546.jpg
บ้านปูเชื่อยอดขายถ่านหินปี’60แตะ45.4ล้านตัน

บ้านปูเชื่อยอดขายถ่านหินปี’60แตะ45.4ล้านตัน

วันเสาร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยในงานเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรกของบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BPP)ว่า บริษัทคาดว่าปริมาณการขายถ่านหินในปี 2560 จะใกล้เคียงกับปี 2559 นี้ ที่อยู่ในระดับ 45.4 ล้านตัน ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงราคาขายถ่านหินปี 2560 จะสูงกว่าราคาขายเฉลี่ยในปี 2559 ที่ระดับ 50 เหรียญสหรัฐ/ตันหลังราคาถ่านหินในปัจจุบันได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และได้ขยับขึ้นมาอยู่ในระดับ 78-80 เหรียญสหรัฐ/ตัน

ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณการผลิตถ่านหินของโลกที่ล้นตลาดเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะสมดุลมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันในไตรมาส 4/2559 ราคาถ่านหินขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 102 เหรียญสหรัฐ/ตัน อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงมุ้งเน้นการลดต้นทุนการผลิตเป็นหลัก มากกว่าการเพิ่มปริมาณการผลิตถ่านหิน ในช่วงที่ราคาถ่านหินอยู่ในระดับที่ไม่ได้สูงมากนัก


ในขณะเดียวกันปัจจุบันบริษัทได้ทำสัญญาขายถ่านหินล่วงหน้าไปบ้างแล้ว แต่ในช่วงครึ่งปีแรก 2560 จะทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้อยู่ที่ระดับ 50% ของปริมาณการขายทั้งหมด ส่วนการกำหนดราคาจะต้องประเมินจากทิศทางราคาตลาดก่อน

นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนเข้าเข้าซื้อกิจการในธุรกิจ Shale oil & gasในสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปี 2560 เนื่องจากมองว่าราคาวัตถุดิบอยู่ในระดับที่เหมาะสม ประกอบกับราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ส่งผลให้ต้นทุนการลงทุนปรับตัวลดลงตามไปด้วย โดยหลังจากการเข้าไปลงทุนในธุรกิจดังกล่าว คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 130 ล้านเหรียญสหรัฐ

“การเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมในธุรกิจดังกล่าว บริษัทมองว่าเป็นโอกาสที่ดี และถือว่าได้ผลตอบแทนที่ดี เพราะปัจจุบันที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้บริษัทสามารถเข้าซื้อกิจการได้ในราคาที่ถูก ประกอบกับสหรัฐเป็นตลาดที่ใหญ่ ที่มีปริมาณการใช้ก๊าซสูง ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการต่อยอดธุรกิจและลดความเสี่ยงทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ” นางสมฤดี กล่าว

อย่างไรก็ตามหลังจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชน (IPO) ครั้งแรกของ BPP นั้น BPPจะนำเงินที่ได้จากเสนอขาย IPO มาชำระคืนหนี้ให้แก่บริษัท โดยมีมูลค่ากว่า1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้หนี้ของบริษัทลดลงและคาดว่าจะส่งผลให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงอยู่ที่ 1 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.1 เท่า

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top