4ผู้สมัครโชว์วิชั่นใช้จักรยาน
เรียกคะแนนนิยมชาวกทม.
ปชป.งัดไม้ตายโค้งสุดท้าย
ยิงสปอตผลงาน‘คุณชาย’
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ ที่มีสิทธิลงคะแนนทั้ง 50 เขต จำนวน 1,358 คนระหว่างวันที่ 13-16 กุมภาพันธ์ ถึงเหตุผลที่คนกรุงเทพฯไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.)ครั้งนี้ อันดับ 1 ต้องการรักษาสิทธิของตัวเอง ไม่อยากให้ใครมาสวมสิทธิแทน 42.20 % อันดับ 2ไปใช้สิทธิทุกครั้งเพื่อความเป็นประชาธิปไตย 18.91% อันดับ 3 อยากเห็นกรุงเทพฯเปลี่ยนแปลง พัฒนาในทางที่ดีขึ้น 15.45% อันดับ 4 มีกระแสค่อนข้างแรง ทำให้อยากออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 13.30 % อันดับ 5 ต้องการสนับสนุนคนที่ชอบ อยากให้เป็นผู้ว่าฯกทม. 10.14%
โพลชี้นโยบายโดนใจคนกรุง47%
เมื่อถามถึงสิ่งที่คนกรุงเทพฯ “พึงพอใจ” มากที่สุดที่จะมีการเลือกตั้ง“ผู้ว่าฯกทม.” ครั้งนี้ อันดับ 1 นโยบายที่ผู้สมัครแต่ละคนนำมาใช้ในการหาเสียงน่าสนใจ และอยากให้ทำโดยเร็ว 47.24 % อันดับ 2 มีผู้สมัครหน้าใหม่หลายคน ทำให้มีความหลากหลายและมีตัวเลือกมากขึ้น 20.31% อันดับ 3 การแข่งขันชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้ ยังไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งที่รุนแรง 16.95% อันดับ 4 กกต.ทำหน้าที่ได้ดี มีการเตรียมพร้อมและทำงานเป็นระบบมากขึ้น 8.41% อันดับ 5 ได้เห็นเทคนิค วิธีการหาเสียงของผู้สมัครแต่ละคนที่น่าสนใจ 7.09 %
ห่วงทุจริตซื้อสิทธิขายเสียง
สำหรับสิ่งที่คนกรุงเทพฯเป็นห่วงมากที่สุด ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้ อันดับ 1 การทุจริตซื้อสิทธิขายเสียง โกงการเลือกตั้ง 39.65 % อันดับ 2 กลัวผู้สมัครไม่สามารถทำตามนโยบายที่พูดไว้ได้ 20.90% อันดับ 3 กลัวคนกรุงเทพฯเบื่อการเมือง ไม่ยอมออกไปใช้สิทธิ /ใช้สิทธิกันน้อย 17.17% อันดับ 4 การยุแยง ใส่ร้ายป้ายสี จากผู้ไม่หวังดีที่อยากเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย 11.78% อันดับ 5 กลัวคนที่เราเลือก เราชอบจะไม่ได้เป็นผู้ว่าฯกทม. 10.50%
คุณชายควงมาร์คหาเสียงบางซื่อ
ขณะที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.แต่ละคน เดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างต่อเนื่อง โดยม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดบางซ่อน เขตบางซื่อ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี โดยมอบดอกไม้และขอถ่ายรูปกับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และนายอภิสิทธิ์ตลอดเส้นทาง ขณะที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์มีสีน้ำยิ้มแย้มแจ่มใส แม้จะลุยหาเสียงหนักตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
โค้งสุดท้ายชู4นโยบาย-เคาะประตู
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงยุทธศาสตร์หาเสียงช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า พรรคจะนำเสนอนโยบายที่ทำสำเร็จมาแล้ว 4 ปี และแผนงานที่จะทำในอีก 4 ปีข้างหน้า โดยเน้นใน 4 เรื่องคือ 1.กทม.เมืองแห่งความปลอดภัย 2.ดูแลอาสาสมัครทุกกลุ่ม อาทิ อพปร.,อสม.,หน่วยกู้ชีพต่างๆ 3.กรุงเทพฯมหานครแห่งการเรียนรู้ และ4.นโยบายการสร้างคน ดูแลตั้งแต่แรกเกิดจนตาย ซึ่งจะใช้วิธีการหาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน และจัดปราศรัย 3 รูปทั้งปราศรัยใหญ่ ปราศรัยย่อม และปราศรัยย่อยแบบเข้มข้น เพื่อนำเสนอนโยบายและความตั้งใจของพรรคให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด
ยิงสปอตพากทม.พ้นม็อบ-น้ำท่วม
นายองอาจ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางพรรคจัดทำสปอตโฆษณา เพื่อประชาสัมพันธ์ผู้สมัครของพรรค ในหลายช่องทาง อาทิ สถานีโทรทัศน์ เคเบิลทีวี วิทยุ จอแอลอีดี ตามถนนต่างๆ และโรงภาพยนต์ ซึ่งเนื้อหาในสปอตโฆษณาจะนำเสนอภาพที่กทม.ประสบภาวะวิกฤตการชุมนุมปี 2552-2553 ภาวะน้ำท่วมกทม.ครั้งใหญ่ปี 2554 แต่ก็ผ่านพ้นมาได้ ภายใต้การทำหน้าที่ของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามปชป.
ทั้งนี้ นายองอาจ ยังระบุอีกว่า สปอตโฆษณาในส่วนสถานีโทรทัศน์จะมี 2 รูปแบบ ซึ่งในสถานีโทรทัศน์ทั่วไป (ฟรีทีวี) จะตัดภาพไฟไหม้อาคารในช่วงการชุมนุมออกไป เนื่องจาก กบว.ของช่องเห็นว่าไม่เหมาะสม ซึ่งทางพรรคก็ไม่ได้คัดค้าน ส่วนในเคเบิลทีวีก็ยังคงฉายสปอตโฆษณาฉบับเต็ม
“ปู”หนีบ“จูดี้”หาเสียงสำเพ็ง
ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยบางส่วน ลงพื้นที่ย่านสำเพ็ง-พาหุรัด รอบเกาะรัตนโกสินทร์ เขตพระนคร เพื่อช่วยพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทย หาเสียง เพื่อเปิดตัวโครงการฟื้นฟูรถรางท่องเที่ยวเสริมเสน่ห์ให้ย่านประวัติศาสตร์ในเขตพระนคร
โดยพล.ต.อพงศพัศ กล่าวว่า หากได้รับเลือกตั้ง มีนโยบายจะทำสถานีรถรางรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 12 สถานี เพื่อเชื่อมโยงรถไฟฟ้าสายสีม่วง-น้ำเงิน โดยมีแผนงานงบประมาณ ซึ่งดำเนินการได้ทันทีหากได้เข้ามาดำรงตำแหน่ง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและบรรเทาปัญหาจราจร
ปัดฝุ่นรถรางเกาะรัตนโกสินทร์
ด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย มองว่าพื้นที่พาหุรัด สำเพ็ง เป็นย่านการค้า อีกทั้งเป็นแหล่งอาหารอร่อย เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว ซึ่งถ้าทำงานอย่างบูรณาการ เพื่อให้เป็นเกาะรัตนโกสินทร์ที่ให้คนไทยและต่างชาติ มาท่องเที่ยว สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ขณะเดียวกันรถรางก็จะทำให้ประชาชนสัญจรไปมาได้สะดวก รถไม่ติดและสามารถเชื่อมโยงกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง-น้ำเงินได้ด้วย และหากผู้ว่าฯกทม.เป็นของพรรคเพื่อไทยก็จะจับมือทำงานกับรัฐบาลได้ เป็นการสร้างธุรกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวการจราจรไม่ติดขัด นี่คือการวางยุทธศาสตร์อย่างไร้รอยต่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการหาเสียงครั้งนี้ เป็นไปอย่างคึกคักได้รับความสนใจจากบรรดาพ่อค้า แม่ค้าและประชาชนที่กำลังจับจ่ายใช้สอยสินค้าอยู่ในตลาด มาขอถ่ายรูปกับนายกฯและพล.ต.อ.พงศพัศ รวมทั้งมอบดอกกุหลายให้กำลังใจด้วย
4ผู้สมัครโชว์วิสัยทัศน์รถจักรยาน
วันเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)และองค์กรเครือข่าย จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.กับผู้แทนองค์กรต่างๆ ประกอบด้วย มูลนิธิโลกสีเขียว สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม และชมรมจักรยาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้แนวคิดปลุก ปั่น เปลี่ยนการสัญจรเพื่อเมืองน่าอยู่ โดยเน้นการใช้จักรยาน การสัญจรทางน้ำ และการใช้ทางเท้า ซึ่งมีพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริย ผู้สมัครหมายเลข 9 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้สมัครหมายเลข 11 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครหมายเลข 16 และนายสุหฤท สยามวาลา ผู้สมัคร หมายเลข 17 เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น
“จูดี้”ชูปรับปรุงเส้นทางจักรยาน
พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่าจะเน้นการสานต่อโครงการสร้างห้องแต่งตัวเพื่อข้าราชการ กทม. โดยจะได้สามารถใช้รถจักรยานในการเดินทางมาทำงาน รวมทั้งปรับปรุงเส้นทางจักรยานเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ใช้งานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งจะรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้การเดินทางโดยจักรยานอย่างจริงจัง โดยหากได้เป็นผู้ว่าฯ จะเป็นแบบอย่างในการปั่นจักรยานมาทำงาน นอกจากนี้ ยังจะทำทางเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสและสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน จุดจอดจักรยาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ใช้จักรยาน
เสรีพิศุทธ์เน้นทางเท้า-สะพานลอย
ด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า พร้อมสร้างสะพานลอยฟ้าติดแอร์เป็นช่องทางใหม่สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายอยู่ตามบริเวณทางเท้าจะได้ใช้พื้นที่ตรงนี้ในการค้าขาย เพื่อไม่กีดขวางทางเดิน ซึ่งเป็นทางสัญจรทางเท้าของประชาชน อีกทั้ง จะดำเนินการจัดระเบียบและปรับปรุงทางเท้าให้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในวันเลือกตั้งจะปั่นจักรยานไปเลือกตั้งที่จุดเลือกตั้งอีกด้วย
“คุณชาย”เพิ่มเส้นทาง200กม.
ส่วน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า ตลอด 4 ปีในการดำรงตำแหน่งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกแบบและสร้างถนนที่ต้องมีเส้นทางจักยาน รวมทั้งตัวอาคารต้องมีห้องน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อรองรับผู้ปั่นจักรยานมาทำงาน ทั้งนี้ มีเป้าหมายเพิ่มเส้นทางจักยานอีก 200 กม.ใน 3 เส้นทาง
ส่วนนโยบายเพิ่มโบกี้รองรับนักปั่นให้นำรถจักรยานขึ้นรถไฟฟ้า ขณะนี้ยอมรับว่ายังอยู่ในขึ้นตอนสั่งซื้อโบกี้เพิ่ม ซึ่งอาจยังไม่สามารถทำได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่ขณะนี้ กทม.ร่วมกับกรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดสถานีเช่าจักรยานเพื่อลดปริมาณใช้รถส่วนตัว ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกอีกหนึ่งทาง รวมทั้งในอนาคตจะปรับปรุงทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสและเอ็มอาร์ทีและจุดจอด ตามทางเท้า พร้อมจัดการรณรงค์การบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้ใช้จักรยานโดยเฉพาะ
สุหฤทธิ์จัดคาร์ฟรีเดย์วันอาทิตย์
ขณะที่ นายสุหฤทธิ์กล่าวว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การเปลี่ยนทัศนคติการใช้จักยานเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทาง ไม่ใช่อุปกรณ์ออกกำลังกาย ซึ่งหากเปลี่ยนทัศนคติได้แล้วจะทำให้ผู้ใช้รถบนท้องถนนเห็นความสำคัญของผู้ใช้จักรยานมากขึ้น และลดความเสี่ยงของผู้ใช้จักยานได้ โดยเลนจักรยานที่ดีต้องอยู่บนทางเท้า ซึ่งต้องปรับปรุงทางเท้าให้มีทางลาดและพื้นเรียบเสมอ ส่วนด้านกฎหมายคุ้มครองผู้ใช้จักรยานต้องเพิ่มกฎเกณท์ในมากขึ้นกว่าเดิม บังคับใช้เคร่งครัด เชื่อว่าหากมีการปรับปรุงเลนจักรยานจะสามารถรองรับและดูแลชีวิตของผู้พิการและผู้เล่นกีฬาเอ็กสตรีมได้ด้วย และเสนอให้จัดวันคาร์ฟรีเดย์ทุกวันอาทิตย์หากทำได้
ทั้งนี้ นายสุหฤทและ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้เยี่ยมชมคลองบางลำพู บริเวณสะพานฮงอุทิศ เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางทางน้ำสู่คลองมหานาค คลองผดุงกรุงเกษม และรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีหัวลำโพง และร่วมปั่นจักรยานจากป้อมพระสุเมรุไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี