542.jpg
คอลัมน์ Dream for ALL : ‘อัซเตก้า’ที่รัก

คอลัมน์ Dream for ALL : ‘อัซเตก้า’ที่รัก

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.56 น.


อังกฤษ จะเผชิญความท้าทายจากความสูงสำหรับรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ เม็กซิโก

 


พวกเขาจะลงแข่งที่ระดับความสูง 7000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ด้วยการดวลกับเจ้าภาพ ในการกลับยังสนามนี้อีกครั้งในรอบ 40 ปีของฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย

 

มีประเด็นมากมายแทบจะเป็น “อาหารจานหลัก” ที่ดูแล้วคึกคักกว่า “น้ำจิ้ม” เพราะก่อนเกมนี้เข้มข้นมาก ๆ 

 

ทีแรกทำท่าจะเลื่อนการแข่งขันมาเร็วขึ้นจาก 6 โมงเย็นที่นั่นมาเป็นเที่ยงวันมันซะเลย เนื่้องจากกรมอุตุนิยมวิทยาเม็กซิกัน เตือนว่า เตะไปเตะมาระวังจะไม่จบเพราะฝนฟ้าดาวคะนอง

 

แต่เอาเข้าจริง อีกนัยหนึ่งคือ ต้องการให้บอลเลิกเร็ว เพราะการควบคุมฝูงชนทำได้ยากมาก ประชากรในเม็กซิโก ซิตี้ นับล้านจะออกมาไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร จุดนี้อาจเป็นสาเหตุมากกว่าสภาพของฝนฟ้า

 

ผู้สื่อข่าว ถาม โธมัส ทูเคิล กุนซืออังกฤษ ว่า "เด็กๆ ที่มีโรงเรียนจะนอนไม่หลับ เพราะเวลาการแข่งขันที่เตะตี “1

 

 ทูเคิล ตอบว่า คุณสามารถไปโรงเรียนได้ทุกวัน แต่ฟุตบอลโลกเกิดขึ้นทุก 4 ปี จงหาทางเลี่ยงการไปโรงเรียนให้ได้"

 

สนามที่มันขนาดนั้น ทูเคิล ก็ระบุว่า เราไม่มีทางปรับตัวให้เข้ากับความสูงในเวลาอันสั้นเช่นนั้น ขั้นตอนนั้นใช้เวลานาน และทางกายภาพแล้วเป็นไปไม่ได้ใน 3 หรือ 4 วัน

 

มันจะเป็นข้อเสียเปรียบครั้งใหญ่สำหรับเรา แต่เราพร้อมสำหรับความท้าทาย… และแน่นอนว่าจะมีอุปสรรคเพิ่มเติมอีก”

 

ผับและบาร์ทั่วอังกฤษ ประกาศความพร้อมเมื่อได้รับไฟเขียวจ่ากรัฐบาลว่า จะสามารถเปิดได้จนถึงตี 5 เพราะเกมนั้นเริ่มเวลาที่อังกฤษ คือ ตี 1 ในคืนวันอาทิตย์

 

รัฐบาล ได้ขยายเวลาอนุญาตใบอนุญาตแอลกอฮอล์สำหรับคืนนั้นแล้ว ทำให้ไม่จำเป็นต้องให้สถานประกอบการแต่ละแห่งต้องยื่นขอขยายเวลา

 

พร้อมกับเตือนว่า บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายที่เม็กซิโก แม้กระทั่งการนำเข้าประเทศ ซึ่งเวลานี้แพร่หลายมากในอังกฤษ

 

แฟนบอลอังกฤษ ที่หวังจะไปดูการแข่งขันน็อกเอาต์รอบ 16 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลกกับเม็กซิโก ต้องจ่ายเงินอย่างน้อย £2,600 สำหรับตั๋วใบเดียวบนเว็บไซต์ขายตั๋วต่อของฟีฟ่า 

 

มีการหวั่นใจว่า กองเชียร์เม็กซิโก นับพันคนจะมาป่วนโรงแรมที่พัก จึงต้องเก็บไว้เป็นความลับ เพื่อไม่ให้มาส่งเสียง หรือจุดพลุเวลาค่ำคืน แต่นั่นแหล่ะ เอาตำรวจทหารมาประจำการหน้าโรงแรม อะไรที่ไม่บอกก็เห็นแล้วว่า ภาพมันฟ้องเอา 

 

นี่คือฟุตบอลเกมแห่งชีวิต 

 

สถิติฟุตบอลโลกของเม็กซิโก ที่อัซเตก้า ดูน่าเกรงขามดีพิลึก เมื่อ10 นัด ทำได้ถึง 8 ชัยชนะ, 2 ครั้งกับผลเสมอ และการแพ้เป็นศูนย์

 

สถิติโดยรวมในการแข่งขันที่เป็นทางการของเม็กซิโกในบ้านที่เอซเตก้า กำชัยได้ถึง 70 นัดจาก 89 เกม

 

ครั้งสุดท้ายที่เม็กซิโก เสียประตู ที่นี่ต้องย้อนกลัลไปในเดือนตุลาคม 2021 โน่นเลย!!!!!

 

ชาวเม็กซิกันเล่นฟุตบอลตลอดทั้งปีที่ระดับความสูงกว่า 2,000 เมตร ดังนั้นที่ระดับ 2,240 เมตร ชาวอังกฤษจะต้องเอาชนะทั้งชาวเม็กซิกันและอากาศที่ขาดออกซิเจน 

 

ใน 96 ปีแห่งประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก มีเพียงครั้งเดียวที่เม็กซิโก หนเดียว 5 เกม นั่นคือเมื่อ 40 ปีก่อนในดินแดนเรจิออส เอสตาดิโอ อูนิ วันที่21 มิถุนายน 1986 พวกเขาเสมอกับ เยอรมันตะวันตก 0-0 ก่อนจะดวลจุดโทษแล้วแพ้ 1-4

 

ข้อได้เปรียบที่แท้จริงคือ ทางกายภาพล้วน ๆ ในแบบที่ไม่สามารถต่อกรได้

 

เหตุผลที่ไม่เกี่ยวข้องกับระดับทักษะของทั้งสองทีมเลย

 

เม็กซิโก ดูเหมือนได้เปรียบเรื่องนี้ ยิ่งหากเรามองถึงการมาเตะที่นี่ของ อังกฤษ อันนี้น่าสนใจ 

 

อังกฤษ มีความทรงจำมากมาย เพราะพวกเขา มาเตะเมื่อ ค.ศ. 1970 ในเกมกระชับมิตรสร้างศัตรู กับ เม็กซิโก ก่อนจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 

 

ยุคนั้น ชาวอังกฤษเดินทางมาที่สนามยักษ์ใหญ่โดยมี บ็อบบี้ มัวร์ เป็นกัปตันทีม ปะทะกับ กุสตาโว "เหยี่ยว" เปญา เป็นกัปตันทีมเม็กซิโก  

 

พอถึงแมทช์จริง เพื่อมาป้องกันบอลโลก แต่ อังกฤษ ไม่ได้เล่นที่สนามนี้เลย โดยรอบแรกเตะที่กวาดาลาฮาร่า ทั้ง 3 นัด ก่อนจะมาแดดิ้นสิ้นท่าแพ้ เยอรมันตะวันตก 2-3 ที่เลออง

 

จากนั้นในปี 1986 อังกฤษ ได้มาแข่งขันที่เม็กซิโก อีกครั้ง โดยรอบแรกได้แข่งจันที่มอนเตอร์เรย์ กับ ซาน นิโกลัส จากนั้นเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ พวกเขาได้เล่นที่อัซเตก้า แห่งนี้ถึง 2 ครั้ง

 

เป็นครั้งที่จดจำกันไปมิรู้ลืม หลังจากรอบ 16 ทีม อังกฤษ ถลุง ปารากวัย สบายแข้ง 3-0 เข้ามาเล่นรอบก่อนรองชนะเลิศ เจอกับ อาร์เจนตินา ในช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านพ้นสงครามชิงเกาะฟอล์กแลนด์ ไม่นาน

 

ฟอล์กแลนด์ เป็นหมู่เกาะในอเมริกาใต้ ทางมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ แต่ถือสัญชาติอังกฤษ แม้จะห่างจากเกาะมหาสมบัติสหราชอาณาจักรกว่า 12,000 กิโลเมตร แต่คนส่วนใหญ่ถือพาสปอร์ตอังกฤษ

 

อังกฤษได้เริ่มอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะแห่งนี้ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1765 แต่ถอนกำลังไปตั้งแต่ปี 1811 

 

แต่หลังจาก อาร์เจนติน่า ได้เอกราชจากสเปน พวกเขาเข้าบุกฟอล์คแลนด์ ที่ห่างจากพวกเขา 482 กิโลเมตร โดยเรียกมันว่า “หมู่เกาะมัลบีนัส” เมื่อปี 1832 ทำให้ อังกฤษ ต้องส่งทหารมาขับไล่ ก่อนจะเลิกรากันไปโดยไม่เสียเลือดสักหยด 

 

หายไปนานเป็นร้อยปี อาร์เจนติน่า ยุครัฐบาลเผด็จการทหาร หวังจะยึดครองเกาะนี้อีกครั้งเมื่อปี 1982 ทำให้เกิดการปะทะกันนานถึง 10 สัปดาห์ (2 เมษายน – 14 มิถุนายน 1982) ทำให้ทหารอาร์เจนตินาเสียชีวิต 649 นาย และทหารอังกฤษเสียชีวิต 255 นาย ก่อนจะยุติลงด้วยความพ่ายแพ้ของอาร์เจนติน่า

เหตุการณ์ในครั้งนั้นถูกนำมาเชื่อมโยงกับฟุตบอลโลก ในอีก 4 ปีต่อมา ที่อัซเตก้า สเตเดี้ยม ซึ่งทุกคนทราบดีแบบแทบไม่ต้องฉายซ้ำอีกของ ดีเอโก้ อาร์มานโด้ มาราโดน่า

 

อาร์เจนติน่า แก้แค้น อังกฤษได้ในสนามฟุตบอล ด้วยประตูแรก “แฮนด์ ออฟ ก็อด” ที่จะว่าโกงก็ได้ ไหวพริบก็ไม่แปลก ต่อด้วยประตูที่สองที่หลบนักบอลอังกฤษครึ่งค่อนทีม จากวีรรกรรสุดแสบและสุดแสนมหัศจรรย์ของ ดีเอโก้ มาราโดน่า เป็นผู้รังสรรค์

 

“ฟ้าขาว” เขี่ยผู้ดีตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย 2-1 ที่อัซเตก้าอ และลูกบอลประจำการแข่งขันปีนั้นชื่ออัซเตก้า อีกด้วย

 

The Azteca แห่งบอลโลก 1986 โลกเดินทางมาถึงยุคของ "บอลเย็บ" ขนานแท้ ด้วยการทำจากวัสดุสังเคราะห์มากกว่าหนัง ทำเป็นชั้นๆ ซึ่งแต่ละชั้นมีคุณสมบัติ ที่แตกต่างกัน แต่สามารถรักษารูปร่างของฟุตบอลให้กลม และกันน้ำได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อรองรับพื้นที่แข็ง และระดับความสูงของสภาพอากาศ พร้อมกับตกแต่งลายให้เข้ากับอารยธรรมของเม็กซิโก

 

ลูกบอลลูกนี้เราเห็น ชินตาในทุกโมเมนท์บอลโลก ก็จากจังหวะของ มาราโดน่า นี่แหล่ะ ซึ่งเขาบอกว่านี่คือ "หัตถ์พระเจ้า" สร้างความเคืองแค้น และระอุเดือดไม่แพ้สงครามฟอล์คแลนด์ เลยทีเดียว

 

ปีเตอร์ ชิลตัน อดีตยอดนายประตูทีมชาติอังกฤษ ให้สัมภาษณ์กับ เดลี่เมล์ เมื่อตอนแกอายุ  70 ปี(เมื่อ7ปีก่อน) ว่า ที่จริงแล้วผมไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้อีก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่โด่งดังอยู่เสมอ และจะโด่งดังตลอดไปกับเรื่องดังกล่าวที่มันเกินกว่าคำว่า อื้อฉาว"

 

"จังหวะนั้น ผมตัดสินใจที่จะวิ่งออกไปในขณะที่บอลมันลอยโด่งขึ้นมา ผมมองดูแล้วผมจะต้องถึงบอลก่อนแน่นอน แต่ มาราโดน่า กระโดดเข้ามาแล้วใช้มือต่อยที่บอลก่อนผม ไม่น่าเชื่อว่าผู้ตัดสินจะไม่เห็น ทั้งที่ทุกคนเห็น!!!!”

 

ตรงกันข้ามกับ มาราโดน่า ที่ได้บัญญัติประตูนั้นตั้งแต่เกมจบลง ว่า ลูกนั้นไม่ได้เป็นการใช้มือทำประตู

 

แต่นั่นคือ “หัตถ์พระเจ้า” หรือ Hand of God!!!!!!!

 

คำนี้ขึ้นมาจนกลายเป็นตำนานของโลกตลอดกาล จากความ “เจ้าเล่ห์” ของเขา

 

การแพ้ มาราโดน่า กับ อาร์เจนติน่า จึงไม่ใช่ข้อได้เปรียบที่แท้จริงคือ หาใช่เรื่องของทางกายภาพ

 

เหตุผลที่ไม่เกี่ยวข้องกับระดับทักษะของทั้งสองทีมเลย นั่นก็คือ มาราโดน่า นั่นเอง

 

บีแหลมสิงห์ 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top