นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่าผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ (รสก.)ตั้งแต่เดือนมกราคม 2561-พฤษภาคม 2561 มีจำนวน 132,447 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึง 61% เมื่อเทียบกับผลเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมในช่วงเดียวกันของปี 2560 โดยเป็นผลมาจากการเร่งลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ อาทิ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่นและโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม-ชุมพร ของการรถไฟแห่งประเทศไทย
โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรีและโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคตของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายระบบประปาของการประปาส่วนภูมิภาครวมถึงการเพิ่มทุนบริษัทในเครือของบริษัท ปตท. ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร.ในฐานะโฆษกสคร.กล่าวเพิ่มเติมว่าผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจฝนช่วงปีงบประมาณ 2561 (ตุลาคม 2560-พฤษภาคม 2561) มีจำนวน 150,724 ล้านบาท หรือคิดเป็น 113% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม โดยรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการตามปีงบประมาณเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560-พฤษภาคม 2561 จำนวน 62,840 ล้านบาท หรือคิดเป็น 90% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม และรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการตามปีปฏิทินเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม 2561-พฤษภาคม 2561 จำนวน 87,883 ล้านบาท หรือคิดเป็น 138% ของแผนการเบิกจ่ายลงทุนสะสม
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่าเดือนกรกฎาคมนี้ศูนย์พยากรณ์ฯจะปรับประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้เพิ่มจากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 4-4.5% และค่ากลางโต 4.4% จะปรับเพิ่มเป็น 4.5-5% ส่วนการส่งออกจะปรับประมาณเพิ่ม จากเดิมคาดว่าตลอดปีนี้จะโต 6-8% เป็นโต 8-10% ส่วนเงินบาทจะอยู่ในช่วง 32-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เงินเฟ้อไม่สูงมากนัก อัตราดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าจะคงอยู่ระดับเดิมในช่วง 6 เดือนนับจากนี้ไป
พร้อมกันนี้ยังจับตาผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนและสหภาพยุโรปก่อนปรับประมาณการเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการแต่คาดว่าสงครามการค้าจะส่งผลกระทบไม่มากไปกว่านี้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและหอการค้าไทยไม่เห็นสัญญาณว่าการส่งออกจะได้รับผลกระทบ โดยเศรษฐกิจไทยปี 2561 เติบโตดีสุดในรอบ 6 ปีนับจากปีที่เศรษฐกิจไทยเคยโตสูง 7.2% ปี 2555 ปี 2556 โต 2.7% ปี 2557 โต 1.0% ปี 2558 โต 3% ปี 2559 โต 3.3% และปี 2560 โต 3.9%
สำหรับผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นโดยเดือนมิถุนายน 2561 ซึ่งเป็นผลสำรวจล่าสุดพบว่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 67.9 จากเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 66.9 หลังจากราคาสินค้าเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้นเกษตรกรมีรายได้ดีขึ้นมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคการส่งออกและท่องเที่ยวขยายตัวดีต่อเนื่อง
ผลจากราคาสินค้าเกษตรค่อยๆ ดีขึ้นเชื่อว่าไตรมาส 3 ปีนี้ หรือช่วงไตรสุดท้ายของปีงบประมาณ 2561 รัฐบาลจะเร่งใช้จ่ายงบประมาณและงบลงทุน รวมถึงเร่งโครงการอีอีซี ดังนั้น ภาพรวมเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะค่อยฟื้นตัวดีมากขึ้น บวกกับในช่วงไตรมาส 4 เกษตรกรขายข้าวออกมา การส่งออกดีต่อเนื่อง เงินลงทุนภาครัฐจะออกมาในระบบเศรษฐกิจ เม็ดเงินจะกระจายในระบบเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี