■■ เห็นข่าวของกลุ่ม ซีพีออลล์ จำกัด(มหาชน) หรือเซเว่นอีเลฟเว่น ที่ยุติบริการเติมเงิน “วันทูคอล” ของค่ายเอไอเอส ...ก็รู้สึกแปลกใจ.....เข้าไปดูในรายละเอียดของข่าว...ระบุว่า...ไม่สามารถตกลงในเรื่องค่าตอบแทนในการขาย หลังซีพีออลล์ขอปรับขึ้นค่าตอบแทน (มาร์จิ้น) จากการให้บริการจาก 5% เป็น 7%แต่ทางเอไอเอสยังไม่ตกลง ทำให้ต้องยุติการให้บริการเติมเงินกว่า8,000 สาขาออกไปก่อน.... แม้ “มาร์จิ้น” ที่ซีพีออลล์เรียกเก็บจากเอไอเอสเมื่อเทียบกับที่เรียกเก็บจากค่ายอื่นอย่างดีแทค และทรูคอร์ปอเรชั่นเองจะต่ำกว่า โดยมาร์จิ้นที่เรียกเก็บจากดีแทคอยู่ที่อัตรา 6+1% และจากทรู 7% แต่ปริมาณ “วอลุ่ม” ที่เซเว่นได้จากบริการเติมเงินวันทูคอลดังกล่าวกลับเป็น “วอลุ่ม” ที่สูงที่สุดของบริการเติมเงิน ด้วยฐานลูกค้าของเอไอเอสที่มีมากกว่า 35 ล้านเลขหมาย...นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส มองว่าจะกระทบต่อรายได้ของซีพีออลล์ในทันที 1-1.2 พันล้านต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 0.3% ของรายได้รวมที่อยู่ที่ 4 แสนล้านบาท แต่จะส่งผลต่อกำไรของกลุ่มที่คาดว่าจะลดลงไม่น้อยกว่า 3%...ส่วน...เอไอเอส...นั้นเมื่อสูญเสียเครือข่ายบริการเติมเงินจากร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กว่า 8,000 สาขา...ก็ต้องวิ่งหาจุดให้บริการเติมเงินรายอื่น....มีความเป็นไปได้ที่จะไปลงที่...ตู้บุญเติม....ของฟอร์ท สมาร์ท....!!บรรดากูรู...ด้านการตลาด...วิเคราะห์ไปในหลายมุมมอง....บ้างก็ว่า กรณีหักดิบของซีพีออลล์หนนี้ ดูจะเป็นการฮาราคีรีตัวเองเสียมากกว่าเพราะแม้ลูกค้าเติมเงินวันทูคอลจะไม่สามารถเข้าเติมเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในเซเว่นได้ แต่ก็ยังเติมเงินผ่านเครื่องบุญเติมหน้าร้านเซเว่นได้อยู่ดี เลยไม่รู้ว่าผู้บริหารค่ายนี้คิดยังไงถึงยอมทำเงินหล่นหน้าร้านตัวเองเช่นนี้ได้…ในขณะที่อีกมุมมองหนึ่งก็มองว่า...เอไอเอสก็จะเจ็บตัวไม่น้อย ที่ขาดช่องทางการตลาดที่เข้มแข็งอย่าง “เซเว่น” ไป...แม้ว่าจะมีทางเลือกอื่นๆแต่ก็ใช่ว่าจะสะดวกสบายสำหรับลูกค้า...เมื่อเทียบศักยภาพของช่องทางตลาดอื่นๆ กับเซเว่น....และหากมองในภาพที่ใหญ่กว่านั้น....7-11 อยู่ในเครือ ซีพี ซึ่ง ทรูฯ เป็นบริษัทในเครือของซีพีเช่นกัน...และทรูฯก็เป็นคู่แข่งสำคัญของ AIS ในธุรกิจโทรคมนาคม....ดังนั้นทรูฯจะได้รับอานิสงส์นี้ไปเต็มๆ...มองในภาพรวมแล้วแม้ 7-11 จะขาดรายได้...แต่เงินก็จะไหลเข้าทรูฯ..ดังนั้น ซีพี ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของทั้ง 7-11 และ ทรูฯ....ก็ยังรวยเหมือนเดิม.....!สำหรับ....โลกการค้า...เองมองว่านี่เป็นอีกหนึ่งบทในสงครามการค้ายุคนี้...แต่ก็อยากจะสรุปว่า...สุดท้ายแล้ว...เจ้าหนี้ของรัฐ...ที่เกี่ยวข้อง...จะต้องทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภค....แม้สงครามการค้าจะไม่ใช่เรื่องผิดปกติหากเล่นกันอยู่ในกติกาและกรอบของกฎหมาย...แต่ผู้บริโภคก็ไม่ควรต้องมารับกรรม...■■
อนันตเดช พงษ์พันธุ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี