Logo วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
542.jpg
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
มองอาเซียนแบบ‘อมตะ’ ‘CLMV’โอกาสดีของไทย

มองอาเซียนแบบ‘อมตะ’ ‘CLMV’โอกาสดีของไทย

วันศุกร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

(ซ้าย) สมหะทัย พานิชชีวะ , (ขวา) วิกรม กรมดิษฐ์

ซีแอลเอ็มวี (CLMV)..ประกอบด้วย กัมพูชา(Cambodia), ลาว (Laos), เมียนมา (Myanmar)และเวียดนาม (Vietnam) เมื่อกล่าวถึง 4 ประเทศนี้ในแง่ความสำคัญทางเศรษฐกิจทั้งต่อประเทศไทย, ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) รวมถึงระดับนานาชาติ ถือว่าเป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” สำหรับนักลงทุน

ยิ่งวันนี้ที่เข้าสู่ “เออีซี” ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เต็มตัว..ความสำคัญก็ยิ่งเพิ่มขึ้น!!!


ที่งานแถลงข่าว “40 ปีนิคมอุตสาหกรรมอมตะ” ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี 29 ม.ค. 2559 สมหะทัย พานิชชีวะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อมตะ วีเอ็น วิเคราะห์ความสำคัญและความเชื่อมโยงกันของกลุ่ม CLMV ไว้อย่างน่าสนใจ

เริ่มที่ “เวียดนาม” ประเทศที่ถูกมองว่า “มาแรงที่สุด” ในภูมิภาค มีอุตสาหกรรมจากหลายชาติเข้าไปลงทุน รวมถึงกลุ่มอมตะซึ่งปัจจุบันมีนิคมฯ อยู่ในเวียดนาม 2 แห่ง เวียดนามนั้นมีศักยภาพมากในด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จำพวกอะไหล่ชิ้นเล็กๆ ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ กับอุตสาหกรรมสิ่งทอ แต่ขณะเดียวกัน เวียดนามยังไม่มียุทธศาสตร์ชัดเจนว่าจะพัฒนาประเทศของตนให้เด่นในด้านใด

เปรียบเทียบกับไทย..ที่เราชัดเจนมาตลอดว่าเป็น “ฐานหลักอุตสาหกรรมยานยนต์” ของทวีปเอเชีย!!!

“ถ้าดูใน 5 ประเทศนี้ เวียดนามมาอันดับ 1 เหมาะกับทุกๆ อย่าง แต่เวียดนามยังไม่มีภาพที่ชัดเจนว่าจะให้อะไรเป็นหลัก อย่างประเทศไทยที่เราบอกว่าจะเป็นดีทรอยต์ออฟเอเชีย (Detroit-เมืองอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา) เวียดนามยังไม่ชัดขนาดนั้นแต่เขามีศักยภาพที่จะนำไปสู่เรื่องของอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องของมือถือ เรื่องของสินค้าชิ้นเล็กๆ แต่ต้องใช้ทักษะเยอะ อีกอย่างหนึ่งที่เวียดนามจะไปได้ดีคือเรื่องของเท็กซ์ไทล์ (Textile-สิ่งทอ)” สมหะทัย กล่าว

ประเทศต่อมา “เมียนมา” (พม่า) ด้วยความที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอาเซียนไปยัง “อินเดีย” และอีกหลายประเทศในกลุ่มเอเชียใต้ เป็นอีกภูมิภาคที่มีประชากรมากและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจดี แม้ปัจจุบันเมียนมาจะคล้ายกับเวียดนาม คือยังไม่มียุทธศาสตร์ชัดเจนว่าจะส่งเสริมจุดเด่นด้านใด แต่ความเคลื่อนไหวในเมียนมานั้นน่าจับตามองมาก จากการที่ ญี่ปุ่น เข้าไปลงทุนสร้างนิคมอุตสาหกรรม “ติละวา” (Thilawa) เนื้อที่ 15,000 ไร่ ใกล้กับนครย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าของเมียนมาซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ

งานนี้น่าสนใจตรงที่ “รัฐบาลญี่ปุ่น” เป็นผู้ผลักดัน..และมี “ทุนยักษ์ใหญ่” มารวมกันถึง “3 เจ้า”!!!

“หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อของนิคมอุตสาหกรรมติละวา ใกล้กับนครย่างกุ้ง อันนี้เป็นการขับเคลื่อนที่พิเศษมากของญี่ปุ่น เพราะไม่เคยเห็นว่ามีที่ไหนที่เอา 3 ยักษ์ใหญ่มารวมกัน มีทั้งซูมิโตโม (Sumitomo) มารุเบนิ (Marubeni) และมิตซูบิชิ (Mitsubishi) มาทำนิคมอุตสาหกรรม เขาถึงทำไปได้ด้วยดี สาธารณูปโภคทั้งถนน น้ำ ไฟฟ้า ญี่ปุ่นเข้าไปให้เงินทุน แสดงว่าเขาเห็นความสำคัญ”

กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อมตะ วีเอ็น กล่าวถึงความสำคัญของเมียนมาในสายตาของญี่ปุ่น ที่ต้องการ “เชื่อมตะวันออกกับตะวันตก”จากท่าเรือน้ำลึกที่ญี่ปุ่นไปลงทุนก่อสร้างไว้บริเวณตอนเหนือของเวียดนาม ไปถึงท่าเรือน้ำลึกทวายของเมียนมา เพื่อออกสู่มหาสมุทรอินเดีย

ส่วน “สปป.ลาว” ดินแดนที่แม้จะอุดมไปด้วยสินแร่และพลังงาน แต่ขณะนี้เปรียบเสมือน “กำลังหลับ” เพราะด้วยความที่ประเทศไม่ติดทะเล (Land Lock)มีข้อจำกัดด้านการคมนาคมขนส่ง และประชากรน้อย เศรษฐกิจจึงยังไม่คึกคักเท่าที่ควร เช่นเดียวกับ “กัมพูชา” ที่ปัจจุบันถึงจะมีการย้ายหรือขยายการลงทุนจากไทยเข้าไปอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังกระจุกตัวอยู่บริเวณชายแดน ต้องรอให้ทั้งภูมิภาคเชื่อมกันทั้งหมดเสียก่อน การลงทุนน่าจะมากขึ้นกว่านี้

สำหรับประเทศไทย ผู้ก่อตั้งกลุ่มนิคมอมตะวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน ให้ความเห็นว่า ประเทศไทยมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ดีมากในอาเซียน เพราะตั้งอยู่ตรงกลางการค้าขาย หรือการเดินทางต่างๆ ในภูมิภาคนี้ต้องผ่านประเทศไทยแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าทางถนน รถไฟ หรือเครื่องบิน รวมถึงการรับวัตถุดิบจากเพื่อนบ้านมาแปรรูปเพื่อส่งออกเป็นสินค้าคุณภาพสูงไปทั่วทั้งภูมิภาค

ทั้งหมดนี้เป็น “โอกาส” ที่สำคัญ..แต่คนไทย “พร้อมหรือเปล่า?” ที่จะต่อยอด!!!

“สุวรรณภูมิ 50 ล้านคน ดอนเมือง 20 ล้านคน เรากลายเป็นศูนย์กลางทางคมนาคม นอกจากถนนกับทางรถไฟที่ผ่านบ้านเราแล้วทางอากาศยังต้องมาใช้ แล้วประเทศไทยผลิตอะไรข้างบ้านก็ใช้ได้หมดเลย จะรถยนต์ จะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ประเทศไทยผลิตข้างบ้านเขาซื้อได้หมด ในขณะที่ข้างบ้านปลูกอะไรขุดอะไร พี่ไทยก็ใช้ได้หมด

ฉะนั้นมันเป็นความสมดุลที่ไทยจะต้องใช้ตรงนี้แล้วขยายไปสู่ข้างบ้านของเรา เรามีสายการผลิตที่เยอะกว่าเรามีตลาดที่มากกว่า เราต้องทำตัวเป็นญี่ปุ่น ญี่ปุ่นมาทำอะไรกับบ้านเรา เราก็ไปทำกับข้างบ้านแบบนั้น แต่ต้องทำในสิ่งที่ดีด้วยนะ”ผู้บุกเบิกนิคมอมตะฯ ฝากทิ้งท้าย

หนึ่งเดือนเศษแล้วกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และไม่เพียงเท่านั้น การเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจระดับนานาชาติยังมีอีกหลายส่วน ทั้งของใหม่อย่าง “ทีพีพี” ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ซึ่งมีชาติอาเซียนถึง 4 ประเทศ ทั้งบรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนามเข้าร่วม รวมถึงของเดิมอย่างบรรดาเขตการค้าเสรี“เอฟทีเอ” (FTA) ทั้งที่ทำในนามแต่ละประเทศ และทำในนามประชาคมอาเซียน

ยุคนี้ “เส้นพรมแดน” สำคัญน้อยลง..สวนทางกับ “การเคลื่อนย้ายทุน” ที่นับวันจะกว้างและไกลมากขึ้น!!!

“ประเทศไทย” แม้จะมีอะไรหลายๆ อย่างพร้อม..แต่คนไทยก็อย่า “ประมาท” เพราะเดี๋ยวจะ“ตกขบวน”!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

นพดล เสนอ 5 ไอเดีย ปฏิรูปด่านตำรวจ ชี้ด่านที่ดี คือด่านที่อาชญากรกลัว แต่ปชช.รู้สึกอุ่นใจ

ทภ.2 ยันเหตุบึ้มเกิดในพื้นที่ควบคุมฝ่ายกัมพูชา คาดบาดแผลสอดคล้องเขมรเหยียบกับระเบิดตัวเอง

ข่าวเท็จ!! ทบ.แจงปม เขมร กุข่าว ทหารไทยขว้างบอมบ์ชายแดนสุรินทร์ คาดเหยียบกับระเบิดตัวเอง!!

อ่านแล้วยิ้มตาม บี พุทธิพงษ์ ย้อนคำสัญญาเมื่อ 27 ปีถึง นุสบา

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved