546.jpg
เอสเอ็มอีแบงก์ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จกรณีถูกร้องทุจริต l แย้มปมขายNPLต่ำเกินจริงอาจพลาดเพราะวิธีประมูล

เอสเอ็มอีแบงก์ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จกรณีถูกร้องทุจริต l แย้มปมขายNPLต่ำเกินจริงอาจพลาดเพราะวิธีประมูล

วันอังคาร ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่เรื่องการขายหนี้เอ็นพีแอลให้กับบริษัทเอกชน ที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นการขายในราคาที่ต่ำกว่ามูลหนี้มากซึ่งรายละเอียดยังไม่สามารถชี้แจงได้เพราะเรื่องดังกล่าว บางกรณีเป็นการขอสินเชื่อตั้งแต่ปี 2552-2553 ซึ่งต้องเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง และเอกสารที่มีจำนวนมากเข้ามาสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากนายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ มีการยื่นหนังสือให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. สอบการทุจริตในเอสเอ็มอีแบงก์ ใน 3 ประเด็น คือ การอนุมัติขายหนี้ที่ไม่ก่อรายได้ หรือ เอ็นพีแอล จำนวนกว่า 1 หมื่นล้านบาทอาจผิด พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 2.การอนุมัติสินเชื่อให้โรงสีข้าวจงเจริญ 125 ล้านบาท 3.นอกจากนี้เรื่องที่สาม เป็นเรื่องการใช้เอกสารปลอมเป็นหลักฐานการยื่นกู้และเบิกเงินกู้ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร ที่ถูกตรวจพบโดยผู้ตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)


รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เอสเอ็มอีแบงก์ ได้เสนอแนวการแก้ไขหนี้เอ็นพีแอลแก่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ ซูเปอร์บอร์ด โดยหนึ่งในแนวทางที่เสนอคือ การแบ่งกองหนี้ขายออกเป็นกองๆ แยกตามภูมิภาค ซึ่งกองที่ 1 คือ กองหนี้ภาคตะวันออก, ส่วนกองที่ 2 คือ กองหนี้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 3 กอง ทั้งนี้ได้มีข้อร้องเรียนว่ามีการขายหนี้ให้บริษัทเอกชนในราคาที่ต่ำเกินจริง

แหล่งข่าวจากเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า การประมูลขายหนี้เป็นไปด้วยความเร่งรีบ เพราะผู้บริหารต้องการเร่งสร้างผลงานว่าสามารถปรับลดหนี้เอ็นพีแอลลงได้ ทำให้การทำงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ขาดความรอบคอบ และรูปแบบการประมูลใช้วิธีการประมูลเป็นกองจึงไม่สามารถระบุเจาะจงราคาหลักประกันที่ประมูลไปได้ว่าลูกหนี้รายไหนราคาเท่าไร เพราะเป็นการประมูลแบบคละรวมทรัพย์ จึงยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพราะความรีบร้อนของผู้บริหารที่ต้องการสร้างผลงานกันแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด กำหนดให้เอสเอ็มอีแบงก์บริหารหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) เหลือไม่เกิน 18,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้ (2559) จากปัจจุบันเอสเอ็มอีแบงก์มียอด NPLs ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2559 วงเงิน 21,076 ล้านบาท ทั้งนี้ เอสเอ็มอีแบงก์ได้พยายามตัดขายลูกหนี้เสียออกไป เช่น การขายให้กับบริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) จำนวน 1,057 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการตั้งศูนย์ติดตามลูกหนี้จากการดูแลป้องกันลูกหนี้ไม่ให้ตกชั้น และทำการปรับโครงสร้างหนี้ได้มากขึ้น และยังเตรียมทยอยประมูลขายหนี้ NPL เพิ่มเติม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top