546.jpg
กสอ.กางแผนพัฒนาศักยภาพปั๊มยอดขายหมื่นล้าน ยกเครื่องเอสเอ็มอี13,000ราย

กสอ.กางแผนพัฒนาศักยภาพปั๊มยอดขายหมื่นล้าน ยกเครื่องเอสเอ็มอี13,000ราย

วันอังคาร ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กสอ.เผยผลสำรวจเอสเอ็มอี พบส่วนใหญ่มีปัญหาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การผลิต การตลาดจัดงบ 850 ล้านบาท ยกระดับผู้ประกอบการ ดันยอดขายเอสเอ็มอีไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาทภายในปี’64 ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ด้านบีเอ็มพีผนึกพันธมิตรช่วยเอสเอ็มอีไทยขยายตลาดสู่จีน

นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) เปิดเผยว่า กสอ.ได้ดำเนินการรวบรวมปัญหาจากการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) กว่า 4,800 ราย พบปัญหาที่เกิดมากที่สุดสำหรับผู้ประกอบการคือ ปัญหาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านการผลิต ด้านการตลาด ด้านการเงินและบุคลากร


โดยอุตสาหกรรมที่มีอุปสรรคและผลกระทบมากที่สุดคืออุตสาหกรรมเซรามิก อัญมณีและเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์จากไม้และเครื่องเรือน ซึ่งหากทั้ง 3 อุตสาหกรรมยังไม่มีการปรับตัวจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการจ้างงาน และสัดส่วนการส่งออกได้ในระยะยาว

ขณะที่อุตสาหกรรมที่มีอุปสรรคและปัญหาน้อยที่สุดในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์จากยาง 2.อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก และ 3.อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีที่อุตสาหกรรมดังกล่าวนี้ มีการปรับตัวที่ดีขึ้น และทำให้เห็นว่าภาคการผลิตของอุตสาหกรรมกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

นายพสุ กล่าวว่า กสอ.ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้จัดทำแผนปฏิรูปผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งเป้าจะพัฒนาผู้ประกอบการได้มากกว่า 13,000 ราย โดยจะใช้งบประมาณประจำปี 2560 รวม 850 ล้านบาท เริ่มดำเนินการในเดือนตุลาคมนี้ และคาดจะช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับเอสเอ็มอีได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ในปี 2564 เป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปผู้ประกอบการจะดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ 3s ประกอบด้วย กลยุทธ์ start(สตาร์ท) ที่จะมุ่งเน้นพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ให้มีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกผ่านโครงการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และโครงการสร้างธุรกิจใหม่ ตั้งเป้าผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ไม่น้อยกว่า 5,200 รายในปี 2560

กลยุทธ์ Strong (สตรอง) ที่จะเสริมสร้างความสามารถให้กับผู้ประกอบการรายเดิมที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในปัจจุบัน ทั้งการปรับแผนธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถ และส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีและสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการ ตั้งเป้าเห็นผลผู้ประกอบการกลุ่มนี้ไม่น้อยกว่า 7,200 ราย และกลยุทธ์ Sustain (ซัสเทน) เช่น ส่งเสริมให้มีการสร้างเครือข่ายและรวมกลุ่มอุตสาหกรรมในรูปแบบคลัสเตอร์ ตั้งเป้าพัฒนาผู้ประกอบการกลุ่มนี้ได้มากกว่า 600 ราย

นางอรอุมา กุลนาค ประธานกรรมการบริหาร(CEO) บริษัท บีเอ็มพี (ไทยแลนด์) ผู้ดำเนินธุรกิจในการเชื่อมการค้าไทย-จีน กล่าวถึงปัญหาผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะเอสเอ็มอี ในการเจรจาทางการค้ากับประเทศจีนให้ประสบความสำเร็จได้มากหรือน้อยอาจเกิดจากอุปสรรคหลายอย่าง เช่น ไม่รู้จะขายสินค้าให้ใคร ไม่มีระบบการกระจายสินค้า สินค้าถูกกดราคา จึงมีแนวคิดสร้างเฟซบุ๊ค เพจ “ปล้นคนจีน ด้วย C-Commerce โดยมีทีมในการให้คำปรึกษาวางแผน ดูแลทุกกระบวนการตั้งแต่นำสินค้าทดสอบ วางกลยุทธ์หาตลาด ขนส่งสินค้าและการเก็บเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจับคู่ธุรกิจในประเทศจีนได้สำเร็จ โดยแพลตฟอร์มของ “ปล้นคนจีน” เป็นไกด์ไลน์ให้ผู้ประกอบการ แต่ว่าส่วนงานทั้งหมดจะมีบริษัท ลูกเข้ามาดูแล นักธุรกิจไทยในทุกขั้นตอน

ทั้งนี้มีเป้าหมายนำสินค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยไปขยายตลาดที่ประเทศจีน สำหรับกลุ่มสินค้าที่ตลาดจีนต้องการแบ่งเป็นกลุ่มของกินของใช้เครื่องสำอาง กลุ่มสินค้าสปา สินค้าแฟชั่นที่มีเอกลักษณ์ไทย เป็นต้น ปัจจุบันมีเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการ 100 ราย โดยตั้งเป้าไว้ประมาณ 4,000 รายใน 1 ปี หลังจากเปิดตัวโครงการนี้อย่างเป็นทางการ

“จุดเด่นของธุรกิจ C-Commerce คือ สามารถเพิ่มและขยายช่องทางในการ จัดจำหน่ายสินค้าและบริการ การประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการให้แพร่หลายมากขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ และช่วยขจัดอุปสรรคต่อการทำธุรกิจทั้งในเรื่องระยะทางและเวลาที่ต่างกันได้”

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า ธพว. สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ด้วยโครงการเบิกจ่ายแฟคตอริ่งทั่วไทยในวันเดียว เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ด้วยดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี คิดดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ตั๋วครบกำหนด แคมเปญดังกล่าววงเงินรวม 4,000 ล้านบาท เฉพาะการรับซื้อลูกหนี้การค้าภายใน 31 ธันวาคม 2559 เท่านั้น

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top