ไม่บ่อยครั้งนักที่จะเห็น “ทันตแพทย์” ออกมาเคลื่อนไหวต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทว่าเมื่อเร็วๆ นี้กลับมี “หมอฟัน” กลุ่มหนึ่งออกมาเคลื่อนไหวในเชิงคัดค้าน “ร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรมฉบับ...” ที่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) และนำเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) พิจารณา จนผ่านร่างวาระแรกไปแล้ว และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสาธารณสุข โดยมี “มาตรา” ที่เพิ่มเติมจาก พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรม พ.ศ.2537 ซึ่งทันตแพทย์กลุ่มนี้ มองว่าหลายมาตราเป็นการ “ลิดรอนสิทธิ” และที่สุดแล้วประชาชนอาจได้รับผลกระทบ “ทางอ้อม”
สาระบางส่วนที่เป็นประเด็นวิพากษ์ในหมู่ทันตแพทย์คือ 1.การกำหนดให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งเดิมมีอายุตลอดชีพ ต้องต่ออายุทุกๆ 5 ปี, 2.การต่ออายุใบประกอบวิชาชีพ ให้ “ผูกพัน” กับการเข้ารับการ “สะสมคะแนน” การศึกษาต่อเนื่อง และ 3.ให้มีผล “ย้อนหลัง” ครอบคลุมทันตแพทย์ทุกคนที่กำลังปฏิบัติการตามวิชาชีพในปัจจุบัน
เหตุผลที่ “คณะกรรมการทันตแพทยสภา” ที่ผลักดันเรื่องนี้ชี้แจงต่อ สนช. ว่า เหตุ “จำเป็น” ที่ต้องให้ต่ออายุใบประกอบวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมการศึกษา การวิจัย เพื่อทำให้วิชาชีพทันตกรรมได้มาตรฐานในระดับสากล เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อคุมความประพฤติผู้ประกอบวิชาชีพทันตแพทย์ และไม่มีวิธีใดจะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้ได้นอกจากการ “ต่ออายุ” ใบประกอบวิชาชีพทุก 5 ปี พร้อมกับอ้างว่ามีการ “ประชาพิจารณ์” เรื่องนี้แล้ว
ทว่า...ในความเป็นจริง ทันตแพทย์แทบทั้งหมดยังไม่ได้ข้อมูลอันเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.นี้อย่างครบถ้วน และต้องการให้ “ถอน” ออกมาก่อน!!!
“ทันตแพทย์(ทพ.) พิทักษ์ ไชยเจริญ” ที่ปรึกษาประธานบริหารโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ในฐานะหัวเรี่ยวหัวแรงของ “เครือข่ายทันตแพทย์” ภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ที่ลุกออกมา “คัดค้าน” เรื่องนี้ บอกว่า เครือข่ายฯมีทั้ง “เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย” ต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ และมีข้อเสนอถึง สนช. คือ ควร “ตั้งไข่” ระดมความคิดเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ใหม่ ควรทำ “ประชาพิจารณ์” ใหม่เนื่องจากการทำประชาพิจารณ์ครั้งก่อนทำไว้เมื่อปี 2547 มีทันตแพทย์ร่วมประชาพิจารณ์ราว 800 คน ไม่ครอบคลุมทันตแพทย์ทั้งประเทศ หลายคนไม่ทราบว่ามีการทำประชาพิจารณ์ด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ การต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่ควรมีผล “ย้อนหลัง” ทันตแพทย์ที่มีใบอนุญาต “ตลอดชีพ” อยู่แล้ว ไม่ต้องมาสอบหรือ “เดินสาย”อบรมเก็บคะแนน เพื่อต่อใบอนุญาตใหม่ ควรครอบคลุมเฉพาะทันตแพทย์ที่ “จบใหม่” หลังกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ หรืออาจกำหนดว่าทันตแพทย์ที่มีอายุงานกี่ปีต้องมาสอบใหม่ หรือ “รี-ไลเซ่นส์”ภายใต้กฎหมายฉบับนี้
ขณะเดียวกัน ตามตัวเลขของการผลิตทันตแพทย์ คาดว่าจะเกินความต้องการภายใน 2 ปี แต่ในความเป็นจริงในภูมิภาคที่ห่างไกลยังขาดแคลนทันตแพทย์ ประชาชนจำนวนหนึ่งยัง “เข้าไม่ถึง” การบริการ การใช้วิธีการต้องต่อใบประกอบวิชาชีพด้วยการเก็บ “สะสมคะแนน” จะยิ่งทำให้ขาดแคลนกำลังคนในการกระจายไปยังส่วนภูมิภาค เพราะทันตแพทย์ต้องไปประชุมหรืออบรม เพื่อต่อใบประกอบวิชาชีพ
ที่สำคัญ...ถ้าเกิดกรณี “เลวร้ายที่สุด” คือ ทันตแพทย์นั้นๆ “สอบตก” จะกลายเป็น “หมอเถื่อน” ไม่สามารถให้บริการประชาชนได้อีก ตรงนี้จะยิ่งทำให้อาชีพทันตแพทย์ที่ขาดแคลนอยู่แล้ว ยิ่งเข้าขั้น “วิกฤติ” และผู้ได้รับผลกระทบตามมา คือ ประชาชนที่จะ “เข้าถึง” การบริการที่ยากขึ้น อีกทั้งอาจมีภาระ “ค่ารักษา” ที่เพิ่มขึ้นอีก
ปัญหามากกว่านั้น คือ ทันตแพทย์บางรายผ่านประสบการณ์การทำงานมานานหลายสิบปี มีผลงานที่คนไข้ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่ต้องมาถูก “ลิดรอนสิทธิ์”ในการประกอบวิชาชีพ เพียงเพราะอาจไม่พร้อม หรือไม่สะดวกต่อการเข้าร่วมสะสมแต้มเพื่อต่อใบอนุญาต สุดท้ายทันตแพทย์ที่มีใบปริญญา อาจต้องกลายเป็น “หมอเถื่อน” เพราะเงื่อนไขเช่นนี้ เป็นเรื่องที่เป็นธรรมแล้วหรือไม่.???
“การที่ทันตแพทย์ต้องลาไปอบรม เพื่อสะสมคะแนน อาจทำให้หน่วยงานหลายแห่งขาดทันตแพทย์โดยเฉพาะในพื้นที่โรงพยาบาลชุมชนห่างไกล ซึ่งทันตแพทย์มีน้อยอยู่แล้ว ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงการบริการขั้นพื้นฐานน้อยและไม่สะดวก ยิ่งมีการต่ออายุใบประกอบโรคศิลป์ที่ผูกพันการเก็บคะแนน อาจยิ่งส่งผลต่อความไม่สะดวกในการรับบริการของประชาชน เนื่องจากทันตแพทย์ต้องลดเวลาการให้บริการลงเพื่อเก็บคะแนนตามที่ถูกกำหนดให้ทำ และอาจต้องรับภาระค่ารักษาที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
ทพ.พิทักษ์กล่าวอีกว่า “คำถาม” ที่เครือข่ายทันตแพทย์ ต้องการ “คำตอบ” เช่น การต่อใบอนุญาตจะต้องมีการอบรมอาชีพก่อนหรือไม่ และนำผลการอบรมดังกล่าวมาใช้พิจารณาเรื่องการต่ออายุหรือไม่, ควรมีการนำเรื่อง “จริยธรรม” มาใช้ประกอบการต่อใบอนุญาตหรือไม่,หากเกิดกรณีถูกพักใบอนุญาต แล้วเมื่อไรจะมีการต่อใบอนุญาตอีกครั้งได้ และกรณีถูกพักใบอนุญาต มีหลักการใดประกอบการพิจารณาให้ต่อใบอนุญาตใหม่อีกครั้ง
กรณีถ้าไปสอบแล้ว “ไม่ผ่าน” ถามว่าประชาชนที่ใช้บริการอยู่กับทันตแพทย์รายนั้นๆ จะทำอย่างไร เพราะทันตแพทย์ประจำกลายเป็น “หมอเถื่อน” ไม่สามารถให้บริการได้อีก ถ้าถูกพักใบอนุญาตจะสามารถขอใบอนุญาตใหม่ได้ภายในกี่ปี อีกทั้งคำนำหน้าว่า “ทันตแพทย์” ยังใช้ได้อีกหรือไม่.???
นี่คือเรื่อง “ปลีกย่อย” ที่ไม่อาจมองข้าม!!!
“ทพ.พิทักษ์”กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาหัวข้อในการอบรม มักเป็นเรื่องของความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไม่เกิดประโยชน์โดยตรงแก่ประชาชน และทันตแพทย์มากนักจึงมองว่าน่าจะปรับแก้มาเน้น “เพิ่มพูนความรู้” ให้กับทันตแพทย์อย่างจริงจัง จะไม่ดีกว่าการเน้นผูกพันกับการสะสมคะแนนหรือ.??? ซึ่งนั่นจะทำให้ประชาชนได้รับการบริการที่ดีขึ้นตามไปด้วย
“ทพ.พิทัพษ์” กล่าวทิ้งท้ายว่า งาน “ทันตกรรม” เป็นงานที่ความเชี่ยวชาญเกิดจากการปฏิบัติงานทั่วไป สั่งสมจนเป็น “ประสบการณ์” ที่ต่อยอดเรื่อยๆ มา ดังนั้น ตนมองว่าใบประกอบวิชาชีพไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่มันอยู่ที่ฝีมือซึ่งผ่านประสบการณ์มามากกว่า ซึ่งตนกล้าพูดได้ว่าประชาชนที่มาใช้บริการ ไม่ได้สนใจที่ใบประกอบวิชาชีพมากนักแต่มองที่ “ฝีมือ” ของทันตแพทย์มากกว่า…
ใบรับรองวิชาชีพที่ดีที่สุดของทันตแพทย์ จึงอยู่ที่ความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ ไม่ใช่กระดาษใบเดียว!!!
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี