เปิดคำสั่ง "ศาลปกครอง" เบรคกรมธนารักษ์ เซ็นสัญญาบริหารท่อประปาภาคตะวันออกกับเอกชนรายใหม่ ก่อนศาลฯตัดสิน จับตาบอร์ดที่ราชพัสดุนัดประชุมครั้งที่ 2 จะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไร? วันจันทร์ (14 มี.ค.) นี้
สืบเนื่องจากปัญหาการคัดเลือกเอกชนในการจัดให้เช่า/บริหารระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท โดยกรมธนารักษ์ให้ยกเลิกการประมูลครั้งที่ 1 ซึ่งบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ “อีสท์ วอเตอร์” ที่มีคะแนนรวมในแต่ละเงื่อนไขการประมูลเหนือคู่แข่ง ด้วยเหตุเอกสารเชิญชวน TOR ไม่สมบูรณ์ต่อมาคณะกรรมการคัดเลือก เปิดประมูลใหม่ในครั้งที่ 2 และให้บริษัทวงษ์สยามก่อสร้าง เป็นผู้ชนะการประมูล เป็นเหตุให้บริษัท อีสท์ วอเตอร์ ได้ยื่นฟ้องกรมธนารักษ์ ต่อศาลปกครองกลางและคดีอยูระหว่างการพิจารณา เป็นเหตุให้ที่ประชุมบอร์ดที่ราชพัสดุ (11 ก.พ.2565) ลงมติ 6 ต่อ 4 ให้ชะลอลงนามกับบริษัทวงษ์สยาม ด้วยเหตุผลว่า ให้รอคำพิพากษาศาลปกครอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในทางกฎหมาย
สำหรับกระบวนวิธีพิจารณาคดีที่ “อีสท์ วอเตอร์” ฟ้องต่อศาลปกครองกลาง และกระบวนการทั้งหมดยังอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครอง ทำให้ที่ประชุมคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 4 ให้ชะลอพิจารณารับรองผลการประมูลครั้งที่ 2 เพื่อรอคำพิพากษาศาลปกครองให้เสร็จสิ้นก่อน
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาพบข้อมูลว่า บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง ได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ต่อรมช.คลัง สันติ พรัอมพัฒน์ ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ราชพัสดุ เพื่อให้เร่งประชุมพิจารณารับรองผลการประมูล ในฐานะบริษัทวงษ์สยามก่อสร้าง เป็นผู้ชนะการประมูล ครั้งที่ 2
ประกอบกับอธิบดีกรมธนารักษ์ ประภาศ คงเอียด ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ออกมาแสดงความเห็นว่าการประชุมคณะกรรมการที่ราชพัสดุครั้งที่ผ่าน (11ก.พ.2565) เป็นแค่พิจารณาเรื่องคำร้องศาลปกครอง แต่ไม่ได้ประเมินถึงผลดี ผลเสีย ถ้าชะลอโครงการออกไป พร้อมระบุว่า คณะกรรมการที่ราชพัสดุมีเหตุผลที่จะต้องมีการประชุมในเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อพิจารณาว่าจะรอให้มีคำพิพากษาของศาลปกครองก่อนหรือไม่ หากที่ประชุมยืนยันว่าให้รอ ก็เป็นอันยุติไป แต่หากที่ประชุมบอกว่าไม่ต้องรอ ก็จะพิจารณาในประเด็นต่างๆต่อไป
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม สันติ พร้อมพัฒน์ ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ว่าจะมีการนัดประชุมวันใด แต่ไม่ได้คำตอบ ล่าสุดสันติ ได้สั่งการให้นัดประชุมคณะกรรมการที่ราชพัสดุในวันที่ 14 มี.ค.2565 นี้ เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 1 กระทรวงการคลังโดยระเบียบวาระที่ 2 เรื่องการพิจารณารายงานการประชุม ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาการชี้แจงข้อมูลกรณีโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก และให้ความเห็นชอบการดำเนินการ ผลการคัดเลือกเอกชน ร่างสัญญาและเงื่อนไขสำคัญของสัญญา
ทั้งนี้ แหล่งข่าวในคณะกรรมการที่ราชพัสดุ เปิดเผยว่า วาระที่ 3 จะเป็นวาระเพื่อลงมติเห็นชอบผลการประมูลครั้งที่ 2 ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้าว่ามีความพยายามจะเร่งรัดดำเนินการโดยไม่รอคำพิพากษาศาลปกครอง ตามที่เคยมีมติที่ประชุมเสียงข้างมากไปแล้ว
ประเด็นสำคัญต่อการประชุมคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ดังกล่าว ศาลปกครอง เคยมีหนังสือแจ้งคำสั่ง ลงวันที่ 9 มีนาคม 2565 ระหว่าง บริษัทอีสท์ วอเตอร์ กับ คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนในการจัดให้เช่า / บริหารระบบท่อส่งน้ำภาคตะวันออก ระบุใจความสำคัญดังนี้ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องขอให้เพิกถอนมติหรือคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ยกเลิกการคัดเลือกเอกชนเพื่อบริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก ตามประกาศเชิญชวนเอกชนเพื่อบริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2564
แต่ในระหว่างการพิจารณาคดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฎว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมยื่นข้อเสนอในโครงการที่พิพาทครั้งใหม่ ตามประกาศเชิญชวนเอกชนเพื่อบริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก ลงวันที่ 10 กันยายน 2564 ซึ่งปัจจุบันได้มีการพิจารณาผู้ได้รับคะแนนประเมินสูงสุดแล้ว
กรณีนี้หากการคัดเลือกเอกชนเพื่อเข้าทำสัญญาในโครงการดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป จนมีการลงนามในสัญญา ย่อมทำให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในการประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมยื่นข้อเสนอครั้งแรกได้รับความเสียหายเนื่องจากมาตรา 119 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 บัญญัติให้การฟ้องคดีไม่มีผลกระทบต่อการจัดซื้อจัดจ้างที่หน่วยงานของรัฐได้ลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้ว จึงย่อมทำให้การฟ้องคดีนี้ไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ฟ้องคดีในการแก้ไขเยียวยาความเสียหายจากมติหรือคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ยกเลิกการคัดเลือกเอกชนเพื่อบริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกครั้งแรก
ประกอบกับโครงการพิพาทมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เอกชนบริหารจัดการและดูแลรักษาระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกให้สามารถตอบสนองความต้องการใช้น้ำของชุมชนและกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเพียงพอและทันต่อการณ์ โดยบริหารจัดการเพื่อให้เกิดเสถียรภาพและความมั่นคงที่มีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคตะวันออก
ดังนี้ หากการยกเลิกการคัดเลือกเอกชนเพื่อบริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงอาจเป็นอุปสรรคแก่การบริการสาธารณะด้านการให้บริการสาธารณูปโภค ศาลจึงมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยเร่งด่วนตามข้อ 49/2 แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543
โดยระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 ข้อ 49/2 วรรคแรก ระบุสาระสำคัญว่า กรณีตุลาการเจ้าของสำนวนเห็นว่าคำฟ้องใดเป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์ครบถ้วน และเป็นเรื่องที่ศาลจำเป็นต้องพิจารณาพิพากษาโดยเร่งด่วน เพราะมีกฎหมายกำหนดเวลาในการพิจารณาพิพากษาไว้เป็นการเฉพาะหรือเพราะเหตุอื่นใด
ซึ่งหากจะดำเนินกระบวนการพิจารณาในชั้นการแสวงหาข้อเท็จจริง การสรุปสำนวน และการนั่งพิจารณาคดีและการพิพากษาคดีตามขั้นตอนปกติ อาจเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ยากแก่การเยียวยา แก้ไขในภายหลัง หรืออาจเป็นอุสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่การบริการสาธารณะ ในกรณีเช่นนี้ เมื่อตุลาการเจ้าของสำนวนรับคำฟ้องไว้พิจารณาตามข้อ 42 แล้วให้เสนอองค์คณะโดยด่วนเพื่อหารืออธิบดีศาลปกครองชั้นต้น เพื่อให้อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นพิจารณามีคำสั่งโดยไม่ชักช้า ให้ดำเนินกระบวนการพิจารณาโดยเร่งด่วน
จากรายละเอียดดังกล่าว ก็เป็นที่ชัดเจนว่า ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งให้เร่งกระบวนการพิจารณา เพื่อให้ได้ข้อสรุปผลทางคดีก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญากับเอกชน อย่างไรก็ดีก็ต้องจับตามดูว่าคณะกรรมการที่ราชพัสดุ วันที่ 14 มี.ค.2565 จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไรที่จะไม่ทำให้เกิดความเสียหายกับรัฐ และ/หรือเอกชนในอนาคต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี