วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
nn วิกฤตการณ์พลังงานหนนี้ทำให้เราได้ประสิทธิภาพที่แท้จริงของรัฐบาล...ทั้งประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและประสิทธิภาพในการสื่อสารกับประชาชน...เรื่องการบริหารจัดการนั้น รัฐบาลดำเนินการผ่านทาง... ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)...ส่วนเรื่องการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน...อันนี้มั่วไปหมด...คนที่ออกมาพูด...ก็มีทั้งตัวนายกรัฐมนตรีเอง...โฆษก ศบก. ซึ่ก็ทำได้ไม่ดี...คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม และอดีตหัวหน้า ศบก. ซึ่งยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้รัฐบาลดูแย่...สุดท้าย..ประชาชนสับสนมึนงงไปหมด...โดยเฉพาะเรื่องการขาดแคลนน้ำมันหน้าปั๊มในช่วง 15 วัน ที่รัฐบาลประกาสตรึงราคา...
ตอนนั้นสังคมพยายามจะสื่อสารไปถึงรัฐบาลว่ามี“ไอ้โม่ง”ทำการกักตุนน้ำมัน...แต่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีเองออกมาปฏิเสธว่าไม่มี“ไอ้โม่ง”อย่างที่ถูกกล่าวหา แต่กลับไปกล่าวโทษประชาชนว่าตื่นตระหนกจนเกินเหตุแห่กันซื้อน้ำมันมากเกินความจำเป็น...มาวันนี้เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569...นายกรัฐมนตรีนำทีมหัวหน้าหน่วยราชการ 8 แห่ง ที่อยู่ใน ศบก.ออกมาแถลงข่าวมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า “เราได้พบรูปแบบการกักตุนและค้ากำไร จากเรื่องนี้ดังนี้ 1.มีการประวิงเวลาขนส่งน้ำมันทางทะเล ลอยลำเรือเอาไว้ ไม่ฟีดเข้ามาในคลังตามเวลาที่มันเคยเป็นไปตามปกติเพื่อหวังว่าจะได้การประกาศเพิ่ม ราคาขายปลีกน้ำมันแล้วค่อย ฟีดน้ำมันเข้ามาในระบบเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น 2.มีการปฏิเสธการจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ ไปยังสถานีบริการหรือลูกค้าปลายทาง 3. มีการขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน ขณะนี้พวกเราทุกคนก็กำลังทำการตรวจสอบ ขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลใด หรือกลุ่มที่ทำผิดกฎหมายใดๆบ้าง ที่เกี่ยวกับปริมาณน้ำมันของเรือที่ขนส่งทางทะเล”
!! สรุปว่ามี“ไอ้โม่ง”จริงๆ..และอาจจะมีหลาย“ไอ้โม่ง”ด้วย
ว่ากันตามจริง...รัฐบาล...มีรัฐมนตรีที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานถึง 2 ท่าน...1.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน...ที่ผ่านมาการเป็นผู้บริหารสูงสุดในบริษัทพลังงานใหญ่ที่สุดของประเทศมาก่อน 2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม...ที่ต้องมีความรู้ในเรื่องน้ำมันเป็นอย่างดี เพราะตนและครอบครัวมีธุรกิจน้ำมันมาก่อนและขยายใหญ่โตจนขึ้นเบอร์ 3 ของประเทศ...ดังนั้น จึงไม่ควรพลาดที่จะประเมินว่าสงครามนี้จะจบภายใน 15 วัน เพราะน่าจะเดาทางได้ว่าสิ่งที่ผู้ก่อสงครามต้องการมากที่สุดคือ“น้ำมัน”...และควรจะคาดการณ์ออกว่า เมื่อรัฐบาลประกาศตรึงราคา 15 วัน เรื่องการกันตุนน้ำมันเพื่อรอที่จะขายในเราคาใหม่(ลอยตัวตามกลไกตลาดแม้จะแบบควบคุม) ยังไงก็ต้องมีแน่นๆ และภาพสะท้อนหน้าปั๊มน้ำมันตั้งแต่วันแรกก็เห็นชัดๆ ว่าปริมาณน้ำมันหายไปจากระบบมากว่า 50%
ไม่อยากจะเอารัฐบาลไทยไปเปรียบเทียบกับรัฐบาลสิงคโปร์...ที่เขาสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาว่า สถานการณ์มันจะเป็นเช่นใดและรัฐบาลเตรียมแผนการที่จะรับมือกับวิกฤตนี้อย่างไรบ้าง...เพราะนั่นมันจะยิ่งทำให้เกิดภาพชัดว่า...รัฐบาลไทยมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน...nn
พงษ์พันธุ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี