นายใบน้อย สุวรรณชาตรี อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม มีเป้าหมายหลักในการยกระดับศักยภาพและพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจภาคอุตสาหกรรม ด้วยกระบวนการทางธุรกิจที่เข้มข้นเพื่อให้ผู้ประกอบการมีทักษะในการดำเนินธุรกิจแบบรอบด้าน รวมถึงการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจที่เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจในอนาคต เพื่อให้อุตสาหกรรมของไทยก้าวทันกับการปรับเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรมใหม่ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงในทุกๆ บริบท โดยเฉพาะหลังวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก และพบว่าวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างชัดเจน ไม่สามารถรักษายอดขายและกำไรไว้ได้ บางธุรกิจอาจมีกำไรลดลง เงินทุนลดลงและขาดสภาพคล่อง
ทั้งนี้ ดีพร้อม ได้จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการด้านการเงิน (DIPROM Financial Literacy) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการให้มีทักษะและขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมให้เติบโตด้วยกระบวนการทางธุรกิจที่เข้มข้น ตลอดจนการสนับสนุนและพัฒนาปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมโต” ผ่าน 4 กลไก“โตได้ โตไว โตไกล โตให้ยั่งยืน” ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โตให้ยั่งยืน (Sustainable) เป็นกลไกที่มุ่งสนับสนุนปัจจัยเอื้อที่ช่วยให้ธุรกิจยั่งยืน เข้าถึงมาตรการทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงิน อีกทั้งความช่วยเหลือต่างๆ ของภาครัฐ เพื่อให้การประกอบธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน
นายใบน้อยกล่าวว่า สำหรับกิจกรรมเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการด้านการเงิน (DIPROM Financial Literacy) ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนให้กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี วิสาหกิจ ชุมชน และสตาร์ทอัพให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและสร้างเครดิตการขอสินเชื่อ ซึ่งจะสามารถเพิ่มสภาพคล่องด้านการเงินและประคองธุรกิจให้
อยู่รอดท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในบริบทต่างๆ โดยดีพร้อม ได้จัดวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาร่วมติดปีกองค์ความรู้ในด้านการเขียนแผนธุรกิจ การขอสินเชื่อ และการบริหารจัดการการเงิน การตลาด การบัญชี และภาษี เพื่อเสริมแกร่งภูมิคุ้มกันทางการเงินแก่กลุ่มเป้าหมายในทุกๆ มิติ นอกจากนี้ ในระหว่างช่วงเวลาที่ดำเนินกิจกรรมดังกล่าว
นอกจากนี้ ดีพร้อมยังได้เชิญธนาคารและสถาบันการเงินหลากหลายแห่งมาร่วมออกบูธ เพื่อช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอันเป็นการเสริมสภาพคล่องเพื่อรับมือกับความท้าทายและโอกาสในการขยายธุรกิจต่อไป โดยในปี 2566 คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายได้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 50 ล้านบาท
“ในปี 2565 ที่ผ่านมา กิจกรรมดังกล่าว สามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเสริมศักยภาพเชื่อมโยงเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 47 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินทุนหมุนเวียนของดีพร้อม วงเงิน 2 ล้านบาท และจากแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงินอื่นๆ วงเงิน 45 ล้านบาท และแก้ปัญหาในการบริหารจัดการหนี้ได้ วงเงิน 2.7 ล้านบาท โดยดีพร้อมมั่นใจว่ากิจกรรมต่างๆ จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมและนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอด เพื่อลดภาระที่เกิดขึ้นจากปัญหาด้านการเงินและเสริมสภาพคล่องการดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายใบน้อยกล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี