นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)เปิดเผยว่า ขณะนี้ กฟผ.ได้รับแนวนโยบายการเพิ่มปริมาณดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ)อีก 1 แสนตัน ล่าสุด กฟผ.อยู่ระหว่างทำแผนบริหารจัดการเสนอกลับไปให้ กระทรวงพลังงาน พิจารณา คาดว่าจะนำไปใช้ดำเนินการผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง เนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนการผลิตถูกที่สุด คาดจะใช้แนวทางเดิมที่รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบลอตใหญ่คราวเดียวเพื่อดันราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดให้สูงขึ้น โดยยืนยันไม่ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บกับประชาชน
นอกจากนี้ กฟผ.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู)กับสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์กรมหาชน) หรือสทน. เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีพลาสมาและฟิวช่ันเป็นแหล่งพลังงานสะอาดในอนาคต รวมถึงร่วมกันออกแบบและพัฒนาระบบประกอบของเครื่องโทคาแมคหรืออุปกรณ์กักเก็บพลาสมาด้วยสนามแม่เหล็กและใช้ในการศึกษาวิจัยเรื่องเทคโนโลยีฟิวชั่น ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านพลังงานของประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
พร้อมคาดว่า ผลการศึกษาเทคโนโลยีและฟิวชั่นจะแล้วเสร็จปี 2568 ซึ่งเป็นโครงการนำร่องการพัฒนาไปสู่โรงไฟฟ้าระบบใหม่ที่ชื่อว่า “นิวเคลียร์ฟิวชั่น”ในอีก 40-50 ปีข้างหน้า โดยใช้วัตถุดิบจากน้ำทะเลและธิเทียมจากผิวดินกำลังการผลิตถึง 3,000-5,000 เมกะวัตต์ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากไม่มีสารกำมันตรังสี และไม่สร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
นายพรเพท นิศามณีพงษ์ กล่าวถึงการพัฒนาเทคโนโลยีพลาสมาและฟิวชั่นว่า ในระยะแรกคาดใช้เงินลงทุนจากงบประมาณแผ่นดินประมาณ 500 ล้านบาท และงบของสทน. 15% ส่วนที่เหลือได้การสนับสนุนจาก กฟผ.อีก 230 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อเป็นเครื่องมือในการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีพลาสมาและฟิวชั่นของประเทศแล้ว ยังส่งเสริมให้บุคลากรในประเทศมีองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีพลาสมาและฟิวชั่นเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญของงานวิจัยด้านเทคโนโลยีขั้นสูง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี