า ตามที่มีผู้ปล่อยคลิปเสียยทางโซเซียลมีเดียว่า การไปออกเสียงลงมติร่างรัฐธรรมนูญขัดกับหลักศาสนาหรือเป็นการไม่สนับสนุนศาสนาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้นั้น ขอให้จังหวัดแจ้งกกต.จังหวัดและคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพื่อให้ร่วมกันหารือกำหนดแนวทางแก้ไขและทำความเข้าใจกับประชาชนให้ทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง อาจชี้แจงทำความใจช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 5สิงหาคม ณ มัสยิดในหมู่บ้านหลังประกอบศาสนากิจแล้วโดยขอให้รีบดำเนินการชี้แจงสร้างการรับรู้โดยด่วนที่สุดและรายงานผลให้ มท.รับทราบด้วย

กต.ชี้ต่างชาติน่ากลัวกว่าไทย

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการจัดลงประชามติ ว่า เป็นกิจกรรมสำคัญของไทย ซึ่งรัฐบาลปรารถนาดีให้ประชาชนมีส่วนร่วมเดินหน้าประเทศ เพื่อช่วยตัดสินใจแก้ไขปัญหาในอดีต และพัฒนาให้มีประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ซึ่งต่างประเทศได้แสดงความชื่นชมที่ไทยเปิดโอกาสให้ออกเสียงประชามติ ยืนยันว่าบรรยากาศในประเทศเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย ไม่ได้น่าหวาดกลัว ส่วนที่สถานเอกอัครราชทูตต่างๆประกาศเตือนพลเมืองให้เพิ่มความระมัดระวังอาจไม่ได้ตระหนักว่า ไทยมีความปลอดภัยกว่าประเทศตะวันตกหลายประเทศ โดยนักท่องเที่ยวและผู้ที่ทำงานในประเทศไทยต่างทราบดีว่าไทยไม่มีความวุ่นวายและไม่น่าจะมีปัญหาใด ยกเว้นจะมีกลุ่มตั้งใจก่อความวุ่นวาย โดยหวังว่าจะไม่เกิดขึ้น

มีชัยเย้ยรัวยิงที่สหรัฐไม่มีเตือน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีต่างชาติเตือนประชาชนตัวเองที่อยู่ในไทยให้ระวังช่วงลงประชามติเพราะอาจมีความวุ่นวาย ว่า คนไทยคงไม่ทำอะไรวุ่นวาย ถ้าต่างชาติไม่มาทำอะไร บ้านเมืองเราก็คงสงบ ดังนั้นหากเกิดอะไรขึ้นเราต้องมองไปที่คนต่างชาติบ้างเหมือนกัน ทำไมต่างประเทศต้องแจ้งเตือน ต้องไปถามเขา แล้วเวลากราดยิงกันในสหรัฐอเมริกาไม่อันตรายยิ่งกว่าหรือ ไม่เห็นมีการเตือนเลย เรื่องนี้ขึ้นกับมารยาททางการทูตด้วย ตนมองว่า เหมือนกับที่สหรัฐฯกำลังจะเลือกตั้งประธานาธิบดี ก็ไม่เห็นเขาเตือนอะไร ขนาดพกปืนกันได้ ยิ่งน่ากลัวกว่า

“วิษณุ”แจงแจ้งเตือนเรื่องปกติ

ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีหลายชาติออกมาเตือนพลเมืองของตัวเองไม่ให้ไปในจุดที่จะลงประชามติ เพราะหวั่นเกรงจะเกิดอันตรายว่า ไม่ทราบ ก็คงเหมือนกับเราหากเห็นว่ามีอะไรที่ไม่น่าไว้ใจก็ต้องเตือนพลเมืองของเราเหมือนกัน แต่เราก็มองในแง่ดีก็ได้ว่า ทำให้เราต้องระวังมากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่ 9สิงหาคม นายกฯได้นัดประชุมร่วมระหว่างรัฐบาลและคสช.ซึ่งจะรหารือเกี่ยวกับทางออกหลังลงประชามติว่า จะดำเนินอย่างไรต่อไป ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้าผ่านมันก็มีอะไรที่ต้องปรับ หรือหากไม่ผ่านยิ่งต้องปรับใหญ่

กกต.จัด’บิ๊กเดย์’ถ่ายสดทั่วปท.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.00น.วันเดียวกัน ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า กทม.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ ได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การรณรงค์ออกเสียงประชามติพร้อมกันทั่วประเทศ “วันBig Dayประชารัฐร่วมใจ เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ”หรือ”บิ๊กเดย์”เพื่อรณรงค์โค้งสุดท้ายกระตุ้นให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิลงประชามติให้มากที่สุด โดยซึ่งมีประชาชน นักเรียน นักศึกษา รด.จิตอาสาและตัวแทนจากหลายหน่วยงาน มาร่วมแสดงพลังความพร้อมในการออกเสียงประชามติด้วย

โดย นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.เปิดเผยว่า กกต.ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ได้พร้อมใจกันร่วมจัดกิจกรรมBig Day เพื่อแสดงความพร้อมให้ประชาชนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ นับเป็นการจัดกิจกรรมการรงค์ครั้งใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศ มีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ มีบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เป็นจุดหลักเริ่มต้นปล่อยขบวนไปตามพื้นที่ต่างๆ รวมถึงมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ลักษณะเดียวกันในอีก 6จังหวัดใหญ่ คือ จ.เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น สงขลา ปัตตานีและจ.ชลบุรี

ห้ามตำรวจลาเจ็บ-ลากิจ-ป่วย

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.เปิดเผยถึงการเตรียมพร้อมวันลงประชามติ ว่า ได้มีการเตรียมการมาหลายเดือนแล้ว โดยวางกำลังตำรวจ 8,000นาย รักษาความสงบเรียบร้อย กทม.รวมถึงมีกำลังประจำหน่วยเลือกตั้งอย่างน้อย 1 นาย มีชุดจู่โจม ชุดเคลื่อนที่เร็ว ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ ชุดพนักงานสอบสวนเตรียมพร้อมแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งตำรวจทุกนายตั้งแต่ระดับรอง ผบช.จนถึงระดับอื่นๆ ห้ามเจ็บ ห้ามป่วยและห้ามลาในวันลงประชามติ ต้องออกมาปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชน อย่างไรก็ตาม การข่าวความมั่นคงยังไม่พบกลุ่มที่จะออกมาก่อกวนวันลงประชามติแต่อย่างใด

‘สุเทพ’ปูดแม้วส่งสัญญาณไม่รับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ได้เผยแพร่ภาพสดผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์ ชี้แจงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัว ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นเรื่องแปลกที่ นายทักษิณ ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเขาไม่มีวันได้ลงประชามติเหมือนคนอื่น การประกาศจุดยืนดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณบอกลูกสมุน บริวารให้ดำเนินการทุกวิถีทางที่จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งมีคนขานรับกันเป็นแถวทั้ง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.,นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯก็ประกาศไม่รับร่าง โดยคนในระบอบทักษิณ ทำทุกอย่างเพื่อจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญให้ได้

โอหังร่างร่วงปลุกสมุนไล่’บิ๊กตู่’

‘โอหังมากเขาประกาศเลยว่า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านประชามติวันที่ 7สิงหาคม พวกเขาจะออกมาขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อ้างว่าไม่มีความชอบธรรมที่จะอยู่ต่อไป แสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้มีแผน มีความตั้งใจทำให้บ้านเมืองเกิดปัญหาวุ่นวายมากมายไม่รู้จบสิ้น เพราะยังอยากกลับมามีอำนาจ จากการที่พวกเขาเคลื่อนไหวยิ่งทำให้คนอย่างผมมีพลัง มีความตั้งใจทำหน้าที่ประชาชนเพื่อกำหนดอนาคตไทยด้วยมือของเรา พาประเทศให้พ้นจากอำนาจนักการเมืองเลวในระบบทุนสามานย์ ไม่ให้ประเทศไทยอยู่ในวงจรอุบาทว์เหมือนที่แล้วมา ผมจะรับร่างรัฐธรรมนูญนี้และรับคำถามพ่วง ที่ให้ สว. ร่วมกับ สส.เลือกนายกฯ ซึ่งเป็นตัวการันตีว่า คนที่มีคุณสมบัติไม่ดี จะไม่มีโอกาสเป็นนายกฯ’ นายสุเทพ กล่าว

‘องอาจ’วอนดูเนื้อหาก่อนลงมติ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงการลงประชามติวันที่ 7 สิงหาคม ว่า การพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ควรดูจากเนื้อหาสาระ แต่ขณะนี้มีการสร้างตรรกกะเทียมโน้มน้าวประชาชนว่า ถ้าอยากให้คสช.หมดอำนาจก็ควรไปเลือกตั้งเร็วๆ ด้วยการไปเห็นชอบร่างรธน.ขณะเดียวกันมีการสร้างตรรกกะเทียมว่า ถ้าอยากให้ คสช.อยู่นานๆก็ให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนไม่เห็นด้วยเพราะคิดว่า ต้องดูที่เนื้อหาก่อนจะตัดสินใจว่า จะเห็นชอบหรือไม่ จึงจะเป็นการใช้ดุลพินิจที่ถูกต้องเหมาะสมในการออกเสียงประชามติครั้งนี้

ธีระชาติยุขับไล่กปปส.พ้นปชป.

นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ อดีต สส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า ตนสนับสนุนจุดยืน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ที่ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยยึดตามอุดมการณ์ของพรรคเป็นหลัก ตอนนี้คนมองว่า พรรคมีทั้งรับและไม่รับ หาว่าเราแทงกั๊ก แต่หัวหน้าอภิสิทธิ์ ประกาศชัดแล้วเพียงแต่มีคนบางกลุ่มที่เป็นสมาชิก และเป็นกปปส.แต่ยังไม่ยอมลาออกจากพรรคมีมติสวนทางกับหัวหน้าพรรค ถือว่าเป็นอุดมการณ์แตกต่าง ไม่ใช่ความเห็นต่าง จึงไม่ควรอยู่ในพรรค

‘กรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผมชื่นชมว่าท่านมีจุดยืนของท่านและลาออกจากพรรคไปแล้ว แต่คนที่ยังแอบอยู่ในพรรคและสนับสนุนรัฐบาลทหารถือว่า ไม่ตรงอุดมการณ์พรรคที่ประกาศไว้ในปี2489 ในการก่อตั้งพรรค ซึ่งมีทั้งหมด 10ข้อ ได้ระบุไว้ในข้อ 4 ว่า พรรคจะไม่สนับสนุนระบบและวิธีการแห่งเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นระบบและวิธีการของรัฐบาลใด ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่ความเห็นต่างแต่เป็นอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน เมื่อจุดยืนและอุดมการณ์ต่างกัน ก็ไม่ควรอยู่ร่วมพรรคเดียวกัน” นายธีระชาติ กล่าว

‘เต้น’ตั้งสายสืบประชามติ7สค.

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวว่า วันที่ 7สิงหาคม ได้ประสานงานกับประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทั่วประเทศ ให้ทำหน้าที่สายสืบประชามติ คอยสังเกตการณ์ทุกขั้นตอนให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส หากพบเห็นความไม่ชอบมาพากลให้บันทึกหลักฐานและส่งมาที่ส่วนกลางทันที โดยจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดี ประชามติร่างฉบับปราบโกงจะมีการโกงเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเกิดการโกงโดยมีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานรัฐเกี่ยวข้อง รัฐบาลจะปฏิเสธรับผิดชอบไม่ได้

‘เจ๊หน่อย’ยก3เหตุผลไม่รับร่าง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า วันที่ 7สิงหาคม มีความสำคัญยิ่งต่อการตัดสินอนาคตของคนไทย ร่วมกันไปใช้สิทธิ และพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญนี้ว่า เป็นประโยชน์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ สำหรับตนมีความเห็นว่า 1.ร่างฉบับนี้แก้ไขยากที่สุด 2.ลงมติเสร็จ ไม่ได้เลือกตั้งทันที เพราะจะเกิดปลายปี60 ต้องออกกฎหมายลูกอีก 10 ฉบับ 3.เป็นร่างทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถทำงานตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ เพราะมีสว.250คน ที่เกือบทั้งหมด คสช.คัดเลือกทำหน้าที่ร่วมเลือกนายกฯและควบคุมกำกับฝ่ายบริหารที่มาจากประชาชน ทำให้รัฐบาลเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นเป็ดง่อย ไม่อาจจะปราบปรามการทุจริตได้จริง

‘ภูมิใจไทย’ให้ลูกพรรคฟรีโหวต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) เปิดเผยว่า การออกเสียงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมนั้น เนื่องจากขณะนี้ คสช.ไม่อนุญาตให้ประชุมพรรค เพื่อความเป็นธรรมแก่สมาชิกพรรคทุกคน จึงแจ้งให้สมาชิกพรรคมีความเห็นเป็นอิสระในการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ไปตามความต้องการของตัวเอง ส่วนตัวจะออกเสียงประชามติไปในทิศทางใด ขณะนี้มีคำตอบอยู่ในใจแล้ว แต่ขออนุญาตเก็บไว้ก่อน เพราะเกรงจะไปชี้นำบุคคลอื่น

คุม‘บุญเลิศ-ทัศนีย์’ขึ้นศาลทหาร

วันเดียวกัน เวลา 1230น.พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ พร้อมกำลังคอมมานโด แลหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรภาค5 คุมตัว นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ , น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ปัจจุบันเป็นรองนายก อบจ.เชียงใหม่ นายคเชน เจียกคจร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลช้างเผือก ทันตแพทย์(ญ.)ธารทิพย์ บูรณุปกรณ์ น้องสาว น.ส.ทัศนีย์และพวกรวม 10คน เดินทางจาก บก.สส.ภ.5 เพื่อส่งตัวขึ้นศาลทหารมณฑลทหารบกที่33 ค่ายกาวิละ หลังหมดอำนาจการควบคุมตัว 48ชั่วโมง โดยพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เพราะต้องการสาวไปถึงผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคน ส่วนญาติๆและทีมทนายความผู้ต้องหาได้นำหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน มายื่นขอประกันตัว รอลุ้นว่า ศาลทหารจะอนุมัติให้ประกันตัวหรือไม่

วืดประกัน-ส่งนอนคุกทั้งหมด

ต่อมา เวลา 14.45น.หลังทนายความและญาติได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินเพื่อขอประกันตัวนายบุญเลิศและน.ส.ทัศนีย์ พร้อมพรรคพวก แต่ศาลทหารไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาชาย 5คน ไปฝากขังที่เรือนจำกลางเชียงใหม่ อ.แม่แตง ส่วนผู้ต้องหาหญิง 5 คน ส่งไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่

จ่อหมายจับ1-ขอเข้ามอบตัวอีก1

พล.ต.โกศล พล.ต.โกศล ประทุมชาติ ผบ.มทบ.33 เปิดเผยว่า ขณะนี้ศาลทหารกำลังพิจารณาออกหมายจับ นางเนติธัช อภิรติมัย นักวิชาการนโยบายและแผนปฏิบัติการ ซึ่งทำหน้าที่เลขานุการ นายคเชน เจียกขจร อดีตนายกเทศบาลตำบลช้างเผือก ตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ ในฐานะผู้สั่งการให้จ่าหน้าซองจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญและล่าสุด นายเทวรัตน์ รินต้า ผู้ต้องหาตามหมายจับที่หลบหนีไปอีก 1 รายนั้น ได้ติดต่อมาว่า กำลังเดินทางจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อเข้ามอบตัว หลังจากหนีไปตั้งหลัก

อ่านข่าว

'ปึ้ง'ออกหน้าโต้'เทพ'ป้อง'แม้ว' ลั่นหนุนคสช.ปัดแผนไล่'ลุงตู่'

ยกสอง!!'สุเทพ'อัดระบอบทักษิณ ดาหน้าคว่ำร่างรธน.-หวังโค่น'ลุงตู่' (ชมคลิป)

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top