546.jpg
‘เอสซีจี’ปรับกลยุทธ์ฝ่าโควิด  พัฒนาผลิตภัณฑ์เจาะกลุ่มผู้บริโภค

‘เอสซีจี’ปรับกลยุทธ์ฝ่าโควิด พัฒนาผลิตภัณฑ์เจาะกลุ่มผู้บริโภค

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

 

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี กล่าวถึง เศรษฐกิจในครึ่งปีแรกมองว่าการส่งออกยังคงมีแนวโน้มที่ดี แต่การอุปโภคบริโภคในประเทศอาจจะลดลง เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิค-19ดังนั้นการกระจายวัคซีนให้ทั่วถึง จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่อง ภาครัฐควรเร่งหาวัคซีนป้องกันให้ประชาชนได้รับอย่างทั่วถึงเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้นเพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาได้เมื่อไหร่ หากมีการท่องเที่ยวในประเทศก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้


ปัจจัยที่ต้องจับตามองคือเรื่องของราคาน้ำมันหลังจากเริ่มมีวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตรวมทั้งเรื่องของอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา เนื่องจากบริษัทมีการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ

นายรุ่งโรจน์กล่าวว่าขณะนี้ภูมิภาคอาเซียนเป็นที่ยอมรับว่าเป็นภูมิภาคที่รับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ได้ดีระดับหนึ่ง จึงมองว่าเวียดนามยังคงเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการลงทุนสูง ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปลงทุนในโครงการปิโตรเคมีครบวงจร Long Son Petrochemicals Company Limited (LSP) โดยก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 70%คาดว่าใน 2 ปีข้างหน้าจะผลิตเชิงพาณิชย์ได้ นอกจากนี้ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ก็เป็นประเทศที่น่าสนใจเช่นกัน

สำหรับปีนี้ธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างได้รับกระทบมากที่สุด เนื่องจากการก่อสร้างใหม่ๆทั้งที่อยู่อาศัยและโครงการคอมเมอร์เชียลของภาคเอกชนจะน้อยลงจึงต้องเน้นการก่อสร้างจากการลงทุนของภาครัฐเป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจแพ็กเกจจิ้งคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ส่วนด้านเคมิคอลต้องจับตา อุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี บริษัทต้องเข้าไปถึงซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อผลิตสินค้ามารองรับกับอุตสาหกรรมดังกล่าว เป็นต้น

“การดำเนินธุรกิจปีนี้ปัจจัยที่ต้องคำนึงคือ ความต้องการของผู้บริโภค ต้องปรับตัวรวดเร็วให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบนี้ที่รุนแรงมากยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะกระทบนานแค่ไหน แต่ในวิกฤติมีโอกาส จึงต้องปรับตัวเพื่อพัฒนาให้อยู่ได้ในระยะยาว” นายรุ่งโรจน์กล่าว

ปีนี้จะมุ่งทำธุรกิจให้สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ ซึ่งกลยุทธ์ 2 ด้านที่จะนำมาใช้ประกอบด้วย 1.ดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG (Environment, Social, Governance) โดยนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)มาปรับใช้ เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติต่อยอดนวัตกรรมสู่ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์(Solar Energy) เพื่อตอบโจทย์การใช้พลังงานทางเลือก และ 2.ปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจสู่ New Normal Digitalization ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาช่องทางออนไลน์เพื่อเสนอสินค้าและบริการ ตอบสนองความต้องการและวิถีชีวิตของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งพัฒนานวัตกรรมมูลค่าสูง รวมถึงมองหาโอกาสในตลาดใหม่

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top