นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย หรือ PLANET เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ชื่อ บริษัท แพลนเน็ตยูทิลิตี้ เพื่อประกอบธุรกิจบริหารจัดการ ให้บริการผลิตน้ำประปาและไฟฟ้า เพื่อจำหน่ายหรือจำหน่ายน้ำประปาหรือกระแสไฟฟ้า
สำหรับบริษัทย่อยดังกล่าว มีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อลงทุนระยะยาวตามแผนธุรกิจของบริษัท ซึ่งบริษัทจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผลและผลประกอบการทางธุรกิจ โดยมีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ซึ่ง PLANETถือหุ้น 99.9994%
นายประพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีและการสื่อสาร ด้านโทรคมนาคม ธุรกิจการเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลแบบครบวงจรแล้ว บริษัทยังมีการศึกษาลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่มีศักยภาพ และสามารถสร้างได้รายในระยะยาว ซึ่งในส่วนของธุรกิจบริหารจัดการให้บริการผลิตน้ำประปาและไฟฟ้า เพื่อจำหน่ายหรือจำหน่ายน้ำประปาหรือกระแสไฟฟ้าดังกล่าว ก็ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่บริษัทได้มีการศึกษาและพิจารณามาระยะหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ถือว่ามีความพร้อมอย่างเต็มที่ ในการเดินหน้าตามแผนการลงทุนในระยะยาวของบริษัท
“เรามองไว้หมด ไม่ว่าจะธุรกิจไหนถ้ามีโอกาสสร้างรายได้ ที่สำคัญเราไม่เคยปิดโอกาสตัวเองที่จะเข้าไปศึกษาและวางแผนเพื่อหาโอกาสที่จะลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ สำหรับธุรกิจให้บริการผลิตน้ำประปาและไฟฟ้าที่ PLANET ตั้งบริษัทย่อยขึ้นมาดำเนินงานดังกล่าว นอกจากจะเป็นตามแผนการลงทุนในระยะยาว ของบริษัทแล้วยังยกระดับการให้บริการประชาชนในพื้นที่ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย สำหรับในปี 2564 ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 25% และในอีก 3 ปีข้างหน้าจะสามารถส่งให้รายได้เติบโตแตะ 2 พันล้านบาท” นายประพัฒน์กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี