ซิตี้กรุ๊ปปรับกลยุทธ์มุ่งลูกค้าสถาบัน  ประกาศถอนตัวจาก13ประเทศรวมทั้งไทย

ซิตี้กรุ๊ปปรับกลยุทธ์มุ่งลูกค้าสถาบัน ประกาศถอนตัวจาก13ประเทศรวมทั้งไทย

วันจันทร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag :

ซิตี้กรุ๊ป ออกแถลงการณ์ประกาศเปลี่ยนแปลงการดำเนินการเชิงกลยุทธ์ในกลุ่มธนกิจบุคคลระหว่างประเทศ (Global Consumer Banking) ที่ดำเนินการอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) รวมทั้งหมด 13 ประเทศประกอบด้วย ออสเตรเลีย บาห์เรน จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ โปแลนด์ รัสเซีย ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม ให้คงเหลือการดำเนินธุรกิจผ่าน Global Wealth Management Center ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

โดยระบุว่า การดำเนินกลยุทธ์ใหม่เพื่อให้สามารถกำหนดทิศทางการลงทุนและทรัพยากรในระยะยาวให้กับธุรกิจสายสถาบันธนกิจ หรือ ICG (Institutional Clients Group) ที่ปัจจุบันมีการขับเคลื่อนสูงและศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ซิตี้จะมุ่งเน้นธุรกิจสายสถาบันธนกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายทั่วโลกให้กับลูกค้าทั่วเอเชียแปซิฟิกและในประเทศไทยที่ปัจจุบันมีการขับเคลื่อนสูงและศักยภาพการเติบโต การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้มีเงินทุนและเน้นการลงทุนที่จำเป็นเพื่อให้แข่งขันได้ในระยะยาว รวมถึงการลงทุนในเครือข่ายซิตี้ ตลอดจนการเพิ่มความสามารถด้านดิจิทัลเพื่อพัฒนาการบริการด้านการเงินการค้าและหลักทรัพย์ระดับโลกที่ดีที่สุด


ซิตี้ดำเนินธุรกิจอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) มากว่า 100 ปี ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 200 ล้านราย ในกว่า 160 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงการดำเนินการในกลุ่มบุคคล
ธนกิจ (ลูกค้ารายย่อย) ในทั้ง 13 ประเทศ ครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความมุ่งมั่นที่ซิตี้มีต่อตลาดเอเชียที่ให้ความสำคัญทั้งในเชิง กลยุทธ์และการเติบโตในฐานะองค์กรระดับโลก ขณะเดียวกันการให้บริการของซิตี้แก่ลูกค้าในประเทศไทยยังคงดำเนินต่อไปและไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในขณะนี้ลูกค้ายังคงจะได้รับบริการที่ดีที่สุดเช่นเดียวกับที่เคยได้รับตลอดมา อย่างไรก็ตาม หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบในลำดับถัดไป

มร.ปีเตอร์ บาเบจ ประธานกรรมการบริหาร ซิตี้ เอเชียแปซิฟิกย้ำว่าตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นส่วนสำคัญของเครือข่ายทั่วโลกของซิตี้และเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโต ซึ่งซิตี้ยังคงลงทุนในเครือข่ายอย่างต่อเนื่องและสนับสนุนลูกค้าในทุกตลาดพร้อมยืนยันว่าตลาดเอเชียแปซิฟิกถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญต่อกลยุทธ์ขององค์กร

มร.ทีบอร์ พานดิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทยกล่าวว่าซิตี้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 50 ปี ด้วยธุรกิจกลุ่มลูกค้าบุคคลธนกิจผ่านทีมงานที่ทุ่มเทและฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งซึ่งมีส่วนร่วมในความสำเร็จของซิตี้มาโดยตลอด อย่างไรก็ตามจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินงานของซิตี้แบงก์ ประเทศไทยในทันทีและไม่มีผลกระทบต่อพนักงานอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเช่นกัน โดยซิตี้แบงก์ ประเทศไทยยังคงพร้อมให้บริการลูกค้าด้วยความเอาใจใส่และความทุ่มเทเช่นเดียวกับที่ได้ดำเนินการมาโดยตลอด

ปัจจุบันธนาคารซิตี้แบงก์ ให้บริการธุรกิจเงินฝาก บัตรเครดิต สินเชื่อ และธุรกิจบริหารความมั่งคั่งมีลูกค้าบุคคล 1 ล้านราย และมีสาขารวมกัน 3 สาขา ได้แก่ สาขากรุงเทพฯ อาคารอินเตอร์เชนจ์ 21, สาขาเดอะคริสตัล และสาขาเซ็นทรัลเวิลด์และ
มีบริการสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านบริษัทซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง (ประเทศไทย)

ด้านนักวิเคราะห์มองว่าลูกค้าที่ใช้บริการผลิตภัณฑ์ของซิตี้ในไทยโดยเฉพาะบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลคาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักเพราะบริษัทยังต้องดูแลให้บริการจนกว่าจะมีผู้ซื้อแต่คาดว่าหลังจากนี้จะมีลูกค้าบางส่วนย้ายออก กลุ่มที่ได้รับประโยชน์คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล ที่เป็นกลุ่มNon Bank ได้แก่ KTC และ AEONTS และในส่วนของผู้ที่จะเข้ามารับซื้อพอร์ตของซิตี้นั้นมองว่าเป็นโอกาสของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เพราะมีศักยภาพในการบริหารจัดการที่ดีกว่ากลุ่ม Non Bank และมีเงินทุนมากกว่า

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top