คอลัมน์การเมือง

น้ำพยุงเรือได้ ก็ล่มเรือได้

 

                ซื้อหวยก็ถูกหวย !!!  ไม่ผิดคาด… เมื่อการตายของชายที่รู้จักกันดีในฉายาว่า “อากง” หรือ อำพล  ตั้งนพคุณ วัย 61 ปี  ถูกนำมา“รุมทึ้ง”จากคนเสื้อแดงที่จ้องกันตาเป็นมัน  

               งานนี้ได้ลูกสาว–ลูกเขย และ เมียรักช่วยลากศพไปส่งถึงมือคนแดง ที่หมายใช้ “ผีพ่อ–ผีผัว” เป็นฝักแคจุดชนวน “ล้มเจ้า” กะให้เปรี้ยงปร้าง แดงล้มเจ้าทั้งแผ่นดิน ทำไปทำมากลับไม่เร้าใจโดนชาวบ้านร้านตลาดสวดชยันโตกันเกรียว ด้วยรถติดและผิดที่ แถมแห่มาเผาผีเต็มหน้าศาล…สยดสยองจนเกินจะรับได้

                เห็นศพของชายชราผู้ตายด้วยมะเร็งตับขั้นสุดท้าย  ถูกแห่แหนไปทั่วบ้านทั่วเมืองจนน้ำเหลืองแห้งแล้วแห้งอีก ก็ยังไม่มีโอกาสได้พักผ่อนหาความสุขในสัมปรายภพอย่างแท้จริง  แล้วเอน็จอนาถใจจนเหลือจะกล่าว

                แต่ในความโชคร้ายของอำพลยังมีความโชคดี เพราะการตายได้พรากเอาลมหายใจที่ไม่ต้องทนอยู่อุดอู้แลกโทษให้กับทุกข์ของลูกสาว หัวใจแดง  และ ยังไม่ต้องตรอมใจว่า จะถูกใครมือดีมาดึงคนคุกไปใช้ใส่ความเจ้า

                หลังการตายของอำพลจึงได้เห็นว่า  เดี๋ยวนี้มีคนหากินกับศพแบบแปลกๆ  ไม่รูดทรัพย์สินมีค่า แต่รักจะแก้ผ้ารูดเสาแล้วเอา “อากง”มาอ้าง วันนี้ไม่เพียงแต่มีผู้หญิงร่านริษยาบางคนเปิดนมให้คนชมโจ๋งครึ่ม แต่บางคนวิปริตหนักข้อ ถึงขั้นแก้ผ้าอ้าซ่า สาดสีใส่ไคล้ ใส่ความ สามหาว ด้วยคำว่า “อากรง” บนหน้าท้องเหนือหัวเหน่า !!!    

               ศพของอำพลถูกตระเวนประจานความใจดำอำมหิตของคนบางคนที่ได้ดีแล้วถีบศพส่ง จากศาลอาญาถึงหน้าทำเนียบเลียบรัฐสภาฯ ไม่มีพระสวดส่งศพให้พบสวรรค์ มีแต่คนแดงแบกหาม กรีดร้องโหยหวน บางคนร่ายกวีสีทันดรแม่น้ำแดง บางคนแรงเขียนบทกลอนก่นด่าเจ้า-ข้า-ฟ้าเดียวกัน บางคนขึงขังเปรียบอากงเป็นพลังของแดงทั้งแผ่นดิน ที่เหลือก็โศกศัลย์อาดูรแทบสูญสิ้น เสียงร้องไห้ฟูมฟายราวคนบ้าคลั่งของฝูงชนที่แต่แดงแทนดำ ย้ำลงไปในจิตคิดล้มเจ้าของชาวเสื้อแดง แรงแค้นทั้งหลายถล่มทลายไปที่คำมั่นในวันแดงเดือดเลือดราชประสงค์ร้อนผ่าว…วันนี้เหง้าขาดกับราก และทักษิณขาดการติดต่อ

              ศพของอำพลในโลงขาวบนมือแดง  จึงเหมือนแร้งรุมทึ้งศพที่วัดสระเกศไม่มีผิด  อ้างว้าง และ ถูกลอยแพ  

                เวลานี้ไม่มีคำกล่าวใดๆหลุดมาจากปากของทักษิณ   ที่ตีกอล์ฟสบายใจที่เมืองจีน   และ ป่วยการที่จะหวังคำพูดหรือท่าทีใดๆจากยิ่งลักษณ์ ผู้มีแต่ความงาม และ ความโง่ 

                จะมีก็แต่อาการหัวฟัดหัวเหวี่ยง เหมือนเคืองแค้นแน่นในอกของเหล่า “นักวิชาการ” เสื้อแดงทั้งหลาย ที่กำลังทวงบุญทวงคุณกับทักษิณ–พจมานอย่างสาหัสสากรรจ์บนหน้าเฟซบุ๊คและเว๊บไซต์ ใครที่ว่าแดงสับขาหลอก คงหลอกตัวเองเสียมากกว่า 

               เล่ากันว่าล่าสุด นิติเรี่ยราดถูกคนต่างแดนสั่งหยุดแผน  “แก้ ม.112”ชั่วคราว เพราะใครบางคนอยากกลับบ้านอย่างเท่ๆจนตัวสั่น

              ว่ากระนั้นแล้วพวกเรี่ยราดหนักแผ่นดิน ก็คอตกพกถุงแชนแนลกลับจากฮ่องกง แต่ทันมาลากศพอำพลไประบายแค้นที่ถูกยืมมือใช้

               นักวิชาการพวกนี้เรียนมาก–รู้น้อย… ไม่สดับเลยหรือไรว่า เขาเตรียมกลับบ้านที่เคยอยู่ กลับอู่ที่เคยยืมมือเผา  ถึงกับส่งน้องสาวไปกระหลีกระหลอออเซาะถาม“ทหารใหญ่ ”ว่า 

               “ถ้าพี่ชายกลับบ้านจะปลอดภัยไหมค้า” 

                บิ๊กทหารคนโตตอบด้วยเสียงขังขัง หน้าเข้มว่า “ไม่ทราบเพราะ ทหารไม่ได้มีหน้าที่ฆ่าใคร แต่มีหน้าที่รักษาชาติและราชบัลลังค์ แต่ทหารที่เสียชีวิตที่สี่แยกคอกวัววันนั้น เขามีเพื่อนที่รักเขา มีลูกน้องที่รักนาย พวกนี้จะจองล้างจองล่าหรือเปล่า ผมตอบไม่ได้ รับประกันให้ใครไม่ได้ แต่ผมไม่มีหน้าที่ทำ ส่วนใครจะทำหรือไม่ ก็ไม่รู้ใจเขา”  ตอบจบสบตาแข็ง คนถามเลยหน้าม้าน พาลหยิบโทรศัพท์มากดเล่นแก้ขวย ก่อนเดินพุงป่องในแถวกองเกียรติยศต่อไป ^^

               ขณะที่เสื้อแดงกำลังเดือดที่ถูกหลอก  กลับมีข่าวแว่วมาว่า กันยายนปีนี้บัญชีรายชื่อโยกย้ายในกระทรวงต่างประเทศดูออกจะอลหม่านบ้านทรายทองมากผิดธรรมเนียมประเพณี  ไม่เชื่อลองถามอดีตท่านทูต จุลพงศ์ โนนศรีชัย  ผู้รักความยุติธรรมดูก็ได้ว่า จริงไหม

               ข่าวหลุดมาว่า มี ใครบางคนต้องขนบัญชีโยกย้ายข้าราชการใหญ่ระดับเอกอัครราชทูตไปเสนอให้คนไกลดูถึงที่เมืองจีน และบัญชีโยกย้ายปีนี้ถูกผลิตขึ้นมาจากความรัก ความแค้น โดยไร้ซึ่งความยุติธรรมหรือความรู้สึกนึกคิดไปเอง เพราะ พวกเขาดีดลูกคิดคณิตศาสตร์การเมืองกันว่า การย้ายข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศนั้นต้องพิถีพิถันเอาประโยชน์เข้าตัว  ไม่มั่วซั่วเหมือนแก้ปัญหาน้ำท่วม  ภัยแล้ง  ของแพง  หรือ ว. 5 ชั้น 7 โฟร์ซีซั่น   ^--^ 

               ไล่กันมาตั้งแต่…ต้องย้ายทูตคนหนึ่งเพราะทูตท่านนี้เคยดันโจรหน้าเหลี่ยมที่พยามยามแทรกตัวเข้าไปให้อยู่แถวแรก- คนแรกของแถวรับเสด็จเจ้านายพระองค์หนึ่งเมื่อครั้งเสด็จไปเยือนกรุงลอนดอน…วันนั้นโจรปล้นชาติที่เพิ่งถูกประชาชนขับไล่ถึงขั้นอับอายหน้าแดงแจ๋ และชี้หน้าอาฆาตท่านทูตว่า  “ถ้ากลับไปเป็นใหญ่เมื่อไรจะย้ายคุณทันที”…หลังจากนั้นคนหนึ่งไปยุโรป  อีกคนเข้าอังกฤษไม่ได้ แล้วตระเวนเป็นสัมภเวสีไปทั่ว แต่วันนี้กลับมาเป็นใหญ่อยู่หลังม่านน้องสาว ทูตท่านนี้เลยมีชื่อถูกย้ายตามแรงแค้นจากยุโรป ไปเซเนกัลด้วยประการฉะนี้แล

                ส่วนทำเลทองอย่างประเทศดีๆหรือประเทศที่ลูกและเมียชอบไป รวมถึงประเทศที่หน้าเหลี่ยมไปลงทุนไว้ ก็เน้นเอาแต่พวกสุนัขรับใช้ใจแดงไปนั่งแท่น เพื่อช่วยเหลือเฟือไฟยามต้องการขี้ข้าม้าใช้รองมือรองตีนในต่างแดน 

                  มีอย่างที่ไหน – ในบัญชีโยกย้ายกลับเอาเด็กอมมือไม่รู้ประสาจากไต้หวันเหาะข้ามไปเป็นทูตที่สวิสเซอร์แลนด์ เอาดูไบย้ายกลับมาล้างตัวที่กรุเงทพ ขยับแท่นเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี แล้วใส่กล่องผูกโบว์เหินฟ้าไปอยู่ลอนดอน เป็นต้น

                 เวลานี้ข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศกำลังว้าวุ่นเสียขวัญ  เพราะนักการเมืองกับความโลภเข้ามาครอบงำทำลายเกียรติยศ ศักดิศรี ทำให้คนดีๆต้องท้อ ถอนใจ  ส่วนคนใจร้ายก็กำลังวิ่งไล่ล่าหาอนาคตในมือมารกันตีนขวิด ความชิบหายกำลังมาเยือน วันนี้คนดีในกระทรวงต่างประเทศถูกทำลายในวันที่คนร้ายคืนสังเวียนและคลั่งแค้น…เวรกรรมประเทศไทย

                 แต่ที่แน่ๆ ใครที่จะไปประจำการที่กงสุลดูไบ และ ทูตอาบูดาบีอาจต้องคิดหนัก เพราะข่าวทุจริต คอรัปชั่น โกงกิน ยังไม่แค้นแสนสาหัสเท่ามาโกงกัน เสียงทะเลาะเบาะแว้งดังไปทั่วท้องทะเลสีดำ ความขัดแย้งทำให้ใครบางคนเผลอหลุดปากว่า “เข้าไปมันจะจับ หาว่าไปโกงเจ้าของมัน

                เมื่อหัวหน้าโจรโพกผ้าแดง กำลังโดนเจ้าแขกโพกหัวจับ  คนหัวล้านเลยต้องขยับเซ็นหนังสือเพื่อพาทักษิณกลับคืนอังกฤษ 

            งานแรกที่ทำในลอนดอนคือ กินข้าวกับพ่อมดการเงิน งานถัดมาคือ พบปะกับลูกสมุนบ้านเลขที่ 111 แวะไปดูฟุตบอลเอาหน้า และถัดมาคือตามหาเพื่อนรักที่หายหัวไปนานกับกระเป๋าใบใหญ่

              รอยแค้น แสนรัก หักเหลี่ยมโหด…ไม่มีใครยอมใคร ไม่มีการยอมกัน…เรื่องเยอะ โจทย์แยะ ปล้นชาติ ตระบัดสัตย์ ปลิ้นปล้อนและหลอกใช้อย่างนี้ อีกไม่ช้าไม่นาน บรรดาลูกและเมียคงได้หามศพพ่อไปรอรดน้ำที่หน้าศาลพระภูมิหักๆใต้ต้นไทรข้างทางริมถนนเป็นแน่แท้

                คนเสื้อแดงรักจริงก็ร้ายจริง….คนชื่อไพโรจน์ก็ไม่ใช่ไก่กาอาราเร่…คนไทยในนามของฝ่ายต่อต้านก็กำลังรวมตัวเหนียวแน่น  ทุกคนต่างพร้อมเหมือนแม่น้ำต่างสายไหลมาบรรจบ และทันทีที่ไผ่แยกกอประกาศ“ลุกขึ้นสู้ทุกคำขู่” จะเหมือนสายฟ้าฟาด พุ่งตรงไปยังทิศเดียวกัน…ทิศนั้นคือ ทักษิณ

อัญชะลี ไพรีรัก 

 


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี