546.jpg
เผยดัชนีคอร์รัปชั่นไทยลดลง หอการค้าฯชี้ภาพลักษณ์ดีขึ้น

เผยดัชนีคอร์รัปชั่นไทยลดลง หอการค้าฯชี้ภาพลักษณ์ดีขึ้น

วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 16.45 น.

12 ก.ค.59 นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย(CSI) จากการสำรวจเมื่อเดือน มิ.ย. 2559 ว่า สถานการณ์คอร์รัปชันไทยดีขึ้นเป็นลำดับ เมื่อเทียบกับหลายปีก่อนหน้า และขณะนี้ดัชนี CSI อยู่ที่ 53 ปรับตัวลดลงจากระดับ 55 ที่ได้สำรวจเมื่อ ธ.ค. 2558 โดยดัชนีปัญหาและความรุนแรงของการคอร์รัปชัน อยู่ที่ 48 ลดลงจากระดับ 52 จากการสำรวจครั้งที่แล้ว ดัชนีการป้องกันการคอร์รัปชัน อยู่ที่ 53 ลดลงจากระดับ 56 ดัชนีการปราบปรามการคอร์รัปชัน อยู่ที่ 55 เพิ่มขึ้นจากระดับ 54 และดัชนีการสร้างจริยธรรมและจิตสำนึก อยู่ที่ 57 เพิ่มขึ้นจากระดับ 56 แต่อย่างไรก็ตามการที่ดัชนีคอร์รัปชันไทย ดีขึ้นเพียงเล็กน้อย ยังแสดงให้เห็นว่า คนยังกังวลต่อการคอร์รัปชันที่ไม่ได้ลดลง รวมถึงยังกังวลต่อการป้องกันในอนาคตอยู่ ทั้งในด้านของการแก้ไขกฎหมาย โครงสร้างของรัฐบาลใหม่ ซึ่งเป็นความกังวลในช่วงการเปลี่ยนผ่านในขณะนี้ แต่ในแง่ของกระบวนการสร้างเครือข่าย การปราบปราม การสร้างความตระหนักรู้ พบว่าเป็นสถานการณ์ที่ดีขึ้น

"ในแง่ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันของประเทศไทย(CPI) จากการสำรวจเมื่อปี 2558 ในสายตาชาวโลกพบว่าไทยมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น จากการเปรียบเทียบกับ 177 ประเทศทั่วโลก โดยอันดับของไทยขยับขึ้นจาก 85 มาอยู่ที่ 76 ส่วนคะแนนอยู่ที่ 38 สูงสุดเท่าที่ไทยเคยได้รับการจัดอันดับมา และเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชีย ไทยได้ขยับขึ้นจากอันดับ 12 มาอยู่ที่อันดับ 10"


ทั้งนี้ จากการสำรวจผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐ ในการจ่ายเงินเพิ่มพิเศษแก่ข้าราชการหรือนักการเมืองที่ทุจริต เพื่อให้ได้สัญญา พบว่า ส่วนใหญ่ที่ยังต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ จะมีการจ่ายเฉลี่ยอยู่ในอัตรา 1-15% ซึ่งเป็นอัตราที่เท่ากับการสำรวจครั้งก่อนหน้า โดยเมื่อเทียบกับรายจ่ายเงินงบประมาณของรัฐ วงเงิน 2.72 ล้านล้านบาทนั้น หากมีการคอร์รัปชัน เฉลี่ยอัตรา 5% จะมีมูลค่าความเสียหายมูลค่า 59,600 ล้านบาท ขณะที่กรณี 15% ความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 178,000 ล้านบาท กระทบต่อจีดีพี อัตรา 0.42-1.27%

อย่างไรก็ตาม พบว่าประชาชนยังกังวลถึงสถานการณ์คอร์รัปชันว่าอาจจะรุนแรงขึ้น เนื่องจากการสำรวจการจ่ายเงินพิเศษในอัตราที่สูงกว่า 1-15% และมีที่ตอบว่าจ่ายในอัตรา 30-35% อยู่ด้วย ถือเป็นจุดสุ่มเสี่ยงต่อกระบวนการลงทุนของภาครัฐในขณะนี้ที่จะต้องมีการป้องกัน แต่ก็เป็นสาเหตุที่คนยังไม่มั่นใจว่าการคอร์รัปชันจะลดลง

ส่วนระดับคะแนนความต้านทานการทุจริตคอร์รัปชันอยู่ที่ 2.41 เท่ากับปีก่อน อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. มีแผนที่จะทำอย่างไรให้ระดับความต้านทานเป็น ศูนย์ ภายใน 5 ปี ซึ่งจะต้องทำให้ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันของประเทศไทย (CPI) ให้ได้ถึงระดับ 50 จากปัจจุบันอยู่ที่ 38 ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากพลังประชารัฐในการรวมมือกันแก้ไข

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดการคอร์รัปชัน คนมองว่า ยังเกิดจากกฎหมาย ที่เปิดโอกาสให้สามารถใช้ดุลยพินิจที่เอื้อต่อการทุจริต ความไม่เข้มงวดของการบังคับใช้กฎระเบียบ และกระบวนการทางการเมืองขาดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ยาก ขาดกลไกการกำกับดูแลกิจการและตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ และมีความล่าช้า ยุ่งยากของขั้นตอนในการดำเนินการของราชการ ขณะที่รูปแบบการคอร์รัปชันที่เกิดบ่อยที่สุด ส่วนใหญ่มองว่าคือการให้สินบน ของกำนัล หรือรางวัลต่างๆ การใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว การใช้ตำแหน่งทางการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พรรคพวก การเอื้อประโยชน์แก่ญาติและพรรคพวก และการจ่ายเงินเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ในภายหลัง

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เมื่อดูความเสียหายของการทุจริตคอร์รัปชั่น ประเมินจากงบประมาณประเภทจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยราชการ ปัจจุบันมีแนวโน้มดีขึ้น การจ่ายใต้โต๊ะน้อยลงจากการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ โดย มิ.ย. 2559 ผลสำรวจพบมูลค่าความเสียหายจากการทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่ที่ประมาณ 60,000 -180,000 ล้านบาท ส่งผลให้เศรษฐกิจโตลดลง 0.4-1.3% ซึ่งดีขึ้นกว่า 3-5 ปีที่ผ่านมา มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 100,000-200,000 ล้านบาท ส่งผลเศรษฐกิจโตลดลง 2-2.5% สิ่งที่ภาครัฐต้องเร่งทำเพื่อลดปัญหาคอร์รัปชั่น คือ บังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวด สร้างจิตสำนึกกับประชาชนว่าการคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งยอมรับไม่ได้ และปรับปรุงกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง นำระบบอิเล็กทรอนิกส์และเศรษฐกิจดิจิตอลเข้ามาใช้มากขึ้น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top