546.jpg
นับถอยหลัง!ศึกลูกหนังอังกฤษรีเทิร์น

นับถอยหลัง!ศึกลูกหนังอังกฤษรีเทิร์น

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.23 น.

 

การแข่งขันฟุตบอลอังกฤษ ฤดูกาลใหม่ กำลังจะกลับมาดวลแข้งกันอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ทั้งเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ รวมถึงการแข่งขันระดับลีก 3 ดิวิชั่น หลังจากปีนี้บอลลีกคัพ แหวกประเพณีเตะไปก่อนตั้งแต่ซีซั่นยังไม่เปิด นี่คือบันทึกจากปีก่อนเพื่อเข้าสู่ซีซั่นนี้


 

๐ ลีก ทู(ดิวิชั่น4)

 

แชมป์ปีก่อนตกเป็นของ “อีกาพญายม” บรอมลี่ย์ เอฟซี ทีมเล็ก ๆ ในลอนดอน ที่สนามมีความจุแค่ 5,150 คน และมีที่นั่งเพียง 1,606 ที่้ ตีตั๋วขึ้นสู่ลีกระดับ 3 ได้สำเร็จ โดยทีมนี้ก่อตั้งมาเมื่อปี 1892 หรือ 134 ปีที่แล้ว เพิ่งเลื่อนชั้นจากนอกลีก มาอยู่ในระดับอาชีพ เมื่ือปี 2024 และใช้เวลาแค่ 2 ปีขึ้นมาอยู่ลีกระดับ 3 

 

พวกเขาได้แชมป์ด้วยการลงเตะ 46 นัด มี 87 แต้ม เฉือนชนะ มิลตัน คีนส์ ดอนส์ หวุดหวิดแค่คะแนนเดียวเท่านั้น และมี เคมบริดจ์ ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นมาพร้อมกันแบบอัตโนมัติ 3 ทีม

 

เกมนัดชิงชนะเลิศเพลย์ออฟ “ไอ้กางเขนดง” น็อตต์ส เคาน์ตี้ ทีมเก่าแก่ประจำลีก เอาชนะ ซัลฟอร์ด ทีมดังที่มีเจ้าของเป็นอดีตแข้งแมนฯยู ยุคคลาส ออฟ 92 ลงได้เด็ดขาด 3-0 ทำให้ น็อตต์ส เคาน์ตี้ ได้เลื่อนชั้น

 

ซัลฟอร์ด เป็นทีมที่ขึ้นมาจากนอกลีก และใช้ชีวิตในดิวิชั่น 4 มาตั้งแต่ปี 2019 ยังไม่สามารถเลื่อนชั้นได้ โดยพวกเขาเวลานี้มีกลุ่มเจ้าของนำโดยเดวิด เบ็คแฮม และแกรี่ เนวิลล์ อดีตดาวดังทีมชาติอังกฤษ รวมถึงนักธุรกิจชาวสหรัฐฯ เดแคลน เคลลี และเมอร์วิน เดวีส์ บารอนเดวีส์แห่งอาเบอร์โซช

 

ส่วนทีมที่ต้องตกชั้นไปเล่นนอกลีก ก็คือ แฮร์โรเกต ทาวน์ กับ บาร์โรว์ 

 

ขณะที่ทีมที่ได้เลื่อนชั้นจากนอกลีก(เนชั่นแนล ลีก) คือ ยอร์ค ซิตี้ คว้าแชมป์ลีกด้วยการมี 108 แต้ม และอีกทีมคือ โรชเดล ทีมรองแชมป์ที่ทำได้ 106 แต้ม เข้าสู่ชิงเพลย์ออฟ และเอาชนะจุดโทษ บอร์แฮม วู้ด 3-1 หลังจากเสมอกัน 2-2 

 

๐ ลีก วัน(ดิวิชั่น 3)

 

“ยักษ์แคระ” ลินคอล์น ซิตี้ ครองแชมป์มาครองได้สำเร็จ ด้วยการทำแต้มทะลุหลักร้อยได้ถึง 103 แต้ม จากผลงาน ชนะ 31 เสมอ 10 แพ้แค่ 5 เกมจาก 46 นัด ควงแขน “บลูเบิร์ดส์” คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ทีมดังจากแคว้นเวลส์ ที่ได้รองแชมป์ด้วยการมี 91 คะแนน 

 

ขณะที่เกมเพลย์ออฟ “เดอะ ทร็อตเตอร์ส” โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส ขวัญใจบ้านบางแค ยุค 2000 ที่จบอันดับ 5 ในฤดูกาลปกติ คว้าชัยในเพลย์ออฟ ด้วยการน็อก “ไก่แจ้” แบร๊ดฟอร์ด ซิตี้ แบบทั้งไปทั้งกลับ 1-0 กับ 1-0 ผ่านเข้ามายำใหญ่ใส่ สต๊อคพอร์ท เคาน์ตี้ กระจุย 4-1 ทำให้ โบลตัน กลับคืนสู่ลีกระดับ 2 หรือเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2019

 

ส่วนทีมตกชั้นปีนี้ 4 ทีมคือ เอ็กซ์เตอร์ ซิตี้, พอร์ท เวล ที่ทะลุถึงรอบ 6 หรือรอบ 8 ทีมเอฟเอ คัพ, ร็อทเธอร์แฮม ยูไนเต็ด และนอร์ทแฮมป์ตัน ทาวน์

 

๐ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ

 

“ช้างกระทืบโรง” โคเวนทรี ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์ได้สำเร็จ พร้อมกับทะยานขึ้นชั้นสู่พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี โดย แฟรงค์ แลมพาร์ด จูเนียร์ อดีตแข้งทีมชาติอังกฤษ พาทีมกวาดไปถึง 95 แต้ม ทิ้งห่าง “ม้าขาว” อิปสวิช ทาวน์ รองแชมป์แบบขาดลอยถึง 9 แต้ม 

 

การชิงชัยตั๋วเพลย์ออฟ ถือว่ามีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน โดนตัดสิทธิ์จากการไปแอบถ่ายการซ้อม ทำให้ “สิงห์แดง” มิดเดิลสโบรช์ ที่เตะแพ้ นักบุญ ไปแล้ว 1-2 ได้เข้าชิงเพลย์ออฟแทน แต่สุดท้าย โบโร่ ก็ยังมาแพ้ “เสือน้อย” ฮัลล์ ซิตี้ 0-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากการยิงของ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ย์ ทำให้ ฮัลล์ ขึ้นชั้นครั้งแรกรอบ 9 ปี

 

ฟากทีมตกชั้นถือว่าเป็นครั้งแรกที่ “นกเค้าแมว” เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ตกชั้นไปแบบไม่มีคะแนนแม้แต่แต้มเดียว เนื่องจากโดนหักคะแนนมากมายและตกชั้นเร็วสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล กอดคอไปด้วยกันกับ “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก ทำให้ร่วงหล่นไปถึง 2 ดิวิชั่นในรอบ 2 ปี และอีกรายคือ “ไอ้หัวกระทิง” อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด 

 

๐ พรีเมียร์ลีก

 

ปีก่อน แชมป์เป็นของ อาร์เซน่อล ครั้งแรกในรอบ 22 ปี หลังจากลงสนามไป 38 เกม ชนะ 26 เสมอ 7 แพ้ 5 ยิง 71 เสีย 21 มี 85 คะแนน และได้รองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งปีนี้ อาร์เซน่อล จะควงแขนไปพร้อมกับ แมนฯซิตี้, แมนฯยูไนเต็ด, แอสตัน วิลล่า และลิเวอร์พูล

 

ขณะที่ โควตายูโรป้า ลีก บอร์นมัธ และซันเดอร์แลนด์ จะไปด้วยกัน และโควตายูฟ่าคอนเฟอเรนซ์ ลีก คือ ไบรท์ตัน

 

ทีมที่กระเด็นตกชั้น ประกอบด้วย เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, เบิร์นลีย์ และวูล์ฟแฮมป์ตัน โดยมี 3 ทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาแทน ก็คือ โคเวนทรี ซิตี้, อิปสวิช ทาวน์ และฮัลล์ ซิตี้

 

ดาวซัลโวปีก่อนเป็นของ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์ (แมนฯซิตี้) 27 ประตู, จอมแอสซิสต์ พร้อมตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมคือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนฯยูไนเต็ด) 21 ครั้ง, ถุงมือทองคำ : ดาบิด ราย่า (อาร์เซน่อล) 19 คลีตชีต  และดาวรุ่งยอดเยี่ยม: นิโก้ โอไรลีย์ (แมนฯซิตี้)

 

บี แหลมสิงห์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top