การจัดกิจกรรม TAIA Meets the Press ในหัวข้อ “ทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” โดยสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) ร่วมกับ สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.)
และบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เผยข้อมูลการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังสดใส มั่นใจนโยบายส่งเสริมผลิตรถพลังงานไฟฟ้าในประเทศ ผลักดันไทยเป็นฐานผลิตสำคัญในอนาคต หวังให้จัดตั้งรัฐบาลได้รวดเร็วหลังเลือกตั้ง ต่อยอดแผนพัฒนาภาคการผลิตรถยนต์ไทยไม่ให้สะดุด

นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (The Thai Automotive Industry Association : TAIA) เปิดเผยตัวเลขการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยปี 2565 มีจำนวน 1.88 ล้านคัน มีอัตราการเติบโต 12% เทียบกับปี 2564 และอยู่อันดับ 10 ของโลก แต่ยังครองแชมป์ผลิตรถยนต์มากที่สุดในอาเซียน เป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ 8.50 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 11% และผลิตเพื่อการส่งออก 1.04 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 5.13% ส่วนปี 2566 TAIA คาดการณ์ผลิตรถยนต์ ทั้งสิ้นที่ 1.95 ล้านคัน เป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 9 แสนคัน และเพื่อส่งออก 1.05 ล้านคัน ส่วนรถจักรยานยนต์ 2.10 ล้านคัน ผลิตเพื่อขายในประเทศ 1.75 ล้านคัน และเพื่อส่งออก 3.5 แสนคัน
“อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้นหลังจากโควิด-19 ผ่อนคลาย ทำให้ผู้บริโภคมีรายได้ และมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวฟื้นตัว มีการลงทุน มีการบริโภคทั้งภาครัฐและเอกชน ภาคการเกษตรขยายตัวทั้งผลผลิตและราคา ตลาดอีคอมเมิร์ซเข้ามามีบทบาทกับการบริโภคและมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งจะส่งผลดีกับตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์โดยตรง ด้านแนวโน้มตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย มีแนวโน้มการเติบโตสูง ส่วนหนึ่งมาจากการออกมาตรการมาสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ ระยะเวลาโครงการระหว่างปี 2565 - 2569 โดยได้รับสิทธิประโยชน์เงินอุดหนุน 70,000 – 150,000 บาท”
เนื่องจากราคารถไฟฟ้ามีแนวโน้มต่ำลงต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย เพราะผู้บริโภคจะพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ที่ราคาไม่สูงมาก เน้นความคุ้มค่าในการใช้งาน เป็นอีกปัจจัยสำคัญให้ตลาดรถไฟฟ้ามีแนวโน้มดี และปัจจุบันนี้ก็มีจำนวน 11 แบรนด์ ได้ทำบันทึกความเข้าใจกับกรมสรรพสามิต (MOU) เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย คือ เอ็มจี, จีดับเบิลยูเอ็ม, โตโยต้า, บีวายดี, มินิ, โวลต, เนต้า และเมอร์เซเดส-เบนซ์ ส่วนของรถจักรยานยนต์ มี 3 แบรนด์ คือ ฮอนด้า, เอชเซม และเดโก้ เมื่อแนวโน้มยานยนต์ไฟฟ้า ราคาลดลง ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค จะมีส่วนสำคัญต่อสังคมไทย และการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน ลดการปล่อยมลพิษ ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรใหม่อีกด้วย
นายสุวัชร์ กล่าวอีกว่า “ แม้จะมีปัจจัยบวกอยู่หลายส่วน แต่ปัจจัยลบยังคงมีเรื่องของความมั่นใจด้านการเมือง หากหลังเลือกตั้ง สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างรวดเร็วคงไม่เป็นปัญหา แต่หากการจัดตั้งรัฐบาลมีความล่าช้ากว่าที่คาดการณ์คือราวเดือนสิงหาคม 2566 อาจส่งผลกระทบในเรื่องความเชื่อมั่น รวมถึงเรื่องของสภาวะเงินเฟ้อที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ ซึ่งส่งผลต่อการขึ้นดอกเบี้ยในหลายๆ ประเทศนั่นเอง”
ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า “งานแสดงรถยนต์มอเตอร์โชว์ มีส่วนผลักดันในตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เติบโตได้อย่างมาก เนื่องจากช่วงของการจัดงานมีทั้งการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ และแคมเปญส่งเสริมการขายที่ช่วยกระตุ้นยอดรถยนต์ในแต่ละปีให้เติบโตได้อย่างมาก โดยเฉพาะการเข้ามาของรถพลังงานไฟฟ้า หรือ รถ EVจากประเทศจีนหลายๆ ยี่ห้อ ทำให้ธุรกิจยานยนต์ของไทย มีความโดดเด่นมากในกลุ่มอาเซียน และคาดว่าจะมีรถ EV จากจีนอีกหลายๆ แบรนด์ ที่อยากเข้ามาลงทุนในประเทศไทย”

นายวชิระ เรืองมาลัย นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) กล่าวว่า “กิจกรรม TAIA Meets the Press เป็นการประสานงานร่วมกัน 3 ฝ่าย เพื่อให้สมาชิกสมาคม และสื่อมวลชน ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และเป็นประโยชน์ต่อการรายงานข่าวสาร รวมถึงการสร้าง Content ของสื่อออนไลน์ กระจายให้กับสาธารณะชนได้รับทราบ ซึ่งสรยท. ต้องการให้สื่อมวลชนและสมาชิกสมาคมได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี