ศูนย์ฮิตาชิ ลูมาดา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Hitachi Lumada Southeast Asia) ณ นิคม อุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี ถือเป็นก้าวแรกของความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ในการเพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรมไฮเทค ทั้งยังเป็นศูนย์แรกในโลกนอกประเทศญี่ปุ่น ศูนย์ฮิตาชิลูมาดา โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บริการอินเตอร์เนตในทุกสิ่ง (IoT) เพื่อการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะให้กับผู้ประกอบการทุกรายที่สนใจจะใช้ IoT เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีระดับสูง
ความสำเร็จในการเปิดศูนย์ฮิตาชิลูมาดาฯ ครั้งนี้ ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ให้ความเห็นว่า ศูนย์ฮิตาชิ ลูมาดา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นผลมาจากความร่วมมือระหว่าง อีอีซี กับ บริษัทฮิตาชิได้ลงนามใน MOU เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 ในระหว่างการเยือนอีอีซี ของ นายฮิโรชิเกะ เซโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ได้แสดงความสนใจในนโยบายไทยแลนด์ 4.0 พร้อมนำแนวทาง Connected Industry มาพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยโดยการนำระบบอัตโนมัติ (Automation)และ IoT มายกระดับให้ฐานการผลิตของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย ก้าวเข้าสู่ความทันสมัย และสามารถเชื่อมโยงกับฐานการผลิตที่มีอยู่ทั่วโลกอย่างมีประสิทธิภาพ
ความน่าสนใจของ ศูนย์ฮิตาชิ ลูมาดา แห่งนี้ จะทำงานร่วมกับผู้ประกอบการเสมือนเป็นพี่เลี้ยง เป็นที่ปรึกษา Connected Industry ให้กับผู้ประกอบการญี่ปุ่นในประเทศ และผู้ประกอบการไทย โดยการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เพื่อให้การปรับตัวเข้าสู่ IoT อย่างถูกต้องรวดเร็วอย่างมีประสิทธิภาพในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น 1.สร้าง IoT แพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต ผ่านการเชื่อมต่อและวิเคราะห์ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ของลูกค้า (big data analytics) 2.สร้าง solution ผ่านการใช้เทคโนโลยี (co-creating digital solutions)3. นำเครื่องมือ AI ของศูนย์ฮิตาชิ ลูมาดา รวมความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการดำเนินงาน (Operational : OT) และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT) เข้าด้วยกันไปปรับใช้กับกลุ่มอุตสาหกรรมธุรกิจหลากหลายและการใช้งานในรูปแบบต่างๆ
ศูนย์ฮิตาชิ ลูมาดา ตั้งเป้าที่จะเข้าถึงโรงงานทั่วประเทศไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต โดยระยะแรกเป็นการยกระดับความสามารถในการผลิตเป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) จากหลากหลายเครื่องมือ เช่น การติดตามและตรวจสอบจากระยะไกล (Distance monitoring) เป็นต้น และคาดว่าในระยะต่อไปจะยกระดับสู่ การจัดการระหว่างโรงงานต่อโรงงาน (Inter-Factories) ด้วยการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ
นโยบายการขับเคลื่อนอีอีซีมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันของไทย ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน จะต้องปรับตัวเพื่อสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ไปสู่การยกระดับผลิตภาพการผลิต การค้า และการบริการ ซึ่งศูนย์ลูมาดา จะเป็นกุญแจที่สำคัญมาช่วยสนับสนุนโรงงานในพื้นที่อีอีซี สู่การเป็น Smart Factory เป็นสิ่งที่คนไทยต้องติดตามความก้าวหน้าขององค์ความรู้ เทคโนโลยีที่จะเข้ามาถ่ายทอดให้กับภาคธุรกิจ หรืออุตสาหกรรม ที่จะนำไปสู่การต่อยอดที่สำคัญในด้านการวิจัยและพัฒนาของไทยให้ขึ้นชั้นการเป็นประเท ศThailand 4.0 ที่สมบูรณ์แบบ
กระบองเพรช
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี