วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
รัฐและนักวิชาการออกโรงเตือนระวัง 10 ปีข้างหน้า ไทยเสี่ยงเกิดหายนะด้านพลังงาน หลังการใช้โตต่อเนื่อง แนะเร่งปรับแผนใช้เชื้อเพลิงให้เหมาะสม ก่อนค่าไฟพุ่งกระฉูดแตะ 6 บาทต่อหน่วย
งานเสวนาโต๊ะกลมเรื่อง “หายนะพลังงานไทย” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติและชมรมคอลัมนิสต์นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ไทยนายพงษ์ดิษฐ พจนา รองผู้ว่ากิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเกิดหายนะด้านไฟฟ้า ทั้งความมั่นคงและราคา เนื่องจากก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะหมดไปในอีก 10 ปี จากความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยการใช้ไฟฟ้าเติบโตเฉลี่ย 1.2% หรือมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 1,500 เมกะวัตต์ต่อปี ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่เติบโต 1% และไม่สามารถใช้พลังงานทดแทนผลิตไฟฟ้าป้อนความต้องการได้ทั้งหมด จำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ได้แก่ พลังงานน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน น้ำ และนิวเคลียร์ ซึ่งทั้งหมดได้รับการต่อต้านจากภาคสังคม
ภาครัฐต้องกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าจะแบ่งสัดส่วนเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าเป็นอย่างไร เช่น จากเชื้อเพลิงหลัก 70% และจากเชื้อเพลิงสนับสนุน 30% เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าแต่ละปีจะต้องเพิ่มกำลังการผลิตจากเชื้อเพลิงหลักเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม กฟผ. ต้องการเห็นการใช้เชื้อเพลิงที่มีความหลากหลาย จากปัจจุบันผลิตจากก๊าซธรรมชาติสูงถึง 67-68% ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงทั้งในเรื่องแหล่งก๊าซและต้นทุนราคาสูงกว่าเชื้อเพลิงอื่นๆ
นอกจากนี้ ยังต้องการให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กำหนดราคาไฟฟ้าตามต้นทุนการผลิตจากเชื้อเพลิงแต่ละประเภทในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี)เพื่อให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวด้วย และหากยังคงสัดส่วนเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าไว้เช่นเดิมในอีก 10 ปีข้างหน้าจะเห็นต้นทุนค่าไฟฟ้าฐานเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 6 บาทต่อหน่วย จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 3.50 บาทต่อหน่วย
ด้านนายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ระบุว่าปีที่ผ่านมาไทยนำเข้าพลังงานมูลค่ากว่า 1.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่มีมูลค่า 1.2 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขี้น 16.1% โดยมีปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น 4.7% ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 9.2% และถ่านหินเพิ่มขึ้น 4.6% ซึ่งรายจ่ายด้านพลังงานที่ขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ขณะที่ราคาพลังงานของไทยนับว่าถูกสุดในอาเซียนยกเว้นมาเลเซียโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลตรึงราคาไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เป็นเวลาเกือบ 2 ปี และใช้เงินอุดหนุนราคาพลังงานทั้งแอลพีจีและดีเซล สูงถึง 365,000 ล้านบาท ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เสียโอกาสในการนำเงินส่วนนี้ไปพัฒนารถไฟความเร็วสูง ตลอดจนสวัสดิการทางสังคมต่างๆ คาดการณ์ว่าภายในปี 2573 ไทยจะบริโภคพลังงานเพิ่มขึ้น โดยนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นจาก 21% เป็น 52% นำเข้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลเอ็นจี) เพิ่มขึ้นเป็น 25 ล้านตันต่อปี นำเข้าแอลพีจี เพิ่มจาก 1.8 ล้านตันต่อปี เป็น 8 ล้านตันต่อปี
นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. มองว่า ประเทศไทยอยู่ในภาวะเสี่ยงด้านพลังงาน เพราะยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่ จากความต้องการใช้น้ำมันสูงกว่าการผลิตจริง โดยการใช้อยู่ที่ 100 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่การผลิตอยู่ที่ 34 ล้านลิตรต่อวัน จากสถิติพบว่าการใช้น้ำมันของไทยอยู่อันดับที่ 19 ขณะที่การผลิตอยู่ที่อันดับ 32 และปริมาณสำรองอยู่ที่อันดับ 47 ของโลก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี