533.jpg
ปี’66ค้าปลีกฟื้นระยะสั้น ต้นทุนพุ่ง-แข่งขันรุนแรง-กำลังซื้อยังแผ่ว

ปี’66ค้าปลีกฟื้นระยะสั้น ต้นทุนพุ่ง-แข่งขันรุนแรง-กำลังซื้อยังแผ่ว

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.20 น.
Tag :

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า มูลค่าตลาดค้าปลีกปี 2566 จะขยายตัวอยู่ที่ราว 2.8% -3.6% ชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้าที่คาดว่าจะขยายตัวราว 6.4% เนื่องจากผลของภาวะเงินเฟ้อ และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยการเติบโตในปี 2566 นอกจากผลของราคาสินค้าที่ยังมีอยู่การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ผลของมาตรการช้อปดีมีคืน และการใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในช่วงการเลือกตั้งน่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ภาพรวมของตลาดค้าปลีกยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 แต่ภายหลังผ่านพ้นกิจกรรมต่างๆ ดังกล่าวแล้วในช่วงครึ่งปีหลังยังคงต้องรอติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ค่าครองชีพที่ยังสูง ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง การฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีกในแต่ละ Segment ที่แตกต่างกัน

ทั้งนี้ ห้างสรรพสินค้า (Department store)และร้านสะดวกซื้อ (Convenience store) เป็น Segment ค้าปลีกที่คาดว่าจะยังคงฟื้นตัวได้ดีกว่าค้าปลีกในกลุ่มค้าปลีก Segment อื่นๆ หลังจากที่หดตัวสูงในช่วงปี 2563-2564 จากการระบาดของโควิด-19 โดยการฟื้นตัวดังกล่าวเป็นผลจากการทยอยกลับมาของลูกค้าหลักอย่างกลุ่มพนักงานออฟฟิศและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) โดยเฉพาะสาขาที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า คาดว่าจะยังคงขยายตัวใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากเป็น Segment ค้าปลีกที่เน้นจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันและส่วนใหญ่เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อปานกลางขึ้นบน ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าที่ยังมีศักยภาพในการใช้จ่ายของธุรกิจค้าปลีก


ด้านค้าปลีกภูธร (Local brand) ที่ร่วมลงทุนโดยผู้ประกอบการรายใหญ่ (หรือที่เรียกกันว่าค้าปลีกแถว 2) คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องแต่ในอัตราที่ชะลอลงโดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ที่น่าจะได้อานิสงส์จากการเลือกตั้งที่เม็ดเงินจะกระจายไปยังท้องถิ่นต่างๆ ในต่างจังหวัด ส่วนค้าปลีกออนไลน์ หรือ E-Commerce คาดว่าจะยังคงขยายตัวแต่ในอัตราที่ชะลอลง หลังจากที่ได้เร่งตัวสูงด้วยอัตราเลข 2 หลักไปในช่วงโควิด-19 แล้ว นอกจากนี้ จำนวนผู้ใช้บริการ E-Commerce รายใหม่ น่าจะเริ่มอิ่มตัวหลังจากที่เข้ามาจำนวนมากแล้วก่อนหน้านี้

ส่วนไฮเปอร์มาร์เก็ต (Hypermarket) หรือดิสเคาน์สโตร์ แม้ว่าจะได้อานิสงส์จากการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค แต่การดำเนินธุรกิจยังคงเป็นไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อปานกลางลงมา อีกทั้งยังเผชิญการแข่งขันกับค้าปลีกภูธรที่พยายามปรับกลยุทธ์เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มดังกล่าวมากขึ้นและโชห่วย ยังคงเป็น Segment ค้าปลีกที่เผชิญกับความยากลำบากในการสร้างยอดขาย เนื่องจากต้องแข่งขันรุนแรงกับผู้ประกอบการรายใหญ่โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาเนื่องจากสินค้าที่จำหน่ายไม่ได้แตกต่างกันส่งผลให้การดำเนินธุรกิจในระยะข้างหน้าเต็มไปด้วยความท้าทาย

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ในปี 2566 ธุรกิจค้าปลีกยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เช่น 1.ต้นทุนที่สูงขึ้น ค่าแรงงาน ค่าไฟเป็นต้น 2.การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากจำนวนผู้ประกอบการค้าปลีกที่ยังคงเพิ่มขึ้น (ทั้งในแง่ของผู้เล่นรายใหม่และการขยายสาขาเพิ่มขึ้นของผู้เล่นรายเดิม) ท่ามกลางความแตกต่างของสินค้าและบริการของค้าปลีกในแต่ละ Segment ที่เริ่มน้อยลงหรือไม่แตกต่างกันมากนัก ขณะที่การใช้จ่ายหรือการบริโภคของผู้บริโภคในประเทศไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหรือมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคมีความจงรักภักดีต่อแบรนด์น้อยลง และมีทางเลือกมากขึ้นส่งผลให้การแย่งชิงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่มีศักยภาพเริ่มจำกัดและแข่งขันกันรุนแรงขึ้น

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า รูปแบบของการทำธุรกิจค้าปลีกหรือ Landscape น่าจะเปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ อัตราการเกิดใหม่ของประชากรที่ลดลง เทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมและการดำเนินธุรกิจในอนาคต โดยเริ่มขยายแผนการลงทุนไปในต่างจังหวัดมากขึ้น และปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับพฤติกรรมของคนในต่างจังหวัด ทั้งในเรื่องของสินค้า และการให้บริการ การดำเนินธุรกิจค้าปลีกภายใต้การร่วมมือ (Partner) หรือร่วมลงทุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) ตั้งแต่ผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ ระบบการเงินที่นอกจากจะอำนวยความสะดวกในเรื่องของระบบชำระเงินแล้ว ยังหมายถึงการช่วยคัดกรองหรือการปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพหรืออยู่ในกลุ่ม Partner เดียวกัน ไปจนถึงระบบการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการทำธุรกิจในยุค Omni-channel ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือกลุ่ม Modern trade จะมองหาโอกาสทางการตลาดในต่างประเทศในสัดส่วนที่มากขึ้น เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย เป็นต้น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top