นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทยกับ 7 ประเทศ แยกเป็นการค้าชายแดน 4 ประเทศ คือ มาเลเซีย เมียนมาสปป.ลาว และกัมพูชา และการค้าผ่านแดน 3 ประเทศ คือ จีน เวียดนาม และสิงคโปร์ ตัวเลขเดือนกรกฎาคม 2564 มีมูลค่า 90,101 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 41.70% เป็นการค้าชายแดนมูลค่า 40,416 ล้านบาท เพิ่ม 10.55% และการค้าผ่านแดนมูลค่า 49,685 ล้านบาท เพิ่ม 83.84%
การค้ากับทุกประเทศเป็นบวกทุกตลาด ประเทศที่บวกสูงสุด คือ จีน เพิ่มขึ้น 126.64% สินค้าส่งออกผ่านแดนไปจีนที่บวกมากที่สุด คือ ผลไม้สดและผลไม้แห้ง เพิ่ม 348% มูลค่ารวม 15,000 ล้านบาท โดยเฉพาะทุเรียนมีมูลค่า 10,600 ล้านบาท มังคุด 4,700 ล้านบาท และลำไย 370 ล้านบาท เป็นต้น ส่วนมาเลเซีย เพิ่ม 17.95% เมียนมา เพิ่ม 10.65% สปป.ลาว เพิ่ม 8.08% กัมพูชา เพิ่ม 5.12% เวียดนาม เพิ่ม 1.63% และสิงคโปร์ เพิ่ม 59.85%
ยอดรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนในช่วง 7 เดือนของปี 2564 (มกราคม-กรกฎาคม) มีมูลค่า 591,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.88% เกินไปกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3-6%
ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกเดือนกรกฎาคม 2564 เพิ่มสูงถึง 41.70% มาจากการทำงานร่วมกันอย่างหนักและต่อเนื่องของกรอ.พาณิชย์ โดยที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด คือ การเปิดจุดผ่านแดน ซึ่งด่านทั้งหมดมี 97 ด่าน เปิดแล้ว 44 ด่าน การแก้ปัญหาเชิงรุก เช่น แก้ปัญหาส่งออกติดขัด ทุเรียนและมังคุด ก่อนเข้าด่านจีนที่ด่านโหย่วอี้กวน ประสานเพิ่มช่องทางที่ด่านตงชิงทำให้ขนส่งผลไม้คล่องตัวขึ้น
นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ยังมีนโยบายช่วยต่อลมหายใจให้กับ SMEs ส่งออก ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำตัวเลขการส่งออกสินค้าข้ามแดนและชายแดน คือ โครงการ “จับคู่กู้เงิน”สถาบันการเงินกับ SMEs ส่งออก โดยวันที่ 26 สิงหาคม 2564 EXIM Bank อนุมัติเงินกู้เงื่อนไขพิเศษให้ SMEs ส่งออกแล้ว 151 รายเป็นเงิน 618 ล้านบาท ช่วยให้เกิดสภาพคล่องในการทำตัวเลขส่งออกผ่านการค้าชายแดนและผ่านแดนเพิ่มขึ้น การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า และความต้องการสินค้าบางประเภทเพิ่มขึ้น
แต่ทั้งนี้ยังเป็นปัจจัยลบ เช่น สถานการณ์โควิด-19 ซึ่งมาเลเซียเข้มงวดการนำเข้าสินค้าชายแดนผ่านไทย เพราะต้องควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำยางและส่งผลต่อราคาน้ำยางในประเทศไทย อีกทั้งยังมีปัญหาระบบการขนส่งโลจิสติกส์ ทั้งการขนส่งข้ามจังหวัดที่มีอุปสรรคตอนข้ามจังหวัด และระบบการขนส่งข้ามประเทศ ที่ต้องแก้ปัญหาหน้างานตลอด ทั้งจากไทยไปสปป.ลาว และไปเวียดนาม เป็นต้น หรือรวมทั้งข้ามฝั่งไปเมียนมา เพราะสถานการณ์การเมืองในเมียนมาเป็นปัจจัยตัวที่ทำให้การค้าชายแดนไม่คล่องตัว
สำหรับด่านที่จะเร่งรัดเปิดต่อไปหลังจากเปิดไปแล้ว 44 ด่าน จาก 97 ด่าน ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเจรจากับจับมือกับเอกชนและจังหวัด ขณะนี้คืบหน้าใน 5 จังหวัดคือ เชียงราย เลย หนองคาย นครพนมและมุกดาหาร ซึ่งวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ได้มีการประชุม 3 ฝ่าย มีข้อสรุปว่าจะทำแผนในการเปิดด่านกับฝั่งสปป.ลาว เกือบเสร็จแล้วใน 5 จังหวัด โดยเฉพาะด่านปากแซง นาตาล ที่จ.อุบลราชธานี มีความคืบหน้าในการเจรจาอยู่ในขั้นตอนรายละเอียด คาดว่าน่าจะเป็นด่านแรกๆที่จะสามารถเปิดด่านได้ ที่นราธิวาส ด่านตากใบ กับด่านบูเก๊ะตา จะเร่งรัดต่อไป โดยได้มอบอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศใช้โมเดลเดียวกับด่านชายแดน สปป.ลาว ประชุม 3 ฝ่าย คาดว่าสัปดาห์หน้าจะประชุมได้ เมื่อได้แผนเปิดแล้วจะเจรจากับมาเลเซียต่อไป แต่ทั้งนี้ ต้องคุยทั้ง 3 ฝ่าย เศรษฐกิจ สาธารณสุข และความมั่นคง จึงจะเปิดด่านได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี