542.jpg
บางจากฯรายได้หด  ราคาพลังงานผันผวนกดดัน

บางจากฯรายได้หด ราคาพลังงานผันผวนกดดัน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
Tag :

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในครึ่งแรกของปี 2566 แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายและได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน โดยราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในครึ่งแรกของปี 2566 อยู่ที่ 78.92 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจาก 102.17 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในครึ่งปีแรกของปี 2565 และมี Inventory Loss จำนวน 2,952 ล้านบาท กลุ่มบริษัทบางจากยังสามารถรักษาผลการดำเนินงานและทำรายได้ต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 148,403 ล้านบาท คิดเป็น EBITDA 17,620 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน มี EBITDA รวม 5,402 ล้านบาท จากค่าการกลั่นพื้นฐาน(Operating GRM) ปรับลดลงจาก 15.87 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในครึ่งแรกของปี 2565 มาอยู่ที่ 8.10 เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรล สาเหตุหลักมาจาก Crack Spread ของทุกผลิตภัณฑ์ปรับลดลงตามภาวะตลาดโลก โดยในครึ่งแรกของปีมีการรับรู้ Inventory Loss 3.23 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือเทียบเท่า 2,443 ล้านบาท ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง ขณะที่กลุ่มธุรกิจการตลาด มี EBITDA รวม 1,290 ล้านบาท โดยค่าการตลาดรวมสุทธิต่อหน่วยปรับเพิ่มขึ้นเนื่องจากสามารถปรับราคาขายปลีกให้สอดคล้องกับต้นทุนน้ำมันได้มากขึ้น ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเติบโตสูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 อยู่ที่ 3,191 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 11%


ส่วนกลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้ามี EBITDA รวม 1,841 ล้านบาท โดยหลักเป็นผลจากการทยอยสิ้นสุดAdder ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ และการรับรู้ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป.ลาว ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการหยุดผลิตไฟฟ้าเพื่อเตรียมขายไฟฟ้าไปยังการไฟฟ้าแห่งสาธารณรัฐสังคมเวียดนาม ทั้งนี้ BCPG ได้มีการประกาศเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ4 โครงการในประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้เพิ่มกำลังการผลิตจาก 390.7 เมกะวัตต์ เป็น 968.7 เมกะวัตต์

ด้านกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ มี EBITDA รวม 245 ล้านบาทโดยธุรกิจผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซลมีกำไรขั้นต้นปรับลดลงจากราคาขายไบโอดีเซล กลีเซอรีนดิบและกลีเซอรีนบริสุทธ์ที่อ่อนตัว ขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอลมีรายได้จากการขายและกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากราคาขายเอทานอลเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูงมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ มี EBITDA รวม 9,115 ล้านบาท ปริมาณจำหน่ายของ OKEA เพิ่มขึ้นถึง 93% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณจำหน่ายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณการจำหน่ายมากกว่ากำลังการผลิตตามสัญญาอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 1 ของปี 2566 และการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มครึ่งแรกของปี 2566 จากแหล่งผลิตที่รับโอนกิจการมาจาก Wintershall Dea ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2565

นายชัยวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2566 คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะปรับเพิ่มขึ้นจากสภาวะอุปทานในตลาดดึงตัวและอุปสงค์น้ำมันจากจีนที่ฟื้นตัว ทั้งนี้ คาดว่าในไตรมาส 3 ของปี 2566 ค่าการกลั่นของโรงกลั่นประเภท Cracking ที่สิงคโปร์มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ของปีตามปัจจัยหนุนจากตลาดน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบระมัดระวังและติดตามและประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและการทำงาน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top