นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์ : CKP) เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทในเครือในไตรมาสที่ 2/2565 เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรกของปีนี้ โดยในไตรมาส 2 มีรายได้รวม 2,659ล้านบาท เพิ่มขึ้น 364 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 16%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ที่มีรายได้รวม 2,295 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท อยู่ที่ 864 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 22% หรือ 157 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 707 ล้านบาทโดยปัจจัยบวกมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น 248 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ซึ่งบริหารโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ในสปป.ลาว โดย XPCL มีกำไรเพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ เติบโตต่อเนื่องเช่นเดียวกันกับไตรมาสที่ 2โดยมีรายได้รวม 5,202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 806 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ที่มีรายได้รวม 4,396 ล้านบาทส่วนกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท อยู่ที่ 903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% หรือ 81 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ822 ล้านบาท โดยมีปัจจัยบวกมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น278 ล้านบาท ซึ่งมาจาก XPCL ที่มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายธนวัฒน์กล่าวว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 และครึ่งปีแรกของปี 2565เป็นที่น่าพอใจและเติบโตเป็นไปตามที่บริษัทประเมินไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนในไตรมาส 3/2565บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานจะมีแนวโน้มดีกว่าปีก่อน โดยจากการประเมินแนวโน้มของสถานการณ์น้ำของ XPCL ในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อเนื่อง และขณะเดียวกัน รายได้จากลูกค้าอุตสาหกรรมของ BIC มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับต้นทุนเชื้อเพลิงมากขึ้นจากการปรับเพิ่มค่า Ft ของภาครัฐตั้งแต่เดือนพฤษภาคมอีกด้วย
“CKPower ยังคงลงทุนต่อเนื่องเพื่อให้ CKPower เป็นหนึ่งในผู้นำในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและมีกำลังการผลิตเติบโตเป็นสองเท่าในปี 2567 โดยในปัจจุบันนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน โดยเฉพาะการเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เป็น 330 เมกะวัตต์ และพลังงานลม 700 เมกะวัตต์ ในภูมิภาคอาเซียน อาทิ ในประเทศไทย และเวียดนาม” นายธนวัฒน์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี