วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ฟุตบอลโลกครั้งนี้ กว่าได้ลิขสิทธิ์มาเหมือนกับปรัชญาฟุตบอลอยู่ข้อหนึ่งก็คือ โอกาสแพ้เห็นอยู่ตรงหน้า แต่โอกาสชนะก็ยังมีอยู่ข้างหน้าเช่นเดียวกัน
ต่อให้สกอร์ตามหลังแต่จะพลิกกลับได้ชนะได้
เป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์วงการถ่ายทอดสด ที่ “วันแถลงข่าวการถ่ายทอดสด” เป็นวันเดียวกันกับ “วันเดียวกับการแข่งขัน” เสมือนกับฟุตบอลรายการชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร2020 ซึ่งแข่งปี 2021 หนนั้นแถลงข่าวบ่าย 3 แล้วเตะเลย
ครั้งนี้ดีกว่าหน่อยตรงที่รู้ว่ามีการถ่ายทอดสดแน่ ๆ เวลาประมาณ 4 ทุ่มคืนวันพุธ ก่อนจะแถลงข่าวบ่าย 3 โมง เวลาเดียวกับยูโรครั้งนั้น เรียกว่ารับสายโทรศัพท์กันไม่หวาดไม่ไหว
หนนี้ JAS หรือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) วิ่งเข้าวินอย่างหวุดหวิด นำฟุตบอลโลกมาถ่ายทอดสด ถือว่าพวกเขาควรได้รับการปรบมือให้ในความพยายาม
เรื่องของธุรกิจก็เรื่องหนึ่ง แต่การเพิ่มเครดิตให้ได้รับการยอมรับทางสังคมถือว่าสำคัญยิ่ง และการรักษาต่อยอดสมาชิกถือว่าสำคัญสุด ๆ ย้ำกันอีกทีว่า ถ้าหากปล่อยให้เดินทางไปเสาะหาการรับชมผ่าน “ช่องทางธรรมชาติ” เกรงว่า เส้นทางนี้เป็นการ “ปล่อยเสือเข้าป่า”และอาจจะไม่กลับมาอีกต่อไป
จากนี้ก็จะต้องไปยกระดับตัวเองในทุก ๆ อย่าง และทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมหลังจากลองผิดลองถูกใน “ยกแรก” ของการถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปีแรก นั่นหมายความว่า พวกเขากำลังเดินทางนี้แบบเหยียบมิดคันเร่ง เมื่อกล้าเปลี่ยนช่องหนัง ให้กลายเป็นช่องกีฬาที่ โมโน29
เมื่อมีการถ่ายทอดสด แน่นอนว่า เม็ดเงินจากมหกรรมกีฬาระดับโลกครั้งนี้ อาจส่งผลบวกต่อหลายธุรกิจอื่น ๆ ให้ได้รับผลตรงนี้ไปอย่างเต็ม ๆ
ยกตัวอย่างคือ ธุรกิจการสื่อสาร เนื่องจากระบบอินเตอร์เน็ต จะสำคัญอย่างมากต่อการดูฟุตบอลแบบ “สตรีมมิ่ง” ข้อดีตรงข้อด้อยตรงที่หลายคนบอกว่า “เวลาไม่ตรง” หรือว่า “ไทม์โซน” ไม่เหมาะ อันนั้นคือประเภทศูนย์กลางจักรวาล
เพราะบอลโลกตั้งแต่เตะมาปีนี้เป็นปีที่ 96 และเข้าสู่ประเทศไทยแบบจริง ๆ จัง ๆ นั้น ชาติที่อยู่โซนห่างจากประเทศไทยระดับ 10 ชั่วโมง ก็แค่ 3 รอบ นั่นคือ เม็กซิโก 1986, สหรัฐ 1994 และบราซิล 2014
ช่วงเวลาที่หลายคนนอน แต่คอบอลลุกมาดู นั่นหมายว่า สัญญาณเน็ตในยุคควบรวม(แฮ่ม) อาจจะดีก็ได้
ขณะที่ กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม, กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มโฆษณา รวมไปถึงสินค้าหน้าใหม่ ๆ สามารถเติบโตได้กับแคมเปญฟุตบอลโลก
นี่คือบอลโลกของเราที่ไม่ใช่แค่เรื่องในสนาม
ทีนี้เราก็กลับมาตั้งคำถามกันอีกครั้งว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่กับประเทศไทย มีปัญหาอะไรตรงไหน เกิดจากภาครัฐ, ภาคเอกชน, ภาคประชาชน, ภาวะเศรษฐกิจ หรืออะไรกันแน่ จนน่าตกใจที่ว่า ทำไมอาเซียน 11 ชาติ ไทยกลายเป็นเสือตัวที่ 11 ในการซื้อลิขสิทธิ์ เมื่อรัฐบาลให้เหตุผลว่าไม่มีเงิน แล้วเอกชนก็เหมือนกับไม่กล้าจะลงทุน
สรุปว่ามันคืออะไรที่อยู่เบื้องหลัง, กลัวเหตุการณ์ซ้ำรอยไฮแจ๊คลิขสิทธิ์, ผู้สนับสนุนอยู่คนละฝั่ง หรือเศรษฐกิจมันแย่จริง ๆ
เอาเข้าจริง หากใครเป็นรัฐบาลก็ต้องกินยาแก้ปวด เนื่องจากถ้าซื้อก็ผิด ถ้าไม่ซื้อก็โดนด่าว่า ไม่มีน้ำยา ทั้งที่จริงแล้วกีฬาควรเป็น "วาระแห่งชาติ" ไม่ว่าใครเป็นฝ่ายรัฐบาล
ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาเรื่องการเรียงลำดับความสำคัญ แทบจะทุกเรื่อง ถ้านับเฉพาะบริบทของกีฬา เราถูกมองข้ามอย่างน่าตกใจ มันสะท้อนถึงคนในชาติ
อาทิเหตุการณ์อย่าง เอเชียนอินดอร์เกมส์, ซีเกมส์ หรือ ยูธโอลิมปิกเกมส์
กีฬาเป็นเรื่องที่วางนโยบายง่ายที่สุด เพราะกีฬามีไทม์ไลน์ชัดเจนว่า แข่งวันไหน เมื่อไหร่ ที่ไหน ไม่ใช่อยู่ ๆ นัดเปิดสนามบอลโลกบอกเมื่อวานนี้แล้ววันนี้เตะ ตัวอย่างบอลโลกหนนี้เรารู้ว่าใครเป็นเจ้าภาพตั้งแต่ปี 2018
รัฐบาลแต่ละยุคสมัยมีคนเข้าใจกีฬาขนาดไหน อันนี้คือคำถามที่ทำงานมา 28 ปีได้ยินมาตลอด บางคนทำงานทุ่มเท บางคนไม่รู้อิโหน่อีเหน่ บางคนเข้ามานั่งเก้าอี้ดนตรี เพราะประเทศนี้มีสิ่งที่เถียงไม่ได้คือ “โควตา”
ว่ากันตามเชิง ในภาคของกีฬาเวลานี้ เหมือนไม่มีแม่ทัพนายกองหลัก ไม่มีคนที่กล้าทุบ คนที่กล้าชน และคนที่หลายคนให้ความยำเกรง บารมีส่วนนี้ดูลดน้อยลง บวกกับเรื่องอื่น ๆ ทั้งเรื่องปากท้องประชาชน, ปัญหาข่าวการเชิงลบ จนถูกตั้งคำถามหลายเรื่องที่เป็นนโยบาย สำคัญคือ การสื่อสารที่ไม่ชัดเจน และการโยนหินถามทางมากกว่าจะทำทางแหวกหิน
จากนั้นเข้าสู่การผสมโรง และอุปทานหมู่
สุดท้ายแล้ว ก็เหมือนเดิม.....กีฬาไม่เคยอยู่ลำดับต้น ๆ ในการแลเหลียว
แต่เป็นสิ่งเดียวที่หลอมรวมจิตใจคนให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้เสมอ
บี แหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี