533.jpg
ฤดูกาลที่แตกต่าง ของพรีเมียร์ลีก2026-27

ฤดูกาลที่แตกต่าง ของพรีเมียร์ลีก2026-27

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.25 น.


พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2026-27 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลสมัยใหม่ที่สะท้อนถึงการผลัดเปลี่ยนเจเนอเรชันของผู้จัดการทีมอย่างสมบูรณ์แบบ

ข้อมูลจากการวิเคราะห์โครงสร้างลีกบ่งชี้ว่า นี่เป็นฤดูกาลแรกนับตั้งแต่มีการก่อตั้งพรีเมียร์ลีกในปี 1992 ที่ลีกสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษจะไม่มีชื่อของกุนซือระดับตำนานผู้ทรงอิทธิพลอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, อาร์แซน เวนเกอร์, โชเซ มูรินโญ, เยอร์เก้น คล็อปป์ และเป๊ป กวาร์ดิโอลา ปรากฏอยู่บนซุ้มม้านั่งสำรองเลยแม้แต่คนเดียว การสิ้นสุดของยุค "บิ๊กโฟร์" หรือ “บิ๊กซิกซ์” ได้นำไปสู่สภาวะสุญญากาศทางอำนาจ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความผันผวนและการแข่งขันทางแท็กติกที่เข้มข้นที่สุดในรอบทศวรรษ


ความผันผวนดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนจากวัฏจักรการปลดผู้จัดการทีมที่สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ ในฤดูกาล 2025-26 ที่ผ่านมา มีการปลดผู้จัดการทีมมากถึง 10 ครั้งจาก 6 สโมสร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่อดทนของบอร์ดบริหารและการยึดติดกับผลลัพธ์ระยะสั้น และเมื่อก้าวเข้าสู่ฤดูกาล 2026-27 ปรากฏว่ามีสโมสรถึง 9 ทีมที่ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมถาวรคนใหม่เพื่อเตรียมสู้ศึกในฤดูกาลนี้

บอร์นมัธ = อันโดนี่ อิราโอล่า (สเปน) ไปสู่ มาร์โก โรเซ่อ (เยอรมนี)

เชลซี = คาลั่ม แม็คฟาร์เลน (อังกฤษ) ไปสู่ ชาบี อลอนโซ่ (สเปน)

แมนฯซิตี้ = เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (สเปน) ไปสู่ เอ็นโซ่ มาเรสก้า (อิตาลี)

คริสตัล พาเลซ = โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ (ออสเตรีย) ไปสู่ ปิแอร์ ซาจ (ฝรั่งเศส)

ลิเวอร์พูล = อาร์เน่อ ชล็อต (เนเธอร์แลนด์) ไปสู่ อันโดนี่ อิราโอล่า (สเปน)

ฟูแล่ม = มาร์โก ซิลวา (โปรตุเกส) ไปสู่ อัลบาโร่ อาร์เบลัว (สเปน)

อิปสวิช = คีแรน แม็คเคนน่า (ไอร์แลนด์เหนือ) ไปสู่ แกรี่ โอนีล (อังกฤษ)

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ = วิตอร์ เปเรยร่า (โปรตุเกส) ไปสู่ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ (ออสเตรีย)

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด = เอ็ดดี้ ฮาว (อังกฤษ) ไปสู่ มาติอัส ไยส์เล่อ (เยอรมนี)

20 สโมสรใช้กุนซือชาว สเปน มากที่สุด 5 คน รองลงมาคือ เยอรมัน 4 คน อังกฤษมีแค่ 3 คือ แฟรงค์ แลมพาร์ด (โคเวนทรี), แกรี่ โอนีล (อิปสวิช) และไมเคิ่ล คาร์ริค (แมนฯยูไนเต็ด), อิตาลี กับฝรั่งเศส 2 คน ที่เหลืออย่างละ 1 คือ สกอตแลนด์, ไอร์แลนด์, ออสเตรีย และบอสเนียฯ 

เจาะ 9 ทีมเปลี่ยนโค้ช

๐ เชลซี 

เชลซีเผชิญกับสภาวะวิกฤตด้านความมั่นคงในตำแหน่งผู้จัดการทีมอย่างหนักตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในฤดูกาล 2025-26 สโมสรมีการเปลี่ยนแปลงกุนซืออย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการที่ เอ็นโซ มาเรสก้า ที่มีปัญหากับบอร์ดบริหาร จนนำไปสูู่การปลดออกจากตำแหน่งในวันปีใหม่ของปี 2026 ไปดึง เลียม โรซีเนียร์ จากทีมในเครือสตราส์บูร์ก แต่ก็ไปไม่รอดอยู่ได้แค่ 4 เดือน 

ทำให้ คาลั่ม แม็คฟาร์เลน จากทีม ยู-21 ต้องขึ้นมารักษาการณ์แทนถึง 2 ครั้ง นับตั้งแต่ ท็อดด์ โบห์ลี เข้ามาเทคโอเวอร์ทีมเมื่อพฤษภาคม ปี 2022 เชลซี ใช้โค้ชไป 9 ราย นับรวมทางและและรักษาการณ์ คนที่อยู่ได้นานสุดคือ เอ็นโซ่ มาเรสก้า 18 เดือน รองลงมาคือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เกือบ 18 เดือน ไม่นับโธมัส ทูเคิ่ล ที่อยู่มาก่อนตั้งแต่ยุคของเสี่ยหมี 

ซัมเมอร์นี้แต่งตั้ง ชาบี อลอนโซ่ เข้ามาคุมทีม พร้อมปรับนโยบายในการเสริมทัพทุ่มแบบเน้นๆ คือ มอร์แกน โรเจอร์ส มาจากแอสตัน วิลล่า ด้วยค่าตัวสถิตินักเตะอังกฤษที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ 117 ล้านปอนด์ สอยสองตัวเก๋าอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน เข้ามาเสริม อุ่นเครื่องมา 3 เกมติด (ชนะ เวสเทิร์น ซิตี้ วันเดอร์เรอร์ 6-4, แพ้ สเปอร์ส 1-2 และแพ้ ยูเวนตุส 0-1) ยังวัดผลอะไรไม่ได้ เพราะใช้สำรองบวกดาวรุ่ง แกนหลักยังไม่มาจากพักร้อน โดยใช้ระบบแบ็กโฟร์เป็นหลัก ยังไม่ได้ทดลองหลังสาม สูตรที่ประสบความสำเร็จกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 

๐ แมนฯซิตี้ 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก้าวลงจากตำแหน่งหลังจบฤดูกาล 2025-26 ปิดฉากยุคทอง 10 ปีในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ซึ่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อนัดสุดท้ายต่อแอสตัน วิลล่า บอร์ดบริหารดำเนินกลยุทธ์เพื่อรักษารากฐานปรัชญาฟุตบอลเดิม โดยตัดสินใจทุ่มเงิน 17 ล้านปอนด์เป็นค่าชดเชยให้กับเชลซี เพื่อดึงตัว เอ็นโซ่ มาเรสก้า อดีตผู้ช่วยกุนซือกลับมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมด้วยสัญญา 3 ปี 

สาเหตุที่ต้องจ่ายเพราะ มาเรสก้า ขอลาออกแบบกลางคัน ไม่ได้เป็นการตกลงปลงใจของทั้งสองฝ่าย มีการเจรจาลับๆ กับ ซิตี้ สุดท้ายไปคุมทีม โดยที่ยังมีสัญญากับ เชลซี เหลืออีก 3 ปี ถิอว่าละเมิดกฎไม่เคารพสัญญา 

การดึงตัวมาเรสก้าสะท้อนถึงการเลือกโค้ชที่คุ้นเคยกับโครงสร้างทีมมาสานต่องานทันที นอกจากกุนซือแล้ว แบร์นาร์โด้ ซิลวา ที่ถือเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเกมก็ออกไปพร้อมกับ เป๊ป ปล่อยสองกองหลังส่วนเกินอย่าง มานูเอล อคานจี และนาธาน อาเก้ เช่นเดียวกับ เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด ที่ขายทำกำไร 40 ล้านปอนด์ ไปลีดส์ ยูไนเต็ด จอห์น สโตนส์ ก็ไป อินเตอร์ มิลาน แบบไร้ค่าตัว

พร้อมทุ่มซื้อ เอลเลียตต์ แอนเดอร์สัน มาจากน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 116 ล้านปอนด์ สถิติสูงสุดของสโมสร ซื้อดาวรุ่งอีก 3 ราย เพียร์ซ ชาร์ลส์ ผู้รักษาประตู 3 ล้านป. (เชฟเว้นส์) ปล่อยให้ คิวพีอาร์ ยืมไปแล้ว, เฌเรมี่ ม็องก้า แนวรุก 12.5 ล้านป. (เลสเตอร์ ซิตี้) และมาธีส เดอตูร์เบต์ ปีกวัย 19 จากทรัวส์ ทีมในเครือซิตี้ กรุ๊ป 21.7 ล้านป. ต่อสัญญากับ 3 ผู้เล่นอย่าง ฟิล โฟเด้น, อับดูโคดีร์ คูชานอฟ และยอสโก้ กวาร์ดิโอล รวมถึงดาวรุ่ง ดีไวน์ มูกาซ่า (กองกลาง)

เส้นทางโค้ช มาเรสก้า เป็นผู้ช่วย วินเซนโซ่ มอนเตลล่า ที่เซบีญ่า ปี 2017 ต่อด้วยผู้ช่วย มานูเอล เปเญกรินี่ ที่เวสต์แฮมในปีต่อมา ก่อนจะมาทำงานกับ ซิตี้ ในปี 2020 เป็นโค้ชทีมสำรอง ต่อด้วยไปคุม ปาร์ม่า ในเซเรีย บี ไม่สามารถพาทีมเลื่อนชั้นได้ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

ต่อด้วยการมาทำงานกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในฐานะผู้ช่วย ฤดูกาล 2022-23 ปีที่คว้าเทรเบิ้ลแชมป์ (พรีเมียร์ลีก, เอฟเอคัพ และ UCL) ก่อนจะบินเดี่ยวออกไปคุม เลสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนชั้น 

๐ ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่อีกรอบ เมื่อ อาร์เน่ สล็อต อำลาทีมไป ทำให้บอร์ดบริหารตัดสินใจดึงตัว อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือจอมแท็กติกจากบอร์นมัธ เข้ามาเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ลุยศึกฤดูกาล 2026-27 ซัมเมอร์นี้ถือเป็นการล้างไพ่ครั้งสำคัญ 

สโมสรตัดสินใจปล่อยตัวความหวังยุคก่อนอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่หมดสัญญา รวมถึง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่ย้ายไปสเปอร์สแบบไม่มีค่าตัว พร้อมปรับนโยบายทุ่มงบเสริมแนวรับดึง เฌเรมี่ ฌักเกต์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟจากแรนส์ ด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ และเสริมเกมริมเส้นด้วย บิคตอร์ มูนญอซ ปีกจากโอซาซูน่า 34 ล้านปอนด์

อิราโอล่า มีภารกิจหนักในการปรับจูนสไตล์ฟุตบอลที่เน้นการบีบพื้นที่ดุดันให้เข้ากับขุมกำลังชุดใหม่ ซึ่งการเตรียมทีมพรีซีซั่นเริ่มเดินเครื่องไปแล้วโดยมี อลิสซอน เบ็คเกอร์ กลับมาเป็นแกนหลักในแคมป์ฝึกซ้อม

เส้นทางโค้ช อิราโอล่าอ เริ่มต้นงานโค้ชในไซปรัสกับ เออีเค ลาร์นาก้า ก่อนสร้างชื่อที่สเปนกับ มิรานเดส และราโย บาเยกาโน่ พาทีมเลื่อนชั้นและทำผลงานทะลุเป้า จากนั้นข้ามฟากมาคุม บอร์นมัธ ในพรีเมียร์ลีก จนโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมเข้าตาบอร์ดบริหารลิเวอร์พูล ดึงตัวมารับไม้ต่อในที่สุด

๐ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

สุญญากาศในถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค เกิดขึ้นหลังจากการอำลาตำแหน่งอย่างกะทันหันของ เอ็ดดี้ ฮาว บอร์ดบริหารกลุ่มทุนซาอุดีอาระเบียตัดสินใจทุ่มงบประมาณ 9.5 ล้านปอนด์ เพื่อจ่ายค่าฉีกสัญญาดึงตัว มาติอัส ไยส์เล่อ กุนซือหนุ่มวัย 38 ปีจากสโมสรอัล อาห์ลี เข้ามาคุมทีมด้วยสัญญาระยะยาว 4 ปี 

การตัดสินใจเลือกไยส์เล่อไม่ได้มาจากเพียงแค่สายสัมพันธ์ทางฝั่งซาอุดีอาระเบีย (ซึ่งเขาเพิ่งพาทีมคว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัยติด) แต่มาจากปรัชญาฟุตบอลสไตล์ "เกเก้นเพรสซิ่ง" อันดุดัน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากโรงเรียนโค้ชเยอรมัน และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ระยะยาวในการยกระดับทีมสู่เวทียุโรป

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นงานที่ท้าทายสุดๆ ท่ามกลางวิกฤตขุมกำลัง เพราะทีมเพิ่งเสียคีย์แมนไปหลายราย ทั้ง ซานโดร โตนาลี่ (ไปสเปอร์ส) และ แอนโธนี่ กอร์ดอน (ไปบาร์เซโลน่า) 

ซัมเมอร์นี้ปรับรูปแบบการเสริมทัพเน้นทีมพลังหนุ่ม

เอเวน ฌาแว็น (ประตู) อายุ 20 ปี ค่าตัว 18.5 ล้านป. (แร็งส์), ลูคัส ฮอร์นิเซ็ค (ประตู) อายุ 24 ปี ค่าตัว 25.7 ล้านป. (สปอร์ติ้ง บราก้า), ฌอน สเตอร์ (มิดฟิลด์ตัวเชื่อมเกม) อายุ 18 ปี ค่าตัว 19.6 ล้านป. (อาแจ็กซ์ฯ), อาลาดจี บับบ้า (มิดฟิลด์ตัวรับ) อายุ 20 ปี ค่าตัว 30 ล้านป. (โมนาโก) และบาซูมาน่า ตูเร่ (ปีก) อายุ 20 ปี ค่าตัว 42.8 ล้านป. (ฮอฟเฟ่นไฮม์)

เส้นทางโค้ช ไยส์เลอร์ แจ้งเกิดเต็มตัวในฐานะโค้ชดาวรุ่งที่ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก พาทีมคว้าแชมป์ลีกออสเตรีย 2 สมัยซ้อน (2022, 2023) ก่อนจะโยกไปคุม อัล-อาห์ลี ในลีกซาอุฯ และด้วยความที่สโมสรมีเจ้าของเป็นกลุ่มทุน PIF เช่นเดียวกับนิวคาสเซิ่ล ทำให้คอนเนกชั่นนี้ดึงเขามาลุยพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

๐ บอร์นมัธ

หลังจากเสีย อันโดนี่ อิราโอล่า ไปให้ลิเวอร์พูล บอร์นมัธ ไม่รอช้า ขยับตัวดึง มาร์โก โรเซ่อ อดีตผู้จัดการทีม แอร์เบ ไลป์ซิก เข้ามาเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ด้วยสัญญา 3 ปีการดึงตัว โรเซ่ ถือเป็นการตอกย้ำแนวทางของบอร์นมัธที่ชื่นชอบฟุตบอลเกมรุก สไตล์ดุดัน และเปลี่ยนจังหวะเร็ว (Transition) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกุนซือรายนี้มาตั้งแต่สมัยทำทีมในบุนเดสลีกา ถือเป็นดีลที่สร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลใน ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม อย่างมาก

เส้นทางโค้ช โรเซ่อ ซึ่งเป็นสายเลือดโค้ชจากสำนักไมนซ์ (เรียนรู้จาก เยอร์เก้น คล็อปป์) ไปสร้างชื่อพาทีมเยาวชน เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ได้แชมป์ ยูฟ่า ยูธ ลีก ก่อนขึ้นคุมชุดใหญ่กวาดดับเบิ้ลแชมป์ จากนั้นย้ายไปคุมทีมดังในบุนเดสลีกาทั้ง มึนเช่นกลัดบัค, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ แอร์เบ ไลป์ซิก

๐ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์

การปรับเปลี่ยนผู้จัดการทีมของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ถือเป็นหนึ่งในกรณีที่สร้างความประหลาดใจที่สุดในตลาดรอบนี้ วิตอร์ เปเรยร่า ถูกบอร์ดบริหารส่งอีเมลยกเลิกสัญญาแบบฟ้าผ่าเพียง 2 นาทีก่อนที่เงื่อนไขการขยายสัญญาอัตโนมัติจะเริ่มขึ้นในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 30 มิถุนายน 2026 แม้ว่าเขาจะเพิ่งพาทีมหนีรอดการตกชั้นและทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูโรป้า ลีก ก็ตาม 

สโมสรได้แต่งตั้ง โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ทันที ซึ่งนับเป็นเฮดโค้ชคนที่ 5 ในรอบไม่ถึงหนึ่งปี กลาสเนอร์ เพิ่งหมดสัญญากับ พาเลซ หลังพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ และคอนเฟอเรนซ์ ลีก มีความเชี่ยวชาญในระบบกองหลัง 3 คน ซึ่งสอดคล้องกับทรัพยากรผู้เล่นเกมรับที่ฟอเรสต์มีอยู่

ซัมเมอร์นี้สร้างสถิติขายนักเตะครั้งประวัติศาสตร์ ปล่อย เอลเลียตต์ แอนเดอร์สัน ให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยราคาฟันกำไรมหาศาลถึง 116 ล้านปอนด์ เม็ดเงินก้อนนี้ทำให้ กลาสเนอร์ มีทุนรอนในการเสริมทัพสร้างโครงสร้างทีมใหม่ในระบบหลังสามที่เขาถนัด แต่ขยับน้อย เซ็นฟรี ซาวอร์ ชาราเงอร์ มารายเดียว 

๐ คริสตัล พาเลซ

การจากไปของ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ หลังหมดสัญญาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 ทำให้คริสตัล พาเลซ ต้องยุติยุคทองสั้นๆ ที่สโมสรคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ได้เป็นครั้งแรก แม้เป้าหมายแรกอย่างอิราโอล่าจะหลุดมือไปให้ลิเวอร์พูล 

แต่บอร์ดบริหารได้ปรับแผนไปดึง ปิแอร์ ซาจ กุนซือชาวฝรั่งเศสวัย 47 ปี ที่เพิ่งพาอาร์ซี ล็องส์ คว้าแชมป์เฟรนช์ คัพ เข้ามาแทนด้วยสัญญายาวถึงปี 2029 สาเหตุหลักที่ซาจได้รับเลือก คือประสบการณ์การทำทีมในระบบ 3-4-2-1 ซึ่งเป็นโครงสร้างทางแทคติกที่กลาสเนอร์วางรากฐานไว้ที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค ทำให้ทีมสามารถเดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องรื้อระบบใหม่ ซัมเมอร์นี้เสียแนวรับอย่าง มักซองต์ ลาครัวซ์ ไปให้กับ เชลซี 52 ล้านป. ขยับเสริมทัพเล็กน้อย เซ็นฟรี ออสการ์ มินเกซ่า แบ็กจอมบุกจาก เซลต้า บีโก้ มาแทน นาธาเนี่ยล ไคลน์ ที่หมดสัญญาย้ายออกไป

๐ ฟูแล่ม

ฟูแล่มต้องเผชิญกับการสูญเสีย มาร์โก ซิลวา กุนซือผู้สร้างความมั่นคงพาทีมจบกลางตารางพรีเมียร์ลีกได้อย่างต่อเนื่อง หลังจาก ซิลวา ตัดสินใจอำลาทีมเพื่อไปรับงานคุมสโมสรเบนฟิก้าในโปรตุเกส บอร์ดบริหารเลือกที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการแต่งตั้ง อัลบาโร่ อาร์เบลัว อดีตแบ็กขวาทีมชาติสเปนและอดีตเฮดโค้ชของเรอัล มาดริด เข้ามาทำหน้าที่แทนด้วยสัญญา 3 ปี 

การตัดสินใจครั้งนี้บ่งชี้ถึงความพยายามของสโมสรในการปรับภาพลักษณ์ไปสู่ฟุตบอลที่ทันสมัยขึ้น เสริมทัพได้น่าสนใจ ซื้อสองผู้เล่นที่จากทีมเยาวชนของ เรอัล มาดริด อย่าง กอนซาโล่ การ์เซีย ในตำแหน่งศูนย์หน้า 34.2 ล้านป. และเซซาร์ ปาลาซิออส กองกลางดาวรุ่ง 8.5 ล้านป. อีกรายคือซื้อขาด โยนาห์ คูซี่-อาซาเร่ กองหน้าจาก บาเยิร์น มิวนิค 5.2 ล้านป. 

เข้ามาแทนตัวหลักอย่าง ราอูล ฮิเมเนซ และแฮร์รี่ วิลสัน ที่หมดสัญญา รวมไปถึงขาย อิสซ่า ดิย็อป ที่ไม่ค่อยได้ใช้ไป อิปสวิช ทาวน์ 8.5 ล้านป.

๐ อิปสวิช ทาวน์ 

คีแรน แม็คเคนน่า สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับทีมน้องใหม่ด้วยการประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อหยุดพักจากการทำงานและใช้เวลากับครอบครัว หลังจากใช้เวลา 5 ปีพาทีมเลื่อนชั้นถึง 3 ครั้ง แม้สโมสรจะพิจารณาตัวเลือกที่มีชื่อเสียงอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แต่ท้ายที่สุดได้ตัดสินใจเลือก แกรี่ โอนีล เข้ามาคุมทีมแทน 

การตัดสินใจนี้วางอยู่บนหลักการปฏิบัติจริง เนื่องจากโอนีลมีประสบการณ์ตรงในการพาทีมระดับล่างอย่างบอร์นมัธและวูล์ฟแฮมป์ตัน เอาตัวรอดจากการตกชั้นในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ตรงกับภารกิจอยู่รอดของอิปสวิชในฤดูกาลนี้มากที่สุด

ซัมเมอร์นี้เสริมแหลก 9 ราย เซดริก คิเปร 2.16 ล้านป. (แรนส์), ชูบ้า อัคปอม 7 ล้านปอนด์ (อาแจ็กซ์ฯ), เอแมร์ซอนน์ 24 ล้านป. (ตูลูส), เคน ฟาน อูเฟอเลน 3.4 ล้านป. (โฟเลนดัม), อับดุล ฟาตาวู 20 ล้านป. (เลสเตอร์ ซิตี้), อิสซ่า ดิย็อป 8.5 ล้านป. (ฟูแล่ม), ไดเซน มาเอดะ 8 ล้านป. (เซลติก) และคเยลล์ เชอร์เปน 8.5 ล้านป. (อูนิยง แซงต์ กิลลัวส์) และฟลอเรนติโน่ ลุยส์ 16 ล้านป. (เบิร์นลีย์)

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top