‘ม็อบแดง’เปิดเกมชน
ขู่ปิดศาล!
นัดชุมนุมไล่‘ตุลาการ’
บีบเปิดทางแก้รธน.
24เมย.ไม่ออก-ล้อม
สส.เพื่อไทยให้ท้าย
ระดมพลต้าน12พค.
จรัญย้ำไม่หวั่นไหว
กลุ่มเสื้อแดงพร้อมด้วย 312 สส. และสว. เปิดเกมรุกใส่ศาลรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เข้ามาขัดขวางความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญของตัวเอง ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของ นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา และคำร้องของ นายบวร ยสินทร กลุ่มแนวร่วมกอบกู้วิกฤตชาติ เพื่อขอให้วินิจฉัยว่าการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของ 312 สส.และสว.ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
โดยเมื่อวันที่ 23 เมษายน นายวรชัยเหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำเสื้อแดง เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 พฤษภาคม กลุ่มคนรักประชาธิปไตยในกลุ่มเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย จะจัดชุมนุมใหญ่ภายใต้หัวข้อ “ต้านอำนาจนอกระบบ ปกป้องรัฐบาล เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ผลักดันร่าง พรบ.นิรโทษกรรม” ที่ อบต.บางปลา จ.สมุทรปราการ โดยคาดว่า จะมีคนมาร่วมไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน และมีผู้หลักผู้ใหญ่ฝ่ายประชาธิปไตยมาร่วมด้วยจำนวนมาก
ให้ร้ายศาล‘อำนาจนอกระบบ’
“เราจะเชิญชวนคนทุกกลุ่ม ให้ออกมาแสดงพลังคัดค้านอำนาจนอกระบบ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญที่วันนี้เข้ามาก้าวก่ายอำนาจนิติบัญญัติมากเกินไป เราต้องการแสดงให้รู้ว่าวันนี้ประชาชนเขาคิดกันอย่างไร” นายวรชัย กล่าว
เหิมไล่ตุลาการ-ขู่ล้อมศาล24เม.ย.
ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง ในนามกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) นำโดย นายพงษ์พิสิษฐ์ คงเสนา หรือ เล็กบ้านดอน ที่มาปักหลักชุมนุมอยู่หน้าศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน ได้เข้าไปยื่นจดหมายเรียกร้องให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ทบทวนบทบาทและยุติการทำหน้าที่ทันที พร้อมทั้งประกาศหากไม่มีการตอบรับหรือชี้แจง จะทำการปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 24 เมษายน ทันที
‘เต้น’ให้ท้ายจี้ตุลาการถอย
เช้าวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ แกนนำเสื้อแดง กล่าวถึงกรณี สส.พรรคเพื่อไทย ประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ในการรับคำร้องคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขอสนับสนุนเต็มที่ เพราะตุลาการก้าวก่ายและแทรกแซง จะเป็นชนวนสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้ยอมรับท่าทีของฝ่ายนิติบัญญัติ และวางการใช้ดุลยพินิจเกินกว่าอำนาจที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งจะช่วยให้สถานการณ์คงคลี่คลาย
โวยไม่ฟังเกิดเผชิญหน้าแน่
“หากยังดึงดันใช้อำนาจเรี่ยราดเหมือนที่ผ่านมา เกรงว่าเมื่อเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับตุลาการศา]รัฐธรรมนูญ บรรยากาศทางการเมืองจะตึงเครียดขึ้นมาอีก นี่ไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นเรื่องหลักการ คงประนีประนอมไม่ได้ ตุลาการทั้ง 9 คนควรทบทวนตนเอง อย่าคิดว่าเป็นสุภาพบุรุษแห่งวังจุฑาเทพ ที่ทำอะไรแล้วคนต้องเชียร์”
ปัดหัวโจกส่งเสื้อแดงกดดันศาล
เมื่อถามกรณีที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงไปชุมนุมกดดันที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ก็เป็นเพียงการไปแสดงความเห็นของกลุ่มเสื้อแดงที่เป็นพวกวิทยุชุมชนเท่านั้น ไม่ได้เป็นมตินปช. แต่ก็เห็นว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบไม่มีเหตุอะไรรุนแรง ซึ่งเป็นสิทธิที่จะแสดงออกและทำได้
อาจารย์แดงขู่ดำเนินคดีตุลาการ
วันเดียวกันที่รัฐสภา นายวรพล พรหมมิกบุตร อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับพวก 4 คน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ผ่าน นพ.เชิดชัย ตินติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยเพื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยนายวรพลเปิดเผยว่า จะเข้าร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดีกับตุลาการรัฐธรรมนูญ เนื่องจากใช้อำนาจวินิจฉัยคำร้องตามมาตรา 68 โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากอัยการสูงสุด ซึ่งอาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 166
312 สส.-สว.ขยับยื่นหนังสือค้าน
ส่วน นายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประมาณต้นสัปดาห์หน้า คงจะสามารถยื่นหนังสือเปิดผนึกของ 312 สส.และสว. เพื่อแสดงจุดยืนปฏิเสธอำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่ก้าวล่วงอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ให้อำนาจรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ และที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญก็เคยแนะนำให้แก้เป็นรายมาตราเอง
โวยแค่รับคำร้องก็ไม่ได้ต้องค้าน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการปฏิเสธอำนาจศาลเร็วเกินไปหรือไม่ เพราะศาลยังไม่ได้วินิจฉัยว่า มีความผิด นายสามารถ ตอบว่า แค่ศาลรับคำร้อง สมาชิกรัฐสภาก็มีความไม่มั่นใจแล้ว เราเป็นห่วงว่า จะมีการก้าวล่วงอำนาจนิติบัญญัติ หากไม่ทำอะไรเลยก็เหมือนยอมรับให้ทำได้ จึงต้องทำอะไรให้ศาลรัฐธรรมนูญเห็นบ้าง ทั้งนี้หากศาลรัฐธรรมนูญไม่สนใจหนังสือเปิดผนึกที่ยื่นไป ก็ต้องมีคำอธิบายว่าเพราะอะไร
ตุลาการเมินโต้ยันไม่หวั่นไหว
ขณะที่ นายจรัญ ภักดีธนากุลตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่าคงไม่สามารถออกความเห็นเรื่องการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ รวมทั้ง 312 สส.และสว.ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะพูดได้ แต่ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงแต่ไม่ต้องการออกความคิดเห็น เนื่องจากจะกลายเป็นประเด็นให้ถูกโจมตี แต่หากจะให้ตอบก็สามารถตอบได้ แต่ตอบด้านหนึ่งมันก็เป็นมายาคติ ตอบอีกด้านหนึ่งก็กลายเป็นการท้าทาย อหังการ และท้าวิวาท ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร ต้องนิ่ง
ยังไม่พิจารณาคำร้อง‘สมเจตน์’
ด้าน นายกมล โสตถอโภคม โฆษกสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยกรณี พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา ยื่นคำร้องให้วินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐมาตรา 68 ว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉินว่า คณะตุลาการยังไม่มีการประชุมเพื่อพิจารณาในคำร้องดังกล่าว รวมทั้งยังไม่มีการบรรจุเรื่องนี้ในวาระการประชุม เพราะในวันที่ 24 เมษายน ไม่มีการประชุมของคณะตุลาการแต่อย่างใด
เตือนไม่ชี้แจงระวังเจ็บเอง!
มีรายงานข่าวแจ้งว่า คณะตุลาการได้หารือกันอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับกรณี 312 สส.และสว. จะยื่นหนังสือไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญว่า ตุลาการคงไม่มีความจำเป็นต้องชี้แจง เพราะหากสส.และสว.ยืนยันไม่รับอำนาจ และไม่ชี้แจงข้อกล่าวหา ก็น่าจะไม่เกิดผลดีกับตัวสส.และสว.มากกว่า ทั้งนี้ได้มีการยกกรณีที่มีการฟ้องคดีในศาลแพ่งแล้วจำเลยไม่โต้แย้งว่า ศาลก็ยังเดินหน้าพิจารณาคดี และไม่ต้องชี้แจงถึงเหตุผลว่า ทำไมศาลพิจารณาโดยไม่มีคำชี้แจงของอีกฝ่าย
ย้ำคำพิพากษาผูกพันถึงสภา
ทั้งนี้ในการพูดคุยมีความเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจตุลาการ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามอำนาจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การที่ สส.และ สว.จะไม่รับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไม่รู้ว่าเป็นการอ้างบทบัญญัติข้อใดในรัฐธรรมนูญ เพราะหากที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกไป รัฐธรรมนูญก็บัญญัติให้ผูกพัน และทุกองค์กร ซึ่งรวมทั้งรัฐสภาต้องปฏิบัติตาม
‘บวร’บุกยื่นอีกดาบสอยแก๊งชำเรา
เวลา 13.00 น. วันเดียวกัน นายบวร ยสินทร และสมาชิกกลุ่มแนวร่วมกอบกู้วิกฤติชาติ ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณี นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา รวมทั้ง 312 สส.และสว. ร่วมกันกระทำผิดตามมาตรา 68 กรณีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 อันเป็นการละเมิดและลิดรอนสิทธิของประชาชน โดยขอให้วินิจฉัยว่า เป็นการกระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
‘เทือก’ปรามอย่าล้ำเส้นคุกคาม
ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี ได้ออกมาให้ความเห็นกรณีความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในการกดดันศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของพรรคเพื่อไทยว่า คงต้องดูพฤติกรรมกันต่อไปว่า จะมีการดำเนินการอย่างไร หากทำเหมือนกับที่ผ่านมาก็ถือว่าเป็นการคุกคามศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องไม่บังควรและผิดกฎหมาย การจะเห็นด้วยหรือไม่เป็นเรื่องหนึ่งแต่การยกพวกไปคุกคามก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ขืนไม่เลิกปชช.ไม่นิ่งดูดายแน่
“ผมไม่เห็นด้วยกับที่ นายณัฐวุฒิ อ้างการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงเป็นสิทธิที่แสดงออกได้ เพราะการแสดงความไม่เห็นด้วยต้องไม่ใช่การคุกคามหรือข่มขู่ หากรัฐบาลไม่เลิกพฤติกรรมเช่นนี้ก็เชื่อว่าประชาชนที่รักชาติ รักแผ่นดิน รักระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขก็คงไม่นิ่งดูดายแน่นอน”
เตือน‘ปู’ระวังจะเสื่อมเอง
เมื่อถามถึงกรณีข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สไกป์มายังที่ประชุมพรรคเพื่อไทยโดยให้ยุบสภาฯหากแก้รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ ถือเป็นการส่งสัญญาณให้เดินหน้าแตกหักหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า คนเหล่านี้ทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำเป็นขั้นเป็นตอน รู้เห็นร่วมกันตลอดเพราะเป็นขบวนการเดียวกัน ซึ่งขอเตือนว่าการทำแบบนี้ระวังรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเสื่อมเอง
ปชป.ตบเท้าสู้คดีเงินบริจาค
วันเดียวกัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พรรคประชาธิปัตย์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สส.พรรคประชาธิปัตย์ 28 คน นำโดย นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค เข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากระทำผิดพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 กรณีบริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยหักบัญชีธนาคาร เกิน 2 หมื่นบาท
กร้าวฟ้องกลับทั้งแพ่งและอาญา
อย่างไรก็ตาม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า สส.ทุกคนจะไม่ยอมลงชื่อรับทราบข้อกล่าวหา รวมถึงไม่อนุญาตบันทึกภาพและเสียงขณะให้การ แต่ยินยอมพิมพ์ลายนิ้วมือตามกฎหมายเท่านั้น เพราะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองซึ่งจะมีการฟ้องกลับทั้งทางแพ่งและอาญาอย่างแน่นอน
‘บัญญัติ-กรณ์’ยันเกมบีบนิรโทษ
ขณะที่แกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ อย่าง นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายกรณ์ จาติกวณิช และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ต่างออกมายืนยันตรงกันว่า การถูกแจ้งข้อหาครั้งนี้ เป็นเพียงเกมการเมือง เพื่อบีบพรรคประชาธิปัตย์ให้ยอมสนับสนุนการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ล้างความผิดให้กลุ่มเสื้อแดง และ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งทุกคนไม่รู้สึกหวั่นไหว และจะไม่ยอมอย่างเด็ดขาด
กกต.ชี้เงินบริจาคปชป.ไม่ผิดกม.
วันเดียวกัน มีรายงานข่าวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)แจ้งว่า คณะที่ปรึกษากฎหมายของกกต.ได้ทำความเห็นเกี่ยวกับคดีเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว โดยชี้ว่า การรับบริจาคเงินในลักษณะดังกล่าวไม่ถือว่าผิด เพราะเงินที่ได้รับบริจาคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินได้ การที่สำนักเลขาธิการสภาฯทำตามความต้องการของพรรคประชาธิปัตย์และการยินยอมจากสส.พรรค ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้สมาชิก และมีการติดประกาศแจ้งต่อสาธารณะให้ทราบ โดยคาดว่าจะมีการเสนอความเห็นดังกล่าว ต่อที่ประชุม กกต.เร็วๆ นี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี