546.jpg
'บิ๊กป้อม'ไฟเขียวกองทุนดีอี เตรียม 3 พันล้านหนุนพัฒนาดิจิทัล 6 ด้าน

'บิ๊กป้อม'ไฟเขียวกองทุนดีอี เตรียม 3 พันล้านหนุนพัฒนาดิจิทัล 6 ด้าน

วันจันทร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2564, 14.35 น.

“พล.อ.ประวิตร” ประธานประชุมบอร์ดกองทุนดีอี ไฟเขียวกรอบวงเงิน 3 พันล้านบาท สนับสนุนโครงการ/กิจกรรมที่สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 6 ด้าน ขานรับบอร์ดดีอีอุดหนุนงบขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5G ของประเทศ วงเงิน 500 ล้านบาท

วันนี้ (29 มีนาคม 2564) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (บอร์ดกองทุนดีอี) ครั้งที่ 1/2564 พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล


พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้ ให้ความเห็นชอบกรอบวงเงิน 3 พันล้านบาท สำหรับสนับสนุนโครงการที่เข้าเกณฑ์ตามกรอบนโยบายการให้ทุนสนับสนุนประจำปี 2564 โดยการเปิดรับข้อเสนอโครงการ/กิจกรรม ที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนดีอีปีนี้ กำหนดกรอบนโยบายการให้ทุนไว้ 6 ด้าน ได้แก่ 1.Digital Manpower “การศึกษากับคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล” การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการวางแผนการจัดการศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการกำหนดนโยบายพัฒนาบุคลากรของประเทศ 2.Digital Health “Advanced eHealth” ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลด้านสาธารณสุข ครอบคลุมการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระบบข้อมูลสารสนเทศทางการแพทย์ การบริการสุขภาพและให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มคนอย่างทั่วถึง

3.Digital Agriculture “เกษตรเชิงรุกด้วยนวัตกรรมดิจิทัล” การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการเกษตรแบบเชิงรุก ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าและต่อยอดภาคเกษตร 4.Digital Technology “เทคโนโลยีดิจิทัลในโลกอนาคต” ส่งเสริมการนำอุปกรณ์และระบบดิจิทัล อาทิ อินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (Internet of Things) มาใช้ในการบริหารจัดการเมือง ชุมชน และแก้ปัญหาสาธารณะ ตลอดจนยกระดับการบริหารจัดการในภาคต่างๆ 5.Digital Government & Infrastructure “รัฐบาลดิจิทัล” สนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการออกแบบบริการภาครัฐ การบูรณาการและการทำงานร่วมกัน (Interoperability) เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ และ 6.Digital Agenda “โครงการตามนโยบายเร่งด่วน” โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มุ่งเน้นส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ยังมีการกำหนดหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามมาตรา 26 (6) แห่ง พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ.2560 สำหรับขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5G ของประเทศไทย เพื่อการต่อยอดการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยี 5G ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 500 ล้านบาท ตามที่คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาอนุมัติในการประชุมบอร์ดดีอี เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับโครงการที่เข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณาสนับสนุน ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขหลักๆ ได้แก่ เป็นโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G แห่งชาติ เป็นโครงการนำร่องที่มีความสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการว่าด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยี 5G ของประเทศไทย ระยะที่ 1 และโครงการที่ขอรับ
การสนับสนุนต้องมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนดีอี

นอกจากนี้ ยังพิจารณาเห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การจัดสรรประโยชน์และการรักษาสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา อีกทั้งได้เสนอให้มีการแต่งตั้ง “คณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทรัพย์สินทางปัญญา” เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของโครงการที่ได้รับการจัดสรรเงินจากกองทุนฯ ต่อไป

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ในการประชุมวันนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้มีการอนุมัติให้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการพัฒนาบทเรียนออนไลน์และสื่อส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาบาลี ในส่วนของกองทุนแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นหน่วยงานสนองพระราชดำริ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top