วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ทุกครั้งสำหรับเทศกาลฟุตบอลโลก คำว่า เวิลด์คัพ คือความตระหนักรู้ ไม่ใช่แค่มุ่งหวังแต่ผลการแข่งขันคือประเด็น
สิ่งที่เราคาดหวังก็คือการรับชมการได้ดูฟุตบอลที่ดี อยู่กับเกมที่สนุก สีสัน เศรษฐกิจ การสร้างมูลค่า ความประทับใจ รอยยิ้มและคราบน้ำตา
สำคัญก็คือ การปรับเข้าใช้กับชีวิตประจำวันเพราะว่าเข้าใจฟุตบอลคือเข้าใจชีวิต โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนาต่างๆให้ดูระบบทุกอย่างทั้งองคาพยพของโลกฟุตบอล
ชีพจรชีวิตของฟุตบอลโลก การซึมซับบรรยากาศทุกอย่างมันช่วยได้ ทั้งระบบปฏิบัติการณ์ในวงฟุตบอล และการใช้ชีวิต
ดังนั้นอย่าลืม “สนุก” และ “เรียนรู้” กับวงจรฟุตบอลโลก
หนึ่งในสิ่งที่เราพูดถึงอยู่เสมอคือ ชุดที่ใช้ทำการแข่งขัน ที่นับวันการออกแบบจะสวยขึ้นทุกที ที่จะนำเสนอกันในเวย์นี้
เราจะเห็นได้ว่า บอลโลกหนนี้ไม่ได้มีการออกแบบอะไรวิจิตรพิศดาร หลายเจ้าไม่ได้ตีลังกาออกแบบ แต่เอาแนวคิด(บางคนอาจเรียก ก็อปปี้)จากชุดเดิม มาปรับกันใหม่
ทีนี้ใครละครับที่ครองเจ้าในการแข่งขันครั้งนี้บ้างหนอ?!?!?
อาดิดาส, ไนกี้ และพูม่า ครองส่วนแบ่งการตลาดอย่างมหาศาล โดยจัดหาชุดกีฬาให้กับทีมชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันกว่า 75%
นี่คือการจัดอันดับของสามยักษ์ใหญ่ด้านชุดกีฬา:
อาดิดาส (14): เม็กซิโก; ญี่ปุ่น; อาร์เจนตินา; โคลอมเบีย; แอลจีเรีย; แอฟริกาใต้; กาตาร์; ซาอุดีอาระเบีย; เยอรมนี, เบลเยียม, สเปน, สก็อตแลนด์, กือราเซา, สวีเดน
ไนกี้ (12): สหรัฐอเมริกา; แคนาดา; เกาหลีใต้; ออสเตรเลีย; บราซิล; อุรุกวัย; อังกฤษ; ฝรั่งเศส; โครเอเชีย; นอร์เวย์, เนเธอร์แลนด์, ตุรกี
พูม่า (11): นิวซีแลนด์; ปารากวัย; โมร็อกโก; อียิปต์; กานา; โกตดิวัวร์(ไอวอรี่โคสต์); เซเนกัล; โปรตุเกส; ออสเตรีย, สวิตเซอร์แลนด์, สาธารณรัฐเช็ก
นอกเหนือจากส่วนแบ่งการตลาดมหาศาลที่ 3 เจ้าใหญ่ ครองอยู่แล้ว ยังมีผู้ผลิตรายย่อยอีก 10 รายที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ในบรรดาแบรนด์อื่น คือ Kelme เป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวที่จัดหาชุดแข่งให้กับมากกว่าหนึ่งทีม โดยจัดหาชุดแข่งให้กับ จอร์แดนและบอสเนีย
แบรนด์ที่เหลืออีก 9 แบรนด์นั้น แต่ละแบรนด์เป็นตัวแทนของเพียงประเทศเดียวในการแข่งขัน:
7Saber แบรนด์ของอุซเบกิสถาน : อุซเบกิสถาน
Majid แบรนด์จากอิหร่าน : อิหร่าน
Marathon แบรนด์จากเอกวาดอร์ : เอกวาดอร์
Kappa แบรนด์จากอิตาลี : ตูนิเซีย
Capelli แบรนด์สัญชาติอเมริกัน : กาบู เวร์ดี้(เคปเวิร์ด)
Reebok ของอเมริกา : ปานามา
Saeta จากโคลอมเบีย : เฮติ
Jako แบรนด์เยอรมนี : อิรัก
Umbro แบรนด์อังกฤษ : สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
ว่าเป็นบอลโลกครั้งแรกที่ผู้ผลิตมากที่สุดเป็นประวัติการได้เฉิดฉายอยู่ในวงจรเศรษฐกิจของโลกฟุตบอล
แล้วมีอะไรบ้างที่ต้องรู้เกี่ยวกับเสื้อฟุตบอลโลกหนนี้
๐ การประดับประดาที่เสื้อ
เราจะเห็นได้ว่า ฟีฟ่า ได้สร้างสีสันบนเสื้อบอลอย่างชัดเจนที่สุด นั่นคือ “อาร์ม” มีหลากหลายจนเป็นที่ชื่นชอบในเหล่าของแฟนบอลแท้ ๆ
1.อาร์มขาวดำ : ใช้กับทีมชาติที่ไม่เคยเป็นแชมป์โลก รวม 38 ประเทศ โดย “พื้นหลังสีขาว” จะใช้สำหรับชุดสีเข้ม และ“พื้นหลังสีดำ” จะใช้กับชุดแข่งสีอ่อน
2.อาร์มทอง : เป็นการให้เกียรติกับทีมที่เป็นแชมป์โลกมาแล้ว และเข้ารอบมาได้ทั้งหมด 7 จาก 8 ทีม ประกอบด้วย บราซิล (5 สมัย), เยอรมนี (4 สมัย), อาร์เจนติน่า (3 สมัย), ฝรั่งเศส, อุรุกวัย (2 สมัย) และอังกฤษ, สเปน (1 สมัย) โดยที่ “พื้นหลังสีทอง” จะใช้กับชุดแข่งสีอ่อน และ “พื้นหลังสีขาว” จะใช้กับชุดแข่งสีเข้ม
3.อาร์มอัตลักษณ์ : หมวดนี้ถือว่าคลาสสิกมาก เนื่องจากจำแนกนักเตะต่าง ๆ เป็นเรื่องของ “ลักษณะเฉพาะ” ระบุตัวตนความเป็นตัวบุคคลที่มาแข่งขันฟุตบอลโลก อาทิ การมาครั้งแรก(Debut), ดีกรีรางวัลต่าง ๆ ที่เคยได้(Honours) อาทิ ดาราซัลโว, ถุงมือทองคำ และยอดขุนพลที่ผ่านสมรภูมิฟุตบอลโลกหลายสมัย (Legacy)
ตัวอย่าง Legacy ยอดขุนศึกผู้ผ่านการเล่นฟุตบอลโลกมายาวนาน 5 สมัยบวก ๆ นั่นคือ ลีโอเนล เมสซี่ จอมทัพแห่งอาร์เจนติน่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จอมสับสยองสองหมื่นโยชน์ของโปรตุเกส, มานูเอล นอยเออร์ สวีปเปอร์-คีปเปอร์แห่งเยอรมนี และ กีเยร์โม่ โอชัว นายประตูลายครามของเม็กซิโก
๐ เสื้อดูทรงพลัง แต่......
มีการถกเถียงเรื่องเสื้อฟุตบอลของ “จอมโหด” ทีมชาติอุรุกวัย ทำไมมีดาวถึง 4 ดวงดาวบนเสื้อ แม้จะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้แค่ 2 สมัยเท่านั้น... แล้วสองดวงที่เหลือมาจากไหน ทำไม ฟีฟ่า จึงไม่ว่าอะไร แต่ อียิปต์ ที่ก็ติดดาวมาตั้ง 7 ดวงทำไมต้องถูกสั่งให้เอาออก เลือกปฏิบัติกันหรือเปล่า
สาเหตุที่ ฟีฟ่า สั่งให้นักเตะจากแดนไอยคุปต์ต้องเปลี่ยนดีไซน์เสื้อและนำดาวออกในนาทีสุดท้ายก่อนการแข่งขัน เป็นเพราะกฎระเบียบ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เสื้อแข่งขันที่ใช้ในฟุตบอลโลกจะสามารถประดับดาวได้เฉพาะ "แชมป์ฟุตบอลโลก" เท่านั้น ซึ่งดาวทั้ง 7 ดวงนั้นคือ “แชมป์ทวีปแอฟริกา” ที่ อียิปต์ เคยคว้ามาได้
เท่ากับว่า แชมป์ระดับทวีปอย่าง แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ นั้นไม่เข้าเกณฑ์ ทำให้ต้องถูกสั่งให้เอาออก
แล้วทำไม อุรุกวัย ได้ไปต่อกับดาวทั้ง 4 ดวง นั่นก็เพราะว่า ความจริงต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
อุรุกวัยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้เมื่อปี 1930 และปี 1950 นั่นคือสองดวงดาวที่ทุกคนรู้จัก
แต่สองดวงดาวที่เหลือมาจาก เหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัย ในปี 1924 และปี 1928 แล้วก็ถูกตั้งคำถามต่อว่า ทำไมการแข่งขันโอลิมปิกถึงนับเป็นดวงดาวระดับโลก
เพราะฟุตบอลโลกยังเป็นวุ้น และยังไม่ถูกสร้างขึ้นในตอนนั้น และการแข่งขันนานาชาติที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับทีมชาติคือฟุตบอลในโอลิมปิกเกมส์ 2 สมัยนั้น ที่สำคัญก็คือ บอลโอลิมปิกทั้ง 2 สมัยนั้น ใช้นักเตะระดับอาชีพ และทีมชาติที่ดีที่สุดลงแข่ง พร้อมกับจัดภายใต้การกำกับดูแลของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า)
พูดอีกอย่างก็คือ ผู้ชนะโอลิมปิกถูกมองว่าเป็นแชมป์โลกอย่างแท้จริง ซึ่ง ฟีฟ่า มีเอกสารรับรองอย่างเป็นทางการว่าการแข่งขันในปี 1924 และ 1928 เป็นความสำเร็จระดับโลก พร้อมกับผายมือให้ อุรุกวัย ใส่ดวงดาว 4 บนหน้าอกเสื้อของตัวเอง
ดังนั้นเมื่อคุณเห็นเสื้อของอุรุกวัยที่มี 4 ดวงดาว มันไม่ใช่เพิ่มมาโดยผิดพลาด หรือความพยายามในการผยองพองขน จะขึ้นชั้นประวัติศาสตร์แต่อย่างใด
จุดนี้แค่เป็นการเตือนใจว่าอุรุกวัยเคยเป็นแชมป์โลกสองสมัยก่อนที่ฟุตบอลโลกจะเกิดขึ้น นั่นคือเหตุและผล.......
น่าเสียดายที่เสื้อดุจ Black Panther: Wakanda Forever ของพวกเขา ประดับดวงดาวทั้ง 4 ไม่ได้ช่วยให้พลังในการเล่นของพวกเขาเพิ่มขึ้นแม้แต่น้อย พวกเขาไม่ชนะใครเลยในรอบแรก..........
๐ เสื้อมีปัญหา
ทีมชาติเฮติ ที่ไม่ได้มาบอลโลกนานกว่าครึ่งศตวรรษ รวม 52 ปี จำเป็นเปลี่ยนเสื้อทีมชาติ สืบเนื่องมาจากการสกรีนภาพซึ่งละเมิดข้อบังคับเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของ ฟีฟ่า
เฮติ ใส่เสื้อลงอุ่นเครื่อง 2 เกมก่อนเข้าบอลโลก มีการสกรีนภาพประกอบด้านขวาของเสื้อ เป็นภาพของเหมือนทหารในคราบไคลของขุนศึกผู้คว้าชัย พร้อมธงชาติสีแดง-ขาว
สืบไปมาได้ความว่า เป็นภาพจากการศึกเมื่อครั้ง “ยุทธการแวร์ติแยร์” สงครามประกาศอิสรภาพของเฮติ ทางใต้ของกาป-ฟรองเซส์ ในจังหวัดนอร์ด ที่จารึกเอาไว้เมื่อ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 1803 ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญในการต่อสู้เพื่อเอกราชของ เฮติ โดยธงชาติแดง-ขาว คือ ธงชาติโปแลนด์
แรกทีเดียว ทหารจากโปแลนด์ ถูกเกณฑ์มารบโดยให้มาช่วย ฝรั่งเศส สยบกองทัพฝ่ายพื้นเมืองและฝ่ายกบฎของเฮติ ที่้มี ฌอง ฌาคส์ เดสซาลีนส์ และฟรองซัวส์ กาปัวส์ เป็นฟรอนท์แมน ก่อนที่ ทหารโปแลนด์ ได้กลับใจร่วมรบกับพวกเฮติ ก่อนจะพิชิตกองทัพของนโปเลียน โบนาปาร์ต ที่มี โดนาเตียน เดอ รอชองโบ นำทัพมา ซึ่งฝั่ง เฮติ บีบให้ ฝรั่งเศส ยอมจำนน และปูทางไปสู่การสถาปนาสาธารณรัฐเฮติ ให้เป็นอิสระในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1804
แน่นอนว่า เสื้อสวยแค่ไหน มีสตอรี่แค่ไหน ถ้ามีการเมืองมาเกี่ยวข้อง จึง “ไม่เข้ากฎ” ซึ่งผู้ผลิตอย่าง Saeta ยอมรับ และต้องเปลี่ยนไปเป็นแบบ “ไม่มีลวดลาย” ลงแข่งขัน
๐ เสื้อที่แปลกหูตา
ปิดท้ายที่ “เสื้อเยือน” ของทีมชาติฝรั่งเศส รองแชมป์เก่า ที่พลิกโฉมทุกเฉดด้วยการโทนสีเขียวอมฟ้า หรือสีเขียวมินต์ หรือจะเรียกสี “พาติน่า” ก็ได้ โดยความหมายคือ เพื่อเป็นเกียรติแก่ เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty)
อนุสาวรีย์ชื่อก้องโลกนี้ ประเทศฝรั่งเศส เป็นผู้มอบให้กับ สหรัฐอเมริกา เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันชาติสหรัฐอเมริกาครบรอบ 100 ปี และเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างสองประเทศ รวมถึงการประกาศอิสรภาพจากสหราชอาณาจักร
สัญลักษณ์ของเทพีจึงชัดเจนตามนัยยะ นั่นคือ มือขวาชูคบเพลิง มือซ้ายถือแผ่นจารึกคำประกาศอิสรภาพ และที่เท้ามีโซ่ล่ามที่ขาดออกจากกัน ซึ่งสื่อถึงการหลุดพ้นจากการเป็นทาส
เอดูอาร์ด เรเน เดอ ลาบูเลย์ (Édouard René de Laboulaye) นักคิดชาวฝรั่งเศส เป็นผู้เสนอไอเดียแสนบรรเจิดนี้ในปี ค.ศ. 1865
เฟรเดอริค ออกุสเต บาร์ทอลดิ (Frédéric-Auguste Bartholdi) เป็นประติมากร ส่วนโครงสร้างภายในออกแบบโดย กุสตาฟ ไอเฟล (Gustave Eiffel) ผู้ออกแบบหอไอเฟล อันลือเลื่องนั่นเอง
รูปปั้นถูกสร้างขึ้นในฝรั่งเศส ก่อนจะนำมายังสหรัฐอเมริกาโดยแยกชิ้นส่วนออกเป็น 350 ชิ้น บรรจุในหีบกว่า 250 หีบ เดินทางถึงอ่าวนิวยอร์กในวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 1885 และมีพิธีส่งมอบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1886
แรกทีเดียวการออกแบบ เทพีเสรีภาพ คือสีทองแดง (Copper) ก่อนที่จะเกิดการออกซิไดซ์จนกลายเป็นสีเขียวในปัจจุบัน ดังนั้นเราจะเห็นว่า เสื้อฝรั่งเศสตัวนี้ สีหลักคือเขียว และตราไก่คือสีทองแดง
อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty) เป็นของขวัญที่ชาวฝรั่งเศสมอบให้แก่ชาวอเมริกัน
นับเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ทีมชาติฝรั่งเศสสวมเสื้อสีเขียว ลงแข่งขัน แต่เป็นจากความตั้งใจ เพราะครั้งแรกเกิดขึ้นในฟุตบอลโลก 1978 ที่ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งในตอนนั้นเกิดเหตุสุดวิสัยในเรื่องของการสื่อสาร
ซึ่ง ฝรั่งเศส คิดว่าพวกเขาจะต้องใส่ชุดเยือน(ซึ่งจริงๆ คือทีมเหย้า) จึงเตรียม “ชุดสีขาว” มาแข่งกับ ทีมชาติฮังการี
ทั้ง ฝรั่งเศส กับ ฮังการี มีชุดเยือนสีเดียวกันคือสีขาว เจ้าหน้าที่จึงต้องรีบหาเสื้อใหม่ จึงตัดสินใจยืมเสื้อทีมสมัครเล่นท้องถิ่นอย่าง”คลับ แอตเลติโก คิมเบอร์ลีย์” ซึ่งเป็นเสื้อลายทางสีเขียวขาว มาลงสนามแทน
เสื้อของ แอต.คิมเบอร์ลีย์ มีหมายเลขตั้งแต่ 1 ถึง 11 และ 13 ถึง 16 เท่านั้น ดังนั้น ผู้เล่นบางคนจึงสวมหมายเลขที่ไม่ตรงกับหมายเลขอย่างเป็นทางการของฟีฟ่า
อาทิ โดมินิก โรเชโต แนวรุกต้องสวมหมายเลข 7 แทนที่จะเป็น 18, โอลิวิเยร์ รูแยร์ สวมหมายเลข 11 แทนที่จะเป็น 20, โคลด ปาปี สวมหมายเลข 10 แทนที่จะเป็น 12 และตัวสำรอง ดิดิเยร์ ซิกซ์ สวมหมายเลข 16 แทนที่จะเป็น 19
แต่มีการแก้ลำไว้แล้วก็คือ ผู้เล่นเหล่านี้ มีหมายเลขของฟีฟ่าที่ถูกต้อง อยู่บนกางเกงของพวกเขาที่พกมาด้วยตั้งแต่แรก
ส่วนที่ไม่กลับไปเอาก็เพราะสนามโฮเซ่ มาริอา มิเนลล่า สเตเดี้ยม อยู่ที่เมืองมาร์เดลพลาตา ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งทะเลที่อยู่ห่างจากกรุงบัวโนสไอเรส ซึ่งเป็นเบสแคมป์ของ ทีมชาติฝรั่งเศส เกือบ400 กิโลเมตร!!!!!
ดีนะที่เอากางเกงมาด้วย!!!!!!
บี แหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี