Logo วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
‘โปรดใช้วิจารณญาณรับชม’ แก้หรือเพิ่ม?‘สิ่งลี้ลับ’เกลื่อน!

‘โปรดใช้วิจารณญาณรับชม’ แก้หรือเพิ่ม?‘สิ่งลี้ลับ’เกลื่อน!

วันจันทร์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องบอกว่า “แรงสุดๆ” กับกระแส “ตุ๊กตาลูกเทพ” ที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง ด้านหนึ่งร้านค้าหลายแห่ง “สนองศรัทธา” จัดโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่มากับตุ๊กตาลูกเทพ ทำกำไรไปได้ไม่น้อย แต่อีกด้านหนึ่งก็มีคำถามว่า “สังคมไทยจะงมงายไปถึงไหน?” เพราะอยู่ดีๆ ก็ไปนำตุ๊กตาที่ไม่มีชีวิตมาอุ้มและเลี้ยงดูประหนึ่งเป็นเด็กทารกจริงๆ พาไปไหนมาไหน และพูดคุยด้วยเป็นเรื่องเป็นราว

แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผ่านมาสังคมไทยคุ้นเคยกับ “อำนาจศักดิ์สิทธิ์-เรื่องราวลี้ลับ” เป็นอย่างดี ตั้งแต่“พระเครื่อง” ที่บางรุ่นราคานับแสนนับล้านบาท มาจนถึง“จตุคามรามเทพ” ที่เคยได้รับความนิยมมากพอกันเมื่อไม่กี่ปีก่อน ยังไม่นับเครื่องรางของขลังอื่นๆ อีกมาก ที่โฆษณากันทางสื่อต่างๆ พร้อมกับนำเอาหมอดูบ้าง ผู้อ้างตัวว่ามี“พลังพิเศษ” บ้าง มาทำนายโชคชะตาออกอากาศ ก่อนปิดท้ายให้เสียเงินทองเช่าบูชาของขลังเหล่านั้น


จนมีผู้ตั้งคำถามเช่นกันว่า..เรื่องแบบนี้เข้าข่าย “หลอกลวง-ฉ้อโกง” หากินกับ “ความไม่รู้” หรือไม่?!!!

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) อธิบายว่าการโฆษณาเครื่องรางของขลังต่างๆ จะเข้าข่ายหลอกลวง-ฉ้อโกงหรือไม่? ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ให้ดูที่ “ความเชื่อ” ของผู้ที่นำของขลังเหล่านั้นมาโฆษณา โดยหากพิสูจน์ได้ว่าตนเชื่อโดยสุจริตใจว่าสิ่งนั้นมีคุณวิเศษตามที่ระบุไว้ให้ผู้อื่นได้ทราบจริงๆ..

ก็ถือว่า “ขาดซึ่งเจตนาหลอกลวง”!!!

แต่ในทางกลับกัน..หากเจ้าตัวรู้อยู่แล้วว่าของสิ่งนั้นไม่มีอำนาจวิเศษจริง หรือพูดง่ายๆ คือ “ไม่เชื่อ” แต่ยังนำของสิ่งนั้นมาเที่ยวโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณอย่างนั้นอย่างนี้จนมีคนจ่ายเงินซื้อ ลักษณะนี้เข้าข่าย “ฉ้อโกง” อย่างแน่นอน แล้วถ้ายิ่งไป “หากิน” กับคนบางกลุ่ม เช่น เด็กหรือผู้ที่มีสภาวะอ่อนแอทางจิตใจ..

โทษก็จะยิ่ง “หนักขึ้น” ทั้งจำและปรับ!!!

“การอวดอ้างสรรพคุณนั้น ผู้ที่นำเครื่องรางต่างๆ มาให้เช่า เชื่อโดยสุจริตใจว่าสิ่งเหล่านั้นมีคุณวิเศษตามที่ระบุไว้ให้ผู้คนได้รับทราบจริง บุคคลนั้นก็ย่อมไม่มีเจตนา และโดยทั่วไปหากอัตราที่กำหนดให้เช่านั้นไม่สูงจนเกินไป หรือไม่ได้เป็นการกระทำต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยตรง ก็จะไม่มีความผิดฐานฉ้อโกง

การอวดอ้างสรรพคุณนั้น ผู้ที่ทำการโฆษณาสรรพคุณรู้อยู่ว่าไม่จริง และทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินอย่างมากมายจากผู้ที่เข้าไปทำการเช่าเครื่องรางเหล่านั้น เช่นนี้ ก็จะเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกง โดยเฉพาะหากว่าได้ทำบนพื้นฐานของความเบาปัญญา หรือความอ่อนแอทางจิตของผู้ที่เข้าทำการเช่าเครื่องราง”

“อาจารย์เจษฎ์” กล่าว ซึ่งตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342 ระบุว่า หากการฉ้อโกงทำกับบุคคลบางกลุ่มดังกล่าว โทษจะเพิ่มเป็นจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ความผิดฐานฉ้อโกง หากไปทำบนโลกออนไลน์ อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ.2550 มาตรา 14 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับด้วย

ส่วนการทำนายของหมอดู “อาจารย์เจษฎ์” กล่าวว่า เบื้องต้นใช้หลักเดียวกันกับการจำหน่ายเครื่องรางของขลัง คือถ้าหมอดูเชื่อในศาสตร์นั้นจริงก็ไม่เข้าข่ายฉ้อโกง แต่สำหรับการทำนายทายทักแบบรวมๆ ไม่ใช่กับผู้ใดผู้หนึ่ง แล้วเกิดกระแสแตกตื่นโกลาหลในสังคม

ก็อาจเข้าข่ายความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 384 ว่าด้วยการบอกเล่าความเท็จจนผู้คนตระหนกตกใจกลัว มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากไปทำบนโลกออนไลน์ ก็อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 ด้วยเช่นกัน

มีคดีตัวอย่างมาแล้ว..กับกรณี “เด็กชายปลาบู่” ที่ทำเอาคนขวัญผวา เพราะกลัว “เขื่อนแตก” ตามคำทำนาย!!!

อีกมุมหนึ่งก็มีผู้ตั้งข้อสังเกต..กรณีที่สถานีโทรทัศน์ต่างๆ ปล่อยให้มีการนำหมอดูหรือผู้วิเศษต่างๆ มาออกรายการกันเป็นเรื่องเป็นราว เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่? ประเด็นนี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า

ในแง่กฎหมายควบคุมเนื้อหาที่ออกอากาศ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551มาตรา 37 ห้ามเฉพาะรายการที่เป็นการล้มล้างการปกครอง ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี หรือมีเนื้อหาลามกอนาจาร หรือทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและจิตใจของประชาชนอย่างร้ายแรงเท่านั้น ไม่รวมถึงรายการประเภท“เรื่องลี้ลับ” แต่อย่างใด

แต่ก็จะต้องใส่ “คำเตือน” ในรายการด้วยทุกครั้งเสมอ!!!

“การโฆษณาเครื่องรางของขลัง ขณะนี้มันยังไม่ผิดตามมาตรา 37 เพราะมาตรานี้มันต้องเป็นสื่อลามกอนาจาร หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองหรือศีลธรรมอันดี แต่โฆษณาจำพวกนี้ก็ต้องขึ้นคำว่า..เป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณ..การดูดวงก็เช่นกัน ก็ต้องใช้วิจารณญาณในการรับชม” เลขาธิการ กสทช. ระบุ

ด้านสมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน นายวิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า ตามปกติในแวดวงวิทยุโทรทัศน์ มีข้อปฏิบัติว่าด้วยการนำเสนอข่าวหรือรายการว่าด้วยเรื่องลี้ลับเหล่านี้อยู่แล้ว เช่น ไม่นำเสนอในแง่ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

โดยเฉพาะการสร้าง “ความเชื่อที่ผิดๆ” และเป็นอันตราย!!!

“ผมมองว่ามันเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม สื่อจะไม่นำเสนอก็ไม่ได้ แต่การนำเสนอต้องไม่ใส่ความเห็นหรือสร้างความเชื่อที่ผิดๆ ในหมู่ประชาชน การนำเสนอควรเป็นแง่มุมทางออกหรือทำให้คนมีสติรู้จักยั้งคิด ไม่ใช่ไปปั่นกระแสให้เกิดความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง” ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวทิ้งท้าย

มีผู้กล่าวแบบประชดประชันว่า “เมืองไทยเป็นเมืองหลวงแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์” จากการที่ความเชื่อต่างๆ ไม่ว่าจะมาจากที่ใดของทุกมุมโลก คนไทยก็สามารถนำมาประยุกต์ดัดแปลง สร้างเรื่องราวให้เข้ากับบริบทไทยๆ เพื่อกราบไหว้บูชาได้ทั้งสิ้น ถึงขนาดที่เคยมีการศึกษาแล้วพบว่า เม็ดเงินหมุนเวียนในธุรกิจว่าด้วยความเชื่อเรื่องลี้ลับในไทย สูงถึงปีละกว่าสองหมื่นล้านบาท และปัจจัยลบใดๆ ทางเศรษฐกิจ ก็ไม่มีผลกระทบกับธุรกิจประเภทนี้

ทั้งหมดที่นำเสนอนี้ไม่ได้ต้องการดูถูกดูแคลนผู้ใด..เพราะตราบใดที่ความเชื่อนั้นไม่ก่อความเดือดร้อนให้กับตนเอง คนรอบข้างและสังคม แต่ละคนก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกเชื่อในสิ่งต่างๆ ได้อย่างเสรี แต่ก็มีเรื่องน่าคิดเช่นกัน ว่าประโยคคำเตือนยอดฮิต
อย่าง “เป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม” ใช้ได้ผลจริงหรือเปล่า?

เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย “สินค้าว่าด้วยความเชื่อ”ก็ยังขายดีในสังคมไทย..ไม่เคยเปลี่ยนแปลง!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ในหลวง ร.10 พระราชทานเครื่องราช ครูศศิพัชร สละชีวิตปกป้องนักเรียน

จับกุมลูกชายผู้ก่อตั้ง Mango หลังพบพิรุธคดีพ่อตกหน้าผาดับ

บอสณวัฒน์ ตั้ง ทราย สก๊อต นั่งแท่นกรรมการ MGI All Stars

ตัวแม่แซ่บไม่พัก! ใบเตย อาร์สยาม โพสต์ลุคบิกินีอวดผิวออร่าท้าแดด

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved