546.jpg
กนอ.ลุย‘มาบตาพุด เฟส 3’ ‘วีริศ’ได้ฤกษ์ตอกเสาเข็ม1ก.ค.

กนอ.ลุย‘มาบตาพุด เฟส 3’ ‘วีริศ’ได้ฤกษ์ตอกเสาเข็ม1ก.ค.

วันพฤหัสบดี ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการก่อสร้างท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ว่าที่ผ่านมาได้รับใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำจาก สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาระยอง แล้ว ขณะนี้ กนอ.เตรียมทำหนังสือแจ้ง บริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินัล จำกัด ให้เริ่มงานดำเนินโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานระยะที่ 1 (NTP1) ในวันที่ 1 ก.ค.2564 นี้ หลังได้ดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(อีเอชไอเอ) ที่ได้รับความเห็นชอบจากทาง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) แล้ว

โดยในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ ผู้บริหาร กนอ.จะเข้าพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เพื่อประชุมหารือทำความเข้าใจเรื่องมาตรการช่วยเหลือตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ประกอบการอาชีพประมง ก่อนเริ่มต้นงานก่อสร้างที่สามารถดำเนินการได้ ผ่านมูลนิธิกองทุนหลักประกันความเสียหายฉุกเฉินและพัฒนาคุณภาพของประชาชนโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ที่สามารถขับเคลื่อนได้ตามกลไกและรวดเร็ว โดยจะแต่งตั้งคณะทำงานกำหนดกรอบ แนวทาง วางแผน วิเคราะห์ ประเมินผู้ได้รับผลกระทบและชี้แจงรายละเอียดก่อนดำเนินการก่อสร้าง


“กนอ.อยู่ระหว่างประสานกับทางจังหวัดระยอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อหาแนวทางการจัดประชุมประชาสัมพันธ์โครงการก่อนเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของ
โควิด-19 คาดว่าสามารถดำเนินการได้ตามแผนที่วางไว้”นายวีริศ กล่าว

สำหรับ โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 บริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินัล จำกัด ได้เข้าร่วมลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและท่าเทียบเรือ เพื่อรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบเหลวสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่

ปัจจุบันท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดถือเป็นท่าเรืออุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หลังพัฒนาเสร็จจะสามารถขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ และสินค้าเหลว ในปริมาณ 16 ล้านตันต่อปี ล่าสุดมีผู้ประกอบการ 12 ราย เป็นผู้ให้บริการท่าเทียบเรือเฉพาะกิจ 9 ราย และผู้ให้บริการท่าเทียบเรือสาธารณะ 3 รายมีการใช้งานใกล้เต็มศักยภาพแล้ว จึงมีความจำเป็นต้องขยายท่าเรือรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top