546.jpg
'เจ้าสัวสหพัฒน์'เผย'กำลังซื้อ'ฟื้น รุกขยายกิจการตปท.หวังโต5-6%

'เจ้าสัวสหพัฒน์'เผย'กำลังซื้อ'ฟื้น รุกขยายกิจการตปท.หวังโต5-6%

วันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 17.52 น.

6 มิ.ย.59 นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยภายในงาน สหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 20 ว่า ปีนี้เป็นปีที่ผ่านจุดวิกฤตด้านกำลังซื้อในปี 58 มาได้ ซึ่งจากช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากความร่วมมือในการผลักดันนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อจากภาครัฐ และ การสนับสนุนของภาคเอกชนทำให้ประชาชนเริ่มเกิดความเชื่อมั่น ทำให้บรรยากาศการค้า การจับจ่ายและการลงทุนดีขึ้น โดยประเมินจากสัญญาณการฟื้นตัวของ ยอดขายสินค้าสหพัฒน์ พบว่า กลุ่มสินค้าอาหารเริ่มเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตขึ้นส่งผลให้บริษัทมีการลงทุนเพิ่มผ่านการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุน การเซ็นสัญญาร่วมทุนกับต่างประเทศหลายโครงการ ได้แก่ การเซ็นสัญญาระหว่าง บมจ.ไทยเพรซิเด้นท์ฟู้ดส์ (TF) กับ Japanese Ramen ประเทศญี่ปุ่น เพื่อดำเนินกิจการร้านราเมง, การเซ็นสัญญาระหว่าง บมจ.สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง (SPI) กับ MayFlower Group ประเทศมาเลเซีย เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการทัวร์ที่มีความหลากหลายและครบวงจรพร้อมกันนั้น ยังมีการเซ็นสัญญาระหว่างเครือสหพัฒน์กับ World Co.,Ltd เพื่อก่อตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ World Saha Fasion และการเซ็นสัญญารระหว่าง บริษัท ไทยอรุซ จำกัด และ MK Group เพื่อก่อตั้งบริษัท Aruru Myanmar ขยายธุรกิจด้านการออกแบบและตกแต่งไปยังเมียนมานอกจากนั้นจะยังมีการหาคู่ค้าใหม่เพิ่มขึ้นที่จะให้บริษัทฯเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าให้ด้วย ซึ่งสัดส่วนรายได้นี้มาจาก สินค้าในเครือ 79% และสินค้านอกเครือ 21% ด้วยการตั้งทีมงานเฉพาะในการหาคู่ค้าใหม่ๆ ตั้งเป้าสินค้านอกเครือมีสัดส่วนปีนี้เป็น 24%

ทางด้านการพฤติกรรมของลูกค้าในปีนี้ตนยอมรับว่าเทรนด์ของตลาดดิจิตอลมาแรง คนเดินห้างน้อยลงหันมาซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้นเครือสหพัฒน์ได้เล็งเห็นแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงนี้จึงได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยมีนโยบายลงทุน ระบบไอทีกว่า 100 ล้านบาท และจะยกระดับศูนย์กระจายสินค้าย่อย ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 71 แห่งทั่วประเทศ มีรถ 246 คัน ให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่  ซึ่งขณะนี้มีที่ศรีราช และ กรุงเทพฯ คาดว่จะมีประมาณ 7-8 แห่งทีจะเป็นศูนย์ใหญ่ได้ เช่น นครราชสีมา ขอนแก่น และเชียงใหม่ เป็นต้น ขณะที่ช่องทางจำหน่ายใหม่ของบริษัทฯ ได้รุกเข้าสู่อีคอมเมิร์ซแล้วเมื่อปีที่แล้ว มียอดขายประมาณ 50 ล้านบาท คาดว่า ปีนี้จะเพิ่มเป็น 100 ล้านบาท


ล่าสุด ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในงานสหกรุ๊ปแฟร์เพื่อให้การซื้อ-ขายสินค้าทำได้สะดวกรวดเร็ว ทุกที่ทุกเวลา ตอบรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ รวมทั้งกลุ่มลูกค้าในประเทศอาเซียน และยังเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของประเทศที่จะมุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้สหกรุ๊ปแฟร์ปีนี้จัดขึ้นป็นครั้งที่ 20 ภายใต้แนวคิด An Honest Digital World ที่สื่อถึงการยึดมั่นในคุณภาพที่มีต่อโลกและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความซื่อสัตย์และคุณธรรมที่มีต่อลูกค้าและสังคม ขณะเดียวกันยังได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในการซื้อ-ขายสินค้า ด้วยการสร้าง ร้านค้าเสมือนจริง QR Code เพื่อนำเสนอสินค้าผ่านจอทีวี วิดีโอ หรือ Light Box โดยลูกค้าสามารถใช้สมาร์ตโฟนสแกน QR Code เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่เว็บไซต์ ethailandbest.com และสั่งซื้อสินค้าได้ทันที พร้อมตัดชำระเงินผ่านระบบธนาคาร ePayment และยังมีบริการส่งสินค้าถึงบ้านฟรีเช่นเดียวกับการซื้อสินค้าปกติ ซึ่งนับครั้งแรกของงานแสดงสินค้าในเมืองไทยที่มีการสร้างร้านค้าเสมือนจริงเพื่อเป็นช่องทางการขายสินค้าเพิ่มเติมจากวิธีการขายปกติ

อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวโน้มยอดขายในช่วงไตรมาส 3/2559 และไตรมาส 4/2559 นั้นคาดว่าอาจจะมีโอกาสที่ยอดขายจะเติบโตไม่ถึง 10% หากไม่มีมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากความมั่นใจของประชาชนยังไม่กลับมาฟื้นตัวดีมากนัก ทำให้ประชาชนระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยอยู่บ้าง อีกทั้งภาวะการแข่งขันของตลาดอุปโภคและบริโภคที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้มีโอกาสที่ยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังทั้งไตรมาส 3/2559 และไตรมาส 4/2559 จะไม่ถึง 10% แต่ยังมั่นใจว่ายอดขายสุทธิทั้งปี 2559 จะเติบโตตามเป้าหมายที่ วางไว้หรือประมาณ 5-6%

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top