533.jpg
พณ.บุก10ตลาดส่งออก ทูตพาณิชย์ทำแผนเสนอ‘สมคิด’

พณ.บุก10ตลาดส่งออก ทูตพาณิชย์ทำแผนเสนอ‘สมคิด’

วันพุธ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :

พณ.บุก10ตลาดส่งออก ทูตพาณิชย์ทำแผนเสนอ‘สมคิด’

‘พม่า-อินเดีย’สดใส-เซี่ยงไฮ้กำลังซื้อยังมี

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดเวทีเสวนา ชี้ช่องผู้ส่งออกและนักลงทุนไทย เจาะตลาด 10 ภูมิภาคทั่วโลก ที่มีโอกาสขยายตัว เผยพม่ายังเนื้อหอมโดยเฉพาะธุรกิจบริการ-เกษตร ขณะที่ผู้บริโภคก็นิยมสินค้าจากไทย ส่วนตลาดอินเดีย ต้องเน้นให้มากเหตุศก.โตปีละ 7-8% ส่วนจีนยังมีกำลังซื้อ โดยเฉพาะหัวเมืองระดับรอง ที่รัฐบาลปักกิ่ง พยายามจะกระจายความเจริญลงไป ฝรั่งเศส สั่งซื้อ รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2559 ได้มีการจัดงานสัมมนาเรื่อง “พบทูตพาณิชย์พิชิตตลาดโลก...เจาะลึกประเภทอุตสาหกรรม และกิจกรรมให้คำปรึกษารายภูมิภาค หรือ (Export Clinic)” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือทูตพาณิชย์ เพื่อพิจารณาแผนงานส่งเสริมการส่งออกปี 2559 โดยมีทูตพาณิชย์มาให้ความรู้เกี่ยวกับตลาดและอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเป็นรายภูมิภาค แบ่งเป็น 10 ภูมิภาค ได้แก่ ตลาดอาเซียนตลาดจีน (รวมฮ่องกงและไต้หวัน) ตลาดยุโรป ตลาดแอฟริกา ตลาดเอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย ตลาดตะวันออกกลาง ตลาดเอเชียใต้ ตลาดรัสเซีย ตลาดลาตินอเมริกา และตลาดอเมริกาเหนือ


นายผกายเนติ์ เล่งอี้ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำกรุงย่างกุ้ง สหภาพเมียนมา กล่าวว่า ตั้งเป้าการส่งออกไปตลาดเมียนมาปีนี้ขยายตัว 12% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมากว่า 3,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างกันมีสูงถึง 7,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเศรษฐกิจเมียนมาขณะนี้มีการเติบโตดี หลังการเลือกตั้งและถือว่าเป็นโอกาสดีกับภาคธุรกิจในการเข้าไปลงทุนและส่งออก เพื่อทดแทนตลาดหลักที่ยังชะลอตัว เพราะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งเอกชนไทยมีความตื่นตัวและขอคำปรึกษาในการเข้าไปลงทุนถึงวันละ 5-6 ราย

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่เข้าไปลงทุนสูง คือ กลุ่มธุรกิจภาคเกษตรและธุรกิจบริการ โดยสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องดื่ม ของไทยได้รับความนิยมสูง และถือว่าสินค้าไทยมีส่วนแบ่งการตลาดในเมียนมาค่อนข้างสูง จึงถือเป็นโอกาสในการเข้าไปทำธุรกิจของไทยอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจแฟรนไชส์ แต่ไทยต้องหาพันธมิตรท้องถิ่นในการร่วมลงทุนด้วย นอกจากนี้ ผู้ประกอบการอาจมีความยากลำบากและระมัดระวังเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินจากการนำเงินเข้าออกประเทศเมียนมา

ด้านนางสาวบุณิกา แจ่มใส ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า เศรษฐกิจจีนประสบปัญหาชะลอตัวตั้งแต่ช่วงปลายปี แต่รัฐบาลมีนโยบายในการพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ตกต่ำมาก ทั้งการปฏิรูปเศรษฐกิจ สังคม ภาคการเงิน และนโยบายลูกคนที่ 2 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ประกอบกับ จีนมีนโยบายกระจายความเป็นเมืองสู่ชนบท ซึ่งตรงกับนโยบายการส่งเสริมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเศรษฐกิจเมืองรองยังขยายตัว แต่สินค้าที่ไทยส่งไปจีนจะต้องเน้นคุณภาพ สร้างความน่าเชื่อถือ เพราะอำนาจการซื้อของจีนยังสูง ดังนั้น ราคาอาจไม่ใช่ปัญหาหลัก เพราะจีนต้องการสินค้าคุณภาพ โดยสินค้าหลักที่จีนต้องการ คืออาหารสำเร็จรูป เสื้อผ้า เครื่องหนัง อัญมณี

นอกจากนี้ ช่องทางการค้าขายสินค้ากับจีนผ่านทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-คอมเมิร์ซ รวมถึงแอพพลิเคชั่น และช่องทางออนไลน์ กำลังได้รับความนิยมสูงจากจีน ซึ่งผู้ประกอบการคนไทยควรใช้ช่องทางดังกล่าวในการค้าด้วย ทั้งนี้ อัตราการเติบโตของจีนมีการคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 6.76% ปีนี้ และเศรษฐกิจจีนใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกได้ และคาดว่าการส่งออกจากไทยไปจีนปีนี้น่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3.5% ซึ่งจะนำแผนงานและเป้าหมายการส่งออกดังกล่าวเสนอนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ วันที่ 20 ม.ค.

นางสาวสุวิมล ติลกเรืองชัย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ อินเดีย กล่าวว่า ตลาดอินเดียถือเป็นประเทศเป้าหมายหลักของไทยในการผลักดันการส่งออก ด้วยเศรษฐกิจที่ขยายตัวแบบก้าวกระโดดท่ามกลางเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว โดยในปีที่ผ่านมาขยายตัวถึง 7% และปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจอินเดียจะขยายตัว 7-8% เพราะขณะนี้รัฐบาลอินเดียเปิดรับการค้าและการลงทุนรวมทั้งกำลังพยายามสร้างให้เกิดเอสเอ็มอีรายใหม่ขึ้น ทำให้อินเดียเป็นตลาดที่สดใส และมีศักยภาพมากที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปทำตลาดได้ทันทีโดยเฉพาะกลุ่มอาหาร โดยปีนี้กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าผลักดันการส่งออกไปตลาดอินเดียให้ขยายตัวถึง 9% จากปี 2558 ที่ยังติดลบ

ด้านนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่าขณะนี้บริษัทผู้นำเข้ารถยนต์ในฝรั่งเศสได้นำเข้ารถตุ๊กตุ๊กพลังงานไฟฟ้าจากไทยไปจดทะเบียนพาหนะในฝรั่งเศสก่อนที่จะมีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ไปจำหน่ายในกลุ่มประเทศยุโรป (อียู) โดยมีราคาเบื้องต้น คันละ 8,000 ยูโร หรือกว่า 300,000 บาท เพื่อใช้เป็นรถวิ่งระหว่างโรงแรม, สนามกอล์ฟ และในเมืองท่องเที่ยว เนื่องจากฝรั่งเศสมองว่าในอนาคตรถตุ๊กตุ๊กรถไฟฟ้าจะเป็นที่ต้องการมากในเมืองท่องเที่ยว เพราะใช้พลังงานสะอาด ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถลัดเลาะไปตามถนนเล็กได้ สำหรับสินค้าอื่นๆ ที่ได้มีการนำนวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่า เช่น นวัตกรรมการแปรรูปเศษเหลือใช้ประเภท ข้อต่อกระดูกไก่ เอ็น นำมาป่นและผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ส่งไปขายที่ประเทศเยอรมนี เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมของอาหารเสริมสำหรับผู้ป่วยโรคไขข้อ

นางอภิรดี กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์มีสำนักงานผู้แทนประจำอยู่ในประเทศทั่วโลก จำนวน 65 แห่ง และพร้อมที่จะหาช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่ๆของไทย โดยในช่วงปลายเดือน ม.ค.-ก.พ. นี้จะเน้นเรื่องของการนำคณะนักธุรกิจในกลุ่มยางพารา และอุตสาหกรรมแปรรูปยางมาพบปะกับภาคเอกชนไทย โดยเฉพาะในเรื่องของการแปรรูปเป็นสินค้าใหม่ๆ เพื่อช่วยให้เกษตรสามารถขายวัตถุดิบได้ในราคาที่สูงขึ้น

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top