วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เวิลด์คัพฉบับโลกาภิวัฒน์ เดินทางมาถึงตรงนี้ เหลือ 4 ทีมสุดท้าย ปรากฎว่า ได้การันเอกโทตีจัตวา เป็นที่เรียบร้อยว่า จะไม่มีแชมป์หน้าใหม่
นี่คือครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่มีแต่ "แชมป์หน้าเก่า" เข้ารอบรองชนะเลิศ ทั้งหมด 4 ทีม จากทั้งหมด 23 สมัยในฟุตบอลโลก ที่ผ่านมา สถิติคือ ปี 1970 ที่แดนจังโก้, ปี 1990 ที่แดนรองเท้าบู๊ต และ ปีนี้ที่เมกาเหนือ
อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วยที่ แรงกิ้งโลก 1-4 ผ่านเข้ารอบตัดเชือกบอลโลกพร้อมกันในคราเดียว
"ฟีฟ่า" เริ่มจัดระบบแรงกิ้งตั้งแต่ปี 1992 เป็นครั้งแรกท็อปโฟร์อยู่กันครบครัน
(1) ฝรั่งเศส (2) อาร์เจนตินา (3) สเปน และ (4) อังกฤษ
รอบตัดเชือก จะมีขึ้นคืนวันอังคารต่อเช้าวันพุธ และคืนวันพุธต่อเช้าวันพฤหัสบดี เตะตี 2 ทั้งสองเกม น่าสนใจว่า มีความหลังฝังใจกันมาทั้งสองฝ่าย
คืนวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2026 "ศึกสงครามคาบสมุทร" ฝรั่งเศส vs สเปน ที่สนามดัลลัส สเตเดี้ยม, เท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา
คืนวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2026 "ศึกสงครามฟอล์คแลนด์" อังกฤษ VS อาร์เจนติน่า ที่สนามแอตแลนต้า สเตเดี้ยม, จอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
ก่อนจะวิเคราะห์เจาะลึก ว่ากันตรง ๆ สแกนภาพรวมของทั้ง 4 ทีมแล้วมีความแตกต่างกันอย่างไรกบ้าง
ตามเชิงแล้วสภาพทีมของ ฝรั่งเศส ดูสดอย่างมาก หลังจากพวกเขาปราบมาหมดอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด วูบวาบ ทรงประสิทธิภาพ และแทบจะไม่บอบช้ำอะไรเลย แถมยังดูเหมือนลงตัวอย่างที่สุดด้วย
สเปน เองน่าสนใจที่ว่า พวกเขาค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งฟอร์มการเล่น, สภาพทีม และความเข้าใจกัน พวกเขาไม่ได้หวือหวา ไม่ได้เฟี้ยวฟ้าวเหมือนเมื่อ 2 ปีก่อนในการเป็นเจ้ายุโรป แต่เล่นได้นิ่งมาก
นั่นคือฝั่งสายบนที่เจอกัน ขณะที่สายล่างดูอีบัดอีโรยอย่างยิ่ง
อังกฤษ มีปัญหานักเตะบาดเจ็บ และแก้ลำมาตลอดทางฝั่งแบ๊กขวา สุดท้ายต้องให้ เซ็นเตอร์แบ๊กทั้งทัวร์นาเมนท์อย่าง เอซรี่ คอนซ่า มายืน แต่นี่คืออังกฤษ ที่ตลอดเส้นทางจะต้องเป็นแบบนี้ ทั้งแวะเติมน้ำมัน, ปะยาง, แอร์รั่ว ในทุกบอลโลก
อาร์เจนติน่า ดูสะบักสะบอมอย่างที่สุด หลังจากเส้นทางดูเหมือนว่า จะง่ายที่สุด กลับกลายเป็นยากกว่าชาวบ้าน ต้องใช้พละกำลังแบบรีดก๊อกสุดท้ายอยู่ตลอดเวลาในเกมการเล่นรอบน็อกเอาท์ แถมยังมีเรื่องราวปัญหานอกสนามมาทำลายสมาธิอีกต่างหาก
สุดท้ายเราจะได้ดูเกมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 24 ปีในบอลโลก ซึ่งถือว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง นับตั้งแต่ เดวิด เบ๊คแฮม ยิงจุดโทษล้างบาป ที่ซัปโปโร่
หรือจะเป็นเกมที่นึกถึงเร็ว ๆ ระหว่าง ฝรั่งเศส กับ สเปน ก็คือ ลูกจุดโทษของ ราอูล กอนซาเลซ ที่ปลิวข้ามคานในนาทีสุดท้าย ของศึกยูโร 2000 ทำให้ ฝรั่งเศส เข้ารอบไปได้สำเร็จ........
นี่คือบอลโลกอีกครั้งที่สนุก และเชื่อว่าระทึกใจอย่างที่สุด เพราะ 4 ทีมที่กองอยู่ตรงนี้ ย่อมดีที่สุดในฐานะการันตีของแรงกิ้ง
พร้อมกับการการันตีชุบแป้งทอดจากการแข่งขันจริงให้เราเห็นกันทั้งโลก
บี แหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี