วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
“ขอให้ลูกที่เกิดมาร่างกายสมบูรณ์ครบ 32 นะ”
คำอวยพรนี้เป็นที่คุ้นเคยอย่างดีเมื่อเราพบเห็นหญิงสักคนหนึ่งกำลังตั้งครรภ์ เพราะไม่ว่าใครก็คงไม่อยากเกิดมาแล้วร่างกายพิกลพิการ รวมถึงผู้เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองก็คงไม่ต้องการให้บุตรหลานของตนมีสภาพนั้นเช่นกัน ทว่าบางครั้งสิ่งที่เรียกว่า “โชคร้าย” ก็มาเยือนเนื่องจากทารกหลายรายเมื่อลืมตาดูโลกก็มาแบบไม่ครบ 32 ดังกล่าว
เรียกว่า “พิการแต่กำเนิด”!!!
ภาวะพิการแต่กำเนิด แม้ในทางการแพทย์ระบุว่าส่วนหนึ่งมาจากกรรมพันธุ์ ประเภทบรรพบุรุษสักรุ่นหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่โดยตรงเสมอไป เช่น รุ่นปู่หรือรุ่นทวดมีอาการของโรคบางอย่างแล้วถ่ายทอดทางพันธุกรรมข้ามมาสู่รุ่นหลานรุ่นเหลน แต่อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการที่มารดามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมขณะตั้งครรภ์ เช่น สูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มมึนเมา รวมถึง “ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ” ทั้งก่อนและขณะตั้งครรภ์
ซึ่งหนึ่งในสารอาหารสำคัญนั้นคือ “โฟเลต” หรือชื่อทางการคือ “กรดโฟลิก” (Folic Acid)!!!
ที่งานประชุมวิชาการ “การป้องกันความพิการแต่กำเนิดด้วยโฟเลต” ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย ม.ค. 2559 ศ.(เกียรติคุณ) พญ.พรสวรรค์วสันต์ ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากการสำรวจในหลายพื้นที่ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า ร้อยละ 40 ของหญิงตั้งครรภ์มีอาการตัวซีด ซึ่งส่งผลต่อระดับสติปัญญา(ไอคิว-IQ) ของทารกในครรภ์
ทั้งนี้ “มนุษย์วัยผู้ใหญ่ 1 คน” ต้องการโฟเลตเฉลี่ย “400 ไมโครกรัม” ต่อวัน!!!
“นี่ปัญหาแรกเลยคือเชาวน์ปัญญาต่ำ สมาธิสั้น ติดเชื้อง่าย อันนี้สำคัญที่โภชนาการ ซึ่งเป็นการลงทุนที่ไม่แพงเลย”

พญ.พรสวรรค์ กล่าวและย้ำว่า หากมารดามีโฟเลตต่ำกว่ามาตรฐาน สารดีเอ็นเอก็จะไม่เพียงพอต่อการสร้างเซลล์เนื้อเยื่ออวัยวะต่างๆ ของทารกได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เด็กที่เกิดมาก็จะเสี่ยงต่อความพิการ เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่ แขนขาพิการ ความผิดปกติของระบบสมองและประสาท และภาวะหัวใจพิการ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันยาเม็ดโฟเลตที่มีจำหน่ายในประเทศไทย ราคาเฉลี่ยเพียงเม็ดละ 1 บาทเท่านั้น
ถือว่า “ถูกมาก” เมื่อเทียบกับผลดีที่ได้รับ!!!
อย่างไรก็ตาม..แม้โฟเลตจะมีความสำคัญและราคาไม่แพง แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่าง ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า การป้องกันภาวะพิการแต่กำเนิดด้วยการเสริมโฟเลต จะต้องรับประทานอย่างน้อย 6 สัปดาห์ก่อนตั้งครรภ์ นั่นหมายความว่าต้องวางแผนก่อนมีบุตร
“ที่สำคัญเลยคือเรื่องเวลา คือต้องรับประทานก่อนจะมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 6 สัปดาห์ อันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมาก อันนี้มันต้องวางแผน” ศ.นพ.วรศักดิ์ ระบุ
แม้ในทางวิชาการจะกล่าวเช่นนั้น แต่ในทางปฏิบัติ การจะให้ประชาชนสนใจการวางแผนเมื่อจะมีบุตรไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ “เรื่องเพศไม่เข้าใครออกใคร” ยิ่งคนเป็นสามีภรรยาด้วยแล้วก็มักจะ “ปล่อยเลยตามเลย” มีและเลี้ยงลูกกันไปตามมีตามเกิด ดังนั้นจึงต้องใช้แนวทางอื่น นั่นคือการกำหนดเป็นกฎหมาย ให้อาหารหรือเครื่องปรุงบางอย่าง ต้องเติมสารโฟเลตให้เพียงพอสำหรับร่างกายมนุษย์ในแต่ละวัน
คล้ายกับการกำหนดให้ “เกลือ-น้ำปลา-ซอสปรุงรส”ต้องเติม “ไอโอดีน” สาระสำคัญที่มีผลต่อ “ไอคิว”!!!
นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า เบื้องต้นแต่ละคนสามารถหาอาหารที่มีโฟเลตมารับประทานได้ เพราะสารชนิดนี้ก็มีในอาหารทั่วๆ ไป รวมถึงมียาเม็ดโฟเลตที่ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรมและเอกชนอื่นๆ แต่ในระยะยาว คงต้องทำการศึกษากันต่อไปว่า จะนำสารโฟเลตไปเติมในวัตถุดิบทำอาหารอะไรได้บ้าง
“อนาคตต่อไป ทางกระทรวงสาธารณสุขก็จะมีมาตรการทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับ ให้นำโฟเลตไปผสมในอาหารอะไรได้บ้าง โดยไม่ทำให้คุณค่าและรสชาติอาหารเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้คนไทยทุกคนได้รับโฟเลตอย่างพอเพียงต่อการมีลูก มีภาวะโภชนาการที่ดี และมีสุขภาพดีตลอดไป” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวทิ้งท้าย
บทความ “รู้จักกับโฟเลต” เขียนโดย นพ.จักรกฤษณ์เอื้อสุนทรวัฒนา และ รศ.นพ.ธันยชัย สุระ จากโครงการธาลัสซีเมีย คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เล่าถึงประวัติของสารอาหารชนิดนี้ ซึ่งถูกค้นพบโดยพญ.ลูซี วิลล์ เมื่อปี 2474 โดยพบว่าหญิงสาวที่ทำงานในโรงงานทอผ้า ณ เมืองบอมเบย์ (มุมไบ) ประเทศอินเดีย จำนวนมากป่วยเป็นโรคโลหิตจางเพราะขาดโฟเลตอันเป็นสารอาหารที่ละลายน้ำได้ อยู่ในกลุ่มของวิตามินบี (Vitamin B)
จุดร่วมของผู้ป่วยทั้งหมด..คือ “ยากจน” ไม่ค่อยได้รับประทานอาหารประเภทโปรตีน ผักและผลไม้!!!
บทความนี้กล่าวต่อไปว่า สำหรับหญิงตั้งครรภ์แล้ว โฟเลตถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะทำหน้าที่สร้างสารรหัสพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ-DNA) สำหรับการสร้างเซลล์ใหม่ๆ ทั้งของมารดาและทารก ดังนั้นการที่มารดาได้รับโฟเลตในปริมาณเพียงพอตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ จะลดภาวะพิการแต่กำเนิดของทารกได้มาก
ในยุคปัจจุบันที่ “คนไทยเกิดน้อยลง” เรื่องของ “คุณภาพประชากร” จึงเป็นเรื่องใหญ่!!!
ดังนั้นจะทำอย่างไรให้ “แม่ทุกคน” ได้รับสารอาหารเพียงพอ เพื่อให้กำเนิด “ลูกที่สมบูรณ์”!!!
SCOOP@NAEWNA.COM
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี