นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า มาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้า โดยการชดเชยค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก จะไม่ใช้งบประมาณกลาง แต่จะพิจารณาใช้มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) นำรายได้หรือกำไรจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในส่วนที่ไม่กระทบแผนการลงทุน มาสำรองจ่ายช่วยเหลือไปก่อน โดยจะเป็นคนละส่วนกับภาระค่าเชื้อเพลิง (AF) ที่ กฟผ.แบกรับอยู่เดิม และจะนำรายได้ส่วนอื่น (เช่น รายได้จากการจัดเก็บค่าไฟกลุ่ม Data Center) มาชดเชยคืนภายหลัง
สำหรับผู้ใช้ไฟกลุ่ม 400 หน่วยขึ้นไป จะยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราก้าวหน้าตามที่เป็นกังวล (ยังใช้เรตเดิม)แต่รัฐบาลจะทบทวนแผนการเพิ่มอัตราค่าไฟสำหรับผู้ที่ใช้เกิน 400 หน่วย โดยจะมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนโครงสร้างแทน เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อประชาชนที่อยู่กันหลายคนหรือใช้ไฟเพิ่มในช่วงหน้าร้อน ขณะเดียวกันจะส่งเสริมระบบโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน โดยเร่งเปิดโครงการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์ภาคประชาชน จำนวน 500 เมกะวัตต์ ในอัตรารับซื้อ 2.20 บาท ภายในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมจัดแพ็กเกจช่วยเหลือ เช่น เงินกู้ เงินดาวน์ และลดดอกเบี้ย เพื่อสนับสนุนการติดตั้ง
นอกจากนี้กระทรวงฯจะมีการปรับนโยบายกลุ่มของผู้ใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติม โดยเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อเพิ่มประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ ประเภทที่ 9 : Data Center เพื่อกำหนดเกณฑ์การใช้ไฟและน้ำให้เหมาะสมกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยกลุ่ม Data Center จะต้องเข้ามาช่วยแบกรับภาระค่าพร้อมจ่ายในระบบเดิม และรับผิดชอบต้นทุนค่าไฟที่ต้องผลิตเพิ่มจากการนำเข้า LNG เพื่อไม่ให้กลุ่มทุนนี้เข้ามาแย่งใช้ไฟจนกลายเป็นการผลักภาระค่าใช้จ่ายไปให้ประชาชนทั่วไป ซึ่งการแยกประเภทนี้จะช่วยให้ Data Center จะไม่กลายเป็นภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ต้นทุนไฟฟ้ารวมของทุกคนถูกลงด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี