546.jpg
กฟผ.พบยอดใช้ไฟพุ่ง  รับมาตรการอยู่บ้านเพื่อชาติ

กฟผ.พบยอดใช้ไฟพุ่ง รับมาตรการอยู่บ้านเพื่อชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายเริงชัย คงทอง รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากผลสำรวจการปฏิบัติตามมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” โดยกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนกว่าร้อยละ 50 ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว และมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานจากที่พักอาศัย (Work from Home) เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประกอบกับประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน สภาพอากาศมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในภาคครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ และตู้เย็นที่เก็บอาหารปริมาณมาก ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ค่าไฟฟ้าของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ดี กฟผ. การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการประหยัด 4 ป.คือ “ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน” โดย ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเป็น 26 ,ปลดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้ และเปลี่ยนมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5


ขณะที่มีรายงานจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) แจ้งว่า PEA ได้จัดโครงการรณรงค์ “การใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยและประหยัด (SAVE THAI)” ในโครงการ “SAVE THE SUMMER” ร้อนนี้ คนไทยใช้ไฟ “เซฟ เซฟ” โดยในช่วงฤดูร้อนปีนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดกิจกรรมลุ้นทอง ทั่วไทย #เซฟไทยเซฟไฟลุ้นทอง เชิญชวนประชาชนช่วยกันเซฟค่าไฟเพียงถ่ายรูปบิลค่าไฟ 2 เดือน (ตั้งแต่เดือนมีนาคม – เมษายน) หรือ (ตั้งแต่เดือนเมษายน – พฤษภาคม) แล้วส่งมาที่แฟนเพจ เซฟไทย ผู้ใช้ไฟที่มีค่าไฟลดลงสามารถร่วมลุ้นรับทองคำมูลค่ากว่า 5 แสนบาท

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top