Logo วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
543.jpg
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
หนุน ‘กิจการเพื่อสังคม’  ร่วมอุดช่องว่าง ‘เหลื่อมล้ำ’

หนุน ‘กิจการเพื่อสังคม’ ร่วมอุดช่องว่าง ‘เหลื่อมล้ำ’

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.
Tag :
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

พูดถึง “ระบบราชการไทย” ปัจจุบันยังคงพบข้อจำกัด 2 เรื่องคือ “รวมศูนย์” อำนาจการตัดสินใจมักจะกระจุกอยู่ที่ส่วนกลาง อีกทั้งยัง “แยกส่วน” แต่ละกระทรวง ทบวง กรม ดำเนินงานแบบต่างคนต่างทำ เมื่อประชาชนมีข้อร้องทุกข์ก็บอกว่าอยู่นอกเหนือหน้าที่ของตน ทำให้ไม่อาจตอบสนองความต้องการของประชาชนได้เต็มที่ ทว่าอีกด้านหนึ่ง “ภาคเอกชน” และ “ภาคประชาชน” กลับมีบทบาทสูงในการปัดเป่าความเดือดร้อนของผู้ตกทุกข์ได้ยาก

เห็นได้จากข่าวเด็กยากไร้ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ข่าวผู้ได้รับผลกระทบจากคดีความที่ไม่เป็นธรรม ไปจนถึงข่าวภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่ว่ามุมใดของโลก คนไทยมักจะ “บริจาคเงิน”สมทบทุนไปช่วยเหลืออยู่เสมอ ผ่านกองทุนต่างๆ ที่ตั้งโดยภาคธุรกิจบ้าง สื่อมวลชนบ้าง องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) บ้าง เป็นการ “อุดช่องว่าง” ข้อจำกัดของภาครัฐได้เป็นอย่างดี


ผลการสำรวจของ Charities Aid Foundation พบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ผู้คนนิยมบริจาคเงินเพื่อการกุศลเป็นอันดับ 2 ของโลก สอดคล้องกับข้อมูลของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ระบุว่า ในปี 2557 ครัวเรือนในประเทศไทยบริจาคเงินสูงถึง 75,760 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.58 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) “สูงกว่า” งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในปีเดียวกันซึ่งอยู่ที่ 10,324 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.41 ของ GDP สะท้อนภาพ“ความใจบุญ” ของคนไทยที่ “ไม่น้อยหน้าใคร” บนโลกใบนี้

ดร.ณัฐนันท์ วิจิตรอักษร นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) กล่าวในงานสัมมนาวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ประจำปี 2559 “การปฏิรูปภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนได้บริการที่ดี” เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงละคร อักษรา คิงเพาเวอร์ ระบุว่า หากบริหารจัดการเงินบริจาคที่ไหลเวียนนี้ไปยังจุดที่ต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น มูลนิธิอาสาสมัคร หรือกิจการเพื่อสังคม ย่อมจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างให้ผลตอบแทนสูงสุด

ดร.ณัฐนันท์ ยกตัวอย่าง “กิจการเพื่อสังคม” (Social Enterprise) ที่มีผลงานโดดเด่นไว้หลายแห่ง เช่น มูลนิธิ ทีช ฟอร์ไทยแลนด์ (Teach for Thailand) ที่มีเป้าหมายยกระดับคุณภาพครูผ่านการอบรมหลักสูตรการเป็นผู้นำ เพื่อให้เป็นที่ปรึกษาและแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียน, บริษัท เลิร์น เอ็ดดูเคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นกิจการเพื่อสังคมที่มีวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงคุณภาพหลักสูตรการศึกษา โดยผลิตสื่อการสอนบนคอมพิวเตอร์ที่สนุกสนานเข้าใจง่าย

เช่นเดียวกับ ดร.บุญวรา สุมะโน นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ยกตัวอย่าง บริษัท วิสาหกิจสุขภาพชุมชน จำกัด (Social Health Enterprise : SHE) ซึ่งอบรมและจ้างงานอดีตผู้ต้องขังหญิงให้เป็นพนักงานกดจุดแก้โรค Office Syndrome อีกทั้ง บริษัท กล่องดินสอ จำกัด ที่ผลิตสื่อการเรียนให้คนพิการทางสายตา และจัดฝึกอบรมทักษะกราฟิกดีไซน์ให้แก่ผู้พิการทางหูพร้อมจัดหางานให้

นักวิชาการทั้ง 2 ราย ยังกล่าวอีกว่า ในประเทศไทยยังมีกลุ่มกิจการเพื่อสังคมที่มุ่งหวังจะแก้ปัญหา “ความเหลื่อมล้ำ” ซึ่งภาครัฐไม่สามารถดูแลแก้ไขได้ทั่วถึงอีกหลายส่วน กลุ่มเหล่านี้ทำงานด้านสวัสดิการสังคมที่เน้นช่วยเหลือคนด้อยโอกาส ทั้งคนพิการ ผู้ติดยาเสพติด อดีตผู้ต้องขังในเรือนจำ หรือผู้ติดเชื้อเอชไอวี-เอดส์ เป็นต้น

ดังนั้นภาครัฐจึงควรวางระบบที่เอื้อต่อการลงทุนเพื่อสังคมอย่างแท้จริง โดยอาจพิจารณาใช้มาตรการสนับสนุน เช่น การออกพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม และให้ภาคประชาชนร่วมกัน “สร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ” โดยจัดทำฐานข้อมูลที่สามารถบอกได้ว่าใคร กำลังทำอะไร เพื่อแก้ไขปัญหาอะไร ด้วยวิธีอะไร

เพื่อช่วยให้สมาชิกอื่นในสังคมทราบว่าหากต้องการแก้ไขปัญหาหนึ่งจะต้องติดต่อใคร และเป็นการช่วยชี้ช่องว่างด้วยว่าปัญหาใดยังขาดการลงทุนเพื่อสังคม ขณะเดียวกัน ผู้นิยมการบริจาค หรือนักลงทุนเพื่อสังคม ควรทำความเข้าใจสภาพที่แท้จริงของปัญหาที่ตนต้องการร่วมแก้ไข และติดตามว่าสิ่งที่ตนลงทุนไปนั้นมีผลอย่างไรบ้าง

เพื่อช่วยปรับปรุงการทำงานหรือขยายผลในการลงทุนเพื่อสังคมต่อไป!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ทิม พิธา เฉลยแล้ว! แหวนบนนิ้วนางของ ก้อย อรัชพร มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่คิด

อียูเต้นผาง จี้ รัฐบาลทรัมป์ แจงเหตุรีดภาษีนำเข้าชุดใหม่ ซัดกฎหมายแรงงานเหนือกว่ามะกัน

สุนารี ราชสีมาปวดท้องหนัก ถูกหามส่งโรงพยาบาลด่วน โพสต์ขอโทษเจ้าภาพงานกาญจนบุรี

เพจดังเปิดคลิปแก๊งวัยรุ่นต่างชาติ แจกนิ้วกลางสาวไทยกลาง BTS หลังโดนเตือนเรื่องเสียงดัง

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved