วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นายพงศกร พงษ์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดริ้งค์โคโลจีสต์ จำกัด ผู้ผลิตและ จัดจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำผลไม้ เปิดเผยว่า จากมูลค่าตลาดรวมน้ำผลไม้พร้อมดื่มในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 12,00 ล้านบาท เป็นสัดส่วนของเอเชียนดริ้งค์ 10% หรือมูลค่า 1,200 ล้านบาท โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมาตลาดเอเชี่ยนดริ้งค์หรือเครื่องดื่มสไตล์เอเชี่ยน มีการเติบโต 10-20% แต่ในปี 2557 คาดว่าตลาดจะคงที่ เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ แต่คาดว่าปี 2558 จะกลับมาเติบโตได้ 10% เนื่องจากจะมีผู้ประกอบการรายใหม่ๆเข้ามาทำตลาด สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาเลือกซื้อเครื่องดื่มสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น
โดยจากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้บริษัทเห็นโอกาสที่จะปรับกลยุทธ์เพื่อรุกตลาดหลังประสบความสำเร็จมาแล้วจากการเปิดตัวน้ำผลไม้ระดับบน “อีฟ ฟรุตตามิน” เมื่อปี 2556 โดยได้รับผลตอบรับดีเกินคาด จนปัจจุบันมี 4 รสชาติแล้ว สามารถกระจายสินค้าได้ทุกช่องทางจำหน่ายทั้งในไทยและต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ลาว เกาหลีใต้ และประเทศอื่นๆในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค บริษัทจึงได้ขยายมาในประเภทหรือเซ็กต์เมนท์ใหม่ ที่จะอยู่ภายใต้แบรนด์ “อีฟ โลคอลเซนเซชั่น” ด้วยการเปิดตัวเครื่องดื่มตัวแรก “น้ำมะขาม อีฟ โลคอลเซนเซชั่น” ในขนาด 350 มิลลิลิตร ราคา 15 บาท เริ่มวางจำหน่ายแล้วเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2557
ในเบื้องต้นจะใช้งบในการทำตลาด 60 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ “อีฟ โลคอลเซนเซชั่น” โดยจะเน้นกิจกรรม ณ จุดขาย เพื่อกระตุ้นการบริโภคเชิงรุกในทุกรูปแบบ รวมถึงการใช้สื่อออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง เน้นไปยังกลุ่มนักศึกษาและกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่มีอายุ 20-40 ปี
สำหรับในปี 2558 จะเน้นทำการตลาด ณ จุดขายมากขึ้น และเพิ่มการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทั้งประเทศ รวมถึงขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มเป็น 25 ประเทศ แบ่งเป็นเอเชีย 50% อเมริกา แอฟริกา ยุโรปตะวันออก 50% จากปัจจุบันติดต่อตัวแทนจำหน่ายได้แล้ว 18 ประเทศ คิดเป็นสัดส่วนการส่งออก 40% เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ซึ่งอยู่ที่ 20% คาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้าการส่งออกจะมากกว่า 25 ประเทศ
อย่างไรก็ตามในปีแรกของการทำตลาดคาดว่าจะมีส่วนแบ่งในตลาดน้ำมะขาม 30% จะสร้างการเติบโตโดยรวมให้กับบริษัทไม่น้อยกว่า 10% และในปี 2558 บริษัทมีแผนจะเปิดตัวสินค้าใหม่ 2-3 รายการ เพื่อทำตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศ
นายพงศกร กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานเฟส 2 และ 3 ใช้งบลงทุนรวม 5,000 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2560 จะทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากปัจจุบันใช้กำลังการผลิตถึง 85-90% สามารถผลิตเครื่องดื่มได้วันละ 96,000 ขวด เป็นการผลิตแบรนด์ของบริษัทเอง 40% และรับจ้างผลิต (OEM) 60% ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า จะปรับสัดส่วนการผลิตเป็น 50% เท่ากัน อีกทั้งบริษัทยังได้ลงทุนสร้างคลังสินค้าเพิ่ม จากปัจจุบันมี 8 แห่ง ในปี 2558 จะเพิ่มเป็น 12 แห่ง ภายใต้งบลงทุนรวม 50 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในปี 2557 บริษัทจะมีสัดส่วนรายได้จากอีฟ ฟรุตตามิน 80% อีฟ โลคอลเซนเซชั่น 20% ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยเป็นตัวเลขได้ แต่คาดว่าในปี 2558 จะมีรายได้รวม 1,000 ล้านบาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี