533.jpg
'วีรชัย มั่นสินธร'ควบตำแหน่งประธาน SMI-รองประธาน ส.อ.ท.ชู 3 ภารกิจปลดล็อกทุน–ยกระดับ SME ไทย

'วีรชัย มั่นสินธร'ควบตำแหน่งประธาน SMI-รองประธาน ส.อ.ท.ชู 3 ภารกิจปลดล็อกทุน–ยกระดับ SME ไทย

วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.40 น.

“วีรชัย มั่นสินธร” ควบตำแหน่งประธาน SMI และรองประธาน ส.อ.ท.ชู 3 ภารกิจปลดล็อกทุน–ยกระดับ SME ไทย ลุย New S-Curve สู่อุตสาหกรรมอนาคต

นายวีรชัย มั่นสินธร ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) วาระประจำปี 2569 – 2572 ฉายภาพวิสัยทัศน์ยกระดับขีดความสามารถ SME ไทย เข้าถึงแหล่งทุน และเร่งปรับตัวสู่อุตสาหกรรมใหม่ ชู 3 ภารกิจสำคัญ ผลักดันผู้ประกอบการไทยเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจการผลิตดั้งเดิมที่กำลังเผชิญภาวะถดถอย สู่กลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพสูงที่มีความต้องการในตลาดโลก


นายวีรชัย มั่นสินธร ได้รับประกาศแต่งตั้ง ดำรงตำแหน่งประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยว่า ปัจจุบันภาค SME ไทยไม่ได้กำลังเผชิญเพียง “วิกฤตชั่วคราว” แต่กำลังอยู่ในช่วง “การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง” ทั้งจากการแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้าต้นทุนต่ำจากต่างประเทศ ประกอบกับข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการแบบดั้งเดิม ส่งผลให้ธุรกิจจำนวนมากติดข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ และพลาดโอกาสเติบโตในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าสูง (New S-Curve) ซึ่ง SME ไทยส่วนใหญ่ยังไม่มีขีดความสามารถเพียงพอในการเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดนั้น

ดังนั้น ทางรอดของ SME ไทยในปัจจุบัน จึงไม่ใช่เพียงการประคับประคองธุรกิจเดิม แต่คือการยกระดับขีดความสามารถ ผ่านการเชื่อมโยงแหล่งทุนที่เหมาะสม การลดต้นทุนแฝงในกระบวนการทำงาน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง เปลี่ยนผ่านจากธุรกิจที่กำลังถดถอย ไปสู่ตลาดแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก

นายวีรชัย กล่าวเสริมว่า โดยภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ มุ่งยกระดับ SME ไทยจากธุรกิจที่เน้นการผลิตดั้งเดิมซึ่งกำลังเผชิญภาวะถดถอย ไปสู่ธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีความต้องการสูงและมีศักยภาพในการแข่งขัน ประกอบด้วย 3 แกนหลัก

1. ยกระดับการเข้าถึงทุนและลดต้นทุนแฝง เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งผลักดันมาตรการ "One-Stop Service" ลดขั้นตอนและกฎระเบียบที่เป็นภาระทางการเงิน

2. ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตผ่านการแบ่งปันทรัพยากร ส่งเสริมโมเดล Shared Resources ให้ SME ร่วมแชร์ทรัพยากร ทั้งข้อมูลดิจิทัล เทคโนโลยี และบุคลากร สร้างความได้เปรียบทางการตลาด ปรับตัวจากธุรกิจที่สู้ด้วยราคา สู่ธุรกิจที่สร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าที่ตลาดต้องการ

3. เปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ยกระดับ SME จากกลุ่มธุรกิจที่อิ่มตัวหรือถดถอย สู่กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและมีความต้องการระดับโลก โดยใช้จุดแข็งด้านวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ความเป็นไทยเป็นตัวนำ สร้างความแตกต่าง มุ่งเน้นกลุ่มธุรกิจที่กำลังเป็นที่ต้องการสูง อาทิ Food Hub (ครัวของโลก), Health Care Hub (อุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์) และ Service & Tourism (อุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยว) เปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตที่ต้องสู้ด้วยราคา ไปสู่ธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและมีความยั่งยืนในระยะยาว

“หัวใจสำคัญของการทำงานในวาระนี้ ไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการปรับโครงสร้างธุรกิจให้เท่าทันโลก ผมมุ่งมั่นที่จะนำพา SME ไทยก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ สู่โอกาสใหม่ที่มีมูลค่า ซึ่ง SMI พร้อมด้วยสภาอุตสาหกรรมฯ จะทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการช่วยปลดล็อกข้อจำกัด และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลก” นายวีรชัย กล่าวทิ้งท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top